วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุเทน' ฉะ กรธ.เตะถ่วง ก.ม.ลูก จ้องแต่วางกับดัก ผูกปมสร้างปัญหา

"อุเทน" เตือน กรธ.อย่าเห็นประเทศเป็นของเล่น ไม่สนเซตซีโร่ กกต. ห่วงแต่องค์กรอิสระจะถูกครอบงำในอนาคต ท้าใช้ ม.44 เขี่ยบุคคลต้องห้ามออกจากการเมือง ไม่ต้องเสียเวลาโยนหินถามทาง ย้ำยังเชื่อในความตั้งใจดี "บิ๊กตู่" แค่ผิดหวังที่ไม่ฟังข้อเสนอแนะ ฝากสอดส่องคนในเครือ คสช.หาประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจจนเละ เตือนหากยังไม่กล้าหาญ ก็หนีไม่พ้นถูกตราหน้าว่าเสียของ

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 60 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกระบวนการร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่อยู่ในชั้น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เท่าที่ได้ติดตามความคืบหน้าตั้งแต่เมื่อ กรธ.เข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ต่อเนื่องถึงการทำประชามติ จนรัฐธรรมนูญปี 60 มีผลบังคับใช้ เห็นได้ว่ามีความพยายามทำให้กระบวนการล่าช้า มีข้อติดขัดอยู่ตลอด ทั้งรัฐธรรมนูญใหม่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งแต่เมื่อ วันที่ 6 เม.ย. 60 ผ่านมากว่า 60 วันหรือ 2 เดือน ก็ยังไม่มีร่าง พ.ร.ป.ฉบับใดใกล้เคียง ที่จะสามารถประกาศใช้ได้เลย ทั้งที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ผู้รับผิดชอบหลักก็อ้างมาตลอดว่าได้มีการจัดทำร่าง พ.ร.ป.คู่ขนานมาโดยตลอด อย่างตอนนี้ก็กลับมาเถียงกันเรื่องร่าง พ.ร.ป.เกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ในประเด็นที่ว่าจะเซตซีโร่กรรมการ กกต.ชุดเดิมหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่พูดถึงและมีผู้เสนอมานาน แต่ทาง กรธ.ก็ปฏิเสธมาโดยตลอด ที่สุดก็ใช้ช่องทางใน สนช.เสนอขึ้นมาอีก เหมือนพยายามทำให้เกิดความเห็นที่ไม่ตรงกัน ส่งผลให้การทำงานล่าช้าออกไป ซึ่งก็เป็นผลมาจากการวางกับดัก และผูกปมปัญหาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการสืบทอดอำนาจนั่นเอง

"เชื่อว่ากฎหมายลูกทุกฉบับหลังจากนี้ก็จะมีปัญหาความเห็นต่าง และโยนหินถามทางออกมาในลักษณะเดียวกันนี้โดยตลอด เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง เพื่อยื้อเวลาและทอดกระบวนการออกมาจนถึงที่สุด ทั้งที่หลายกระบวนการก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาจนครบตามที่กำหนดไว้ จึงอยากเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องว่า อย่าเห็นประเทศเป็นของเล่น หรือหนูทดลอง ควรเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่างที่เที่ยวโพนทะนาเอาไว้บ้าง" นายอุเทน กล่าว

นายอุเทน กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวแล้วไม่ได้ห่วงว่าจะมีการเซตซีโร่ กกต. องค์กรอิสระ ตลอดจนการเซตซีโร่พรรคการเมือง อย่างที่มีการคาดกันว่าจะถูกบรรจุใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หากแต่ห่วงว่าหลังการเซตซีโร่ภาคส่วนต่างๆ แล้ว กระบวนการสรรหาภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ก็เอื้อให้มีการครอบงำองค์กรอิสระต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะ กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นกลไกชี้เป็นชี้ตายพรรคการเมืองและนักการเมืองในการเลือกตั้ง

ซึ่งหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากตีกรอบและกำหนดเกมการเมืองให้เป็นไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการและควบคุมได้ ก็ควรใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่อยู่ในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญใหม่ มีคำสั่งออกแบบหน้าตาของการเมืองไทยอย่างที่ต้องการ หรือหากไม่ต้องการให้บุคคล กลุ่มบุคคลใดลงเลือกตั้ง ก็สามารถประกาศยุบพรรค หรือห้ามให้คนไหนเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไปได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาโยนหินถามทาง ตั้ง 4 คำถามให้ประชาชนตอบ ทั้งที่ตัวเองมีคำตอบที่ถูกใจอยู่แล้วเช่นนี้ เพราะสังคมก็มองออกว่าเป็นการซื้อเวลา เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง ทั้งที่ประชาชนเองก็ต้องการให้ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้ง หรือมีรัฐบาลที่มาจากกลไกปกติ แม้ว่าจะมีคนใน คสช.เข้ามาร่วมรัฐบาล หรือเป็นนายกฯ คนนอกหรือไม่ก็ตาม

นายอุเทน กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาก็ได้เสนอแนะ พร่ำบอก ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในหลายๆ ประเด็น เพราะเชื่อในความมุ่งมั่นตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติ หากแต่หลายประเด็นกลับไม่ได้รับการนำไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรม คล้ายกับว่าขาดความกล้าหาญในการนำไปปฏิบัติ เช่น แนวคิดเรื่องการปริวรรตเงินตรา โดยแก้ไข พ.ร.บ.เงินตราฯ พ.ศ. 2501 เปลี่ยนสีธนบัตรทุกชนิด คงมูลค่าเดิมไว้ วางหลักเกณฑ์ให้ผู้ที่ถือครองนำธนบัตรเดิมมาแลกเปลี่ยนภายในเวลาและจำนวนที่กำหนด พร้อมหลักฐานแสดงที่มาหรือการเสียภาษีของเงินด้วย หากแสดงที่มาไม่ได้ก็ต้องยึดเงินส่วนนั้นคืนรัฐ เพื่อเป็นกลไกในการกลั่นกรองว่าผู้ใดร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ และหากเป็นไปได้ก็ควรยกเลิกธนบัตรฉบับละ 500 และ 1,000 บาท ที่มีมูลค่าสูงเกินไปด้วย ขจัดวงจรการยักย้ายถ่ายเงินนอกระบบ อีกเรื่องคือการเลือกใช้คนทำงานของ คสช. ที่เป็นคนหน้าเก่าๆ ชื่อเดิมๆ ที่มีส่วนในการก่อวิกฤติทางการเมืองไทยที่ผ่านมาแทบทั้งสิ้น หลายคนมือไม่ถึง คิดไม่เป็น ทำไม่ได้

"ท่านนายกฯ ประยุทธ์ มักท้าทายว่าหากใครเสนอตัวมาทำงาน ก็พร้อมที่จะเปิดรับ หรือยินดีออกจากตำแหน่งด้วยซ้ำ แต่คงไม่ต้องถึงให้ท่านขนาดออกจากตำแหน่ง แค่ปรับเปลี่ยนคนทำงานในรัฐบาลก็น่าจะเพียงพอ หากไม่มีตัวเลือก ผมก็พร้อมที่จะเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมในตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา หรือกฎหมาย โดยไม่ได้หมายถึงตัวผมเอง ที่ไม่ได้ต้องการมีตำแหน่งแห่งที่อะไร แต่อยากเห็นบ้านเมืองเป็นไปในทางที่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่" นายอุเทน ระบุ

นายอุเทน ยังกล่าวฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ อีกว่า อยากให้นายกฯ เข้าไปสอดส่องหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีคนในเครือข่าย คสช.เข้าไปบริหารว่าได้มีปัญหาอุปสรรค หรือมีผู้ไปแสวงหาผลประโยชน์อย่างไรหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่า ขณะนี้รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ประสบปัญหามีผู้ไปเรียกรับผลประโยชน์มากเหลือเกิน ซึ่งหากรัฐบาล คสช.ที่มีอำนาจล้นมือ มีโอกาสและเวลามากกว่าคณะรัฐประหารในอดีต ไม่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ได้ ก็ย่อมทำให้สังคมแคลงใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นได้ ทั้งที่ทุกคนก็เชื่อมั่นในความตั้งใจดีของนายกฯ มาโดยตลอดเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้นายกฯ ได้แสดงความกล้าหาญในการต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้มากกว่าที่ผ่านมา จนทำให้ภารกิจที่ คสช.ได้ประกาศไว้ในเบื้องแรกไม่บรรลุเป้าหมาย ก่อนที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐประหารที่เสียของอีก

"ผมได้พยายามจะบอก แต่ไม่มีใครยอมฟัง คงต้องรอจนให้วันนั้น วันที่ประเทศชาติวิกฤติกว่านี้มาถึง พวกเขาจึงจะเข้าใจ และรับทราบสิ่งที่พร่ำบอก ซึ่งอาจสายเกินไปที่จะแก้ไข คงได้แต่ขอย้ำเตือนให้ทั้งรัฐบาลและภาคส่วนอื่น ได้ร่วมกันตระหนัก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายมากกว่านี้ เพราะถ้าวันนั้นมาถึง ประเทศคงไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างคงสร้างขึ้นใหม่ไม่ได้ รักและเป็นห่วงประเทศไทย" นายอุเทน กล่าวในที่สุด