บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' แจง สนช.จัดงบฯ 61 ตามยุทธศาสตร์ ยันไม่สืบทอดอำนาจ

นายกฯ ลุยเองนำทีม ครม.แจงร่าง พ.ร.บ.งบ ปี 61 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ปัดทำงบฯ เพื่อสืบทอดอำนาจ ลั่นเจอวิ่งเต้นเก้าอี้ ตร. แจ้งมาเดี๋ยวสอบเอง

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.60 ที่รัฐสภาในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ตามที่ ครม.เสนอมาในวาระแรก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้มีการถ่ายทอดสดการประชุมผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่า วันนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยในการปฏิรูปประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักที่มีอยู่ เช่น ความไม่เป็นธรรม เพื่ออนาคตประเทศจะได้เดินต่อไปได้ หลักการของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นมีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ในการจ่ายเงินของแผ่นดิน เป็นความพยายามของรัฐบาลในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้สอดคล้องสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ก่อนแถลงสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไปของประเทศว่า เศรษฐกิจไทยปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.3-3.8 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 3.2 ใน ปี 2559 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกตามการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และราคาสินค้าในตลาดโลก การขยายตัวของการลงทุนภาครัฐที่อยู่ในระดับสูงขึ้น และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.8-1.3 ขณะที่เศรษฐกิจไทย ปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.3-4.3

ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 2561 เป็นการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล โดยประมาณการว่าจะจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 2.45 ล้านล้านบาท และเงินกู้ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 4.5 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง วันที่ 26 พ.ค.2560 อยู่ที่ 182,515 ล้านบาท รัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับเหมาะสม บริหารรายรับรายจ่ายของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 30 เม.ย.2560 มีทั้งสิ้น 184,469 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ระดับมั่นคง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.15 ล้านล้านบาท รายจ่ายการลงทุน 6.5 แสนล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 86,942 ล้านบาท การจัดทำงบประมาณครั้งนี้รัฐบาลได้วางแผนอย่างรอบคอบ โปร่งใส ไม่ใช่ไปบังคับให้ทำเพื่อสืบอำนาจ คสช.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิก สนช.จะรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ 

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาชี้แจงนานถึง 2 ชั่วโมง 15 นาที โดยตอนหนึ่งได้พูดถึงการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน ว่า มีอยู่วิชาชีพหนึ่งที่ไม่ยอมดูกันเอง ทั้งที่บอกว่าจะดูแลกันเอง แล้วดูแลกันได้หรือไม่ แต่ไม่ยอมให้ตั้งอะไรทั้งสิ้น แล้วเป็นอย่างไรข่าวไอ้เปรี้ยวลงมา 3 อาทิตย์แล้วเต็มไปหมด ทำให้กระเป๋าลายขายดีอีก เด็กๆ ซึมซับไม่รู้อะไรผิดถูก ตนเคยคุยกับสื่อแล้ว เขาบอกว่า ไม่เสนอก็ตกข่าวเพราะฉบับอื่นเสนอหมด อย่างนี้สมาคมสื่อดูแลกันได้หรือไม่ ไปหารือกันให้ได้ เพราะสมาคมบอกว่าดูแลกันเองได้ พ.ร.บ.สื่อไม่ได้จำกัดสิทธิ ให้สื่อคุมกันเอง ถ้าคุมไม่ได้ สมาคมสื่อโดนด้วย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการปฏิรูปตำรวจ ว่า วันนี้มีแนวคิดการปฏิรูปตำรวจกี่แนวคิด ถามว่าถ้าตำรวจแย่มากจะอยู่กันได้หรือไม่ ถ้าเสนอให้กระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น ขอถามว่าวันนี้ท้องถิ่นเข้มแข็งแล้วหรือไม่ หากอนาคตมีตำรวจท้องถิ่นแล้วเกิดรบกันเองจะทำอย่างไร เรื่องนี้ต้องเดินไปทีละขั้นหรือไม่ ไม่แน่ใจ รวมถึงข้อเสนอแยกงานสอบสวน ขอให้ทุกคนช่วยคิดด้วย กรณีปัญหาการแต่งตั้ง หากหาได้ว่าใครจ่ายเงินเพื่อโยกย้ายตำแหน่งตนจะสอบสวนให้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการบริหารทรัพยากรน้ำและการจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ ว่า วันนี้พยายามแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยทำตามแผนบริหารจัดการน้ำทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนอย่าตำหนิมากนัก เพราะระบบการระบายน้ำของเราแย่ที่สุดตั้งแต่มีมา ถ้าฝนตกเกินปริมาณที่รับได้อย่างไรก็ต้องท่วม ทั้งนี้เราต้องไปแก้ไขที่ผังเมือง ซึ่งวันนี้สั่งให้กทม.แก้ไขปัญหาทำโรงสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตามแนวคลองเปรมประชากร ผังเมืองเราแน่นเกินไปจึงต้องขยายเมืองรอบนอกออกไป ไม่ใช่ย้ายเมือง