วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยรอส้มหล่นแบนกาตาร์ ลุ้นนักท่องเที่ยวทิ้งตะวันออกกลาง

“แอตต้า” ประเมินกลุ่มประเทศตะวันออกกลางตัดสัมพันธ์กาตาร์ อาจกระทบนักท่องเที่ยวที่ใช้สายการบินกาตาร์หายไป 5,000 คนต่อเดือน แต่นักท่องเที่ยวเอเชียงดเที่ยวตะวันออกกลางอาจเปลี่ยนมาไทยแทน ด้าน “บางจาก” ตามติดราคาน้ำมันโลก ขณะที่บินไทยยังไปอิหร่านตามปกติ

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์นั้น หลังจากได้ประชุมกับคณะกรรมการแอตต้าทั้งหมด ประเมินสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อไทยทั้งในเชิงบวกและลบ โดยประเด็นในเชิงลบที่ต้องติดตาม คือ นักท่องเที่ยวจากกาตาร์อาจจะงดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้ แต่ยังไม่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากแต่ละปีมีจำนวนราว 30,000 คน หรือเฉลี่ยราว 2,500 คนต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อเนื่องคือตลาดยุโรป ที่นิยมใช้บริการสายการบินของกาตาร์ แอร์เวย์ส ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดความสัมพันธ์ในครั้งนี้ด้วย โดยมีการเดินทางผ่านสายการบินดังกล่าวราว 2,500 คนต่อเดือน ดังนั้น หากรวมกับตลาดนักท่องเที่ยวกาตาร์ ไทยก็อาจจะเสียโอกาสดึงนักท่องเที่ยวรวม 5,000 คนต่อเดือน แต่ที่ทำให้คลายความกังวลไปบ้าง คือ ขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซันของ ตลาดยุโรปมาไทย จึงคาดว่าผลกระทบอาจไม่รุนแรงนัก

“ผลเชิงบวกที่ต้องติดตามในช่วง 1 เดือนต่อไปนี้ คือประโยชน์ทางอ้อมที่ไทยอาจจะได้รับ จากการที่นักท่องเที่ยวเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และกลุ่มอาเซียน ซึ่งเดินทางไปเที่ยวประเทศแถบตะวันออกกลางรวมกันกว่า 500,000 คนต่อเดือน บางส่วนที่ไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองอาจจะเปลี่ยนจุดหมายการเดินทาง ทำให้ไทยกลายเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงนักท่องเที่ยวจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยในระยะหลัง และเป็นจุดหมายที่นิยมมากของชาวจีน ซึ่งในจำนวน 500,000 คน หากไทยดึงกลุ่มดังกล่าวมาได้ 1% ก็จะมีการเพิ่มเข้ามากว่า 5,000 คนแล้ว จะชดเชยตลาดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบกันได้พอดี”

ด้านนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในกรณีเดียวกันนี้ว่า ยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำมันของบางจากโดยตรง แต่ต้องติดตามสถานการณ์จากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และกลุ่มประเทศนอกโอเปก ว่าจะรักษาระดับผลิตน้ำมันตามสัญญาไม่ให้ปริมาณเพิ่มขึ้นเกินความต้องการของโลกหรือไม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบโดยภาพรวม และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้ ราคาน้ำมันดิบดูไบยังคงทรงตัวเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 45-55 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ส่วนกรณีเกิดเหตุระเบิดพลีชีพและกราดยิงในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้การบินไทยยังทำการบินเป็นปกติในเส้นทางกรุงเทพฯ-เตหะราน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน รวมทั้งยังไม่มีการแจ้งขอยกเลิกการเดินทางจากผู้โดยสาร แต่อย่างไรก็ตาม โดยการบินไทยจะได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์และประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศอย่างใกล้ชิดต่อไป.