วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมชัย' ปัดเอาคืน ยัน กกต.แค่บุรุษไปรษณีย์ ส่ง 9 รมต.ให้ศาล รธน.ลงดาบ

กกต.ระดมความเห็นร่างแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี มั่นใจไม่สูญเปล่า แม้ 5 เสือ กกต.ถูกเซตซีโร่ "สมชัย" ยัน กกต.มีอำนาจตรวจสอบ 9 รมต. ชี้เป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ส่งเรื่องให้ศาล รธน.ชี้ขาด

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 60 ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ จ.นนทบุรี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมสัมมนารับฟังความเห็นต่อร่างแผนยุทธศาสตร์สำนักงาน กกต. (พ.ศ.2560-2579) ภายใต้ทิศทาง "ยุทธศาสตร์ 20 ปี กกต.ทุกเสียงมีสิทธิ สุจริต เที่ยงธรรม นำประชาธิปไตยคุณภาพ"

ทั้งนี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวเปิดงานว่า การสัมมนาครั้งนี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้บริหารของสำนักงาน กกต. ตัวแทนองค์กรอิสระและตัวแทนจากพรรคการเมือง ในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ 20 ปี กกต. เพื่อให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล โดยหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ กกต. 20 ปี คือ ทำให้การเลือกตั้งเป็นคำตอบของปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ซึ่ง กกต.มีแนวคิดจะให้จัดการเลือกตั้งทุกอย่างในวันเดียวกันทั้งระดับชาติ ท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของ กกต.ชุดนี้ จะวางแผนผลักดันงานที่สำคัญ ไม่มีการวางยา ไม่อู้งาน หรือใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน แต่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ กกต.ชุดใหม่

นายสมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับ 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. การจัดการเลือกตั้งที่สะดวกและคุ้มค่าต่อประชาชน โดยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม 2. การจัดการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ ต้องเริ่มต้นจาก กกต.ที่เป็นกลาง เพื่อให้เกิดการยอมรับในผลการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันต้องวางกลไกสืบสวนสอบสวนที่มีประสิทธิภาพเท่าทันคนกระทำความผิด 3. การจัดการเลือกตั้งที่ประชาชนมีส่วนร่วม คือ การทำให้การเลือกตั้งอยู่ในมือของประชาชน ยกตัวอย่างแอปพลิเคชั่นตาสับปะรด ซึ่งเป็นกลไกที่ กกต.คิดขึ้นนั้นเป็นการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม โดยประชาชนที่พบเห็นการกระทำที่ทุจริตการเลือกตั้ง สามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ บันทึกเสียง และส่งข้อมูลมาให้ทาง กกต.ผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ 4. การส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่พรรคการเมืองและองค์กรทางการเมือง เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องทำให้พรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง หน่วยงานต่างๆ อยู่รอด สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง และเข้มแข็งเป็นสถาบันการเมือง และ 5. การพัฒนาองค์การสู่ความเป็นมืออาชีพ โดย กกต.ต้องเป็นองค์กรมืออาชีพ เป็นต้นแบบในเชิงธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

นายสมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับข้อกังวลที่ห่วงว่าการสัมมนาครั้งนี้จะสูญเปล่า หากว่าการประชุม สนช.ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ที่ประชุมมีมติเซตซีโร่ กกต. ขอชี้แจงว่าการจัดงานสัมมนาครั้งนี้เป็นการเตรียมการล่วงหน้ามาเป็นเดือน ไม่ใช่เพิ่งเริ่มมาคิดกัน ซึ่งไม่ว่า กกต.จะถูกเซตซีโร่หรือไม่ ร่างแผนยุทธศาสตร์เป็นของสำนักงาน กกต. ซึ่งจะต้องเดินหน้าต่อไป แต่ร่างแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ หาก กกต.ชุดใหม่ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เห็นว่ามีสิ่งใดที่ต้องเพิ่มเติมหรือปรับแก้ไข ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะยุทธศาสตร์ที่ดีต้องมีการปรับตลอดเวลาเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์

นอกจากนี้ นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีที่ถูกตรวจสอบบางคน ออกมาระบุว่า กกต.ไม่มีอำนาจตรวจสอบรัฐมนตรี 9 คนว่า ฝ่ายกฎหมาย กกต.ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ ถ้ามีเรื่องกรณี ส.ส.-ส.ว. หรือรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติ กกต.ต้องเป็นฝ่ายพิจารณา จะบอกว่า กกต.ไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องคงเป็นไปไม่ได้ ถ้า กกต.ที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 มาทำหน้าที่วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ไม่ได้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าทุกเรื่องเราทำไม่ได้หมด ทั้งที่มีอำนาจหน้าที่ และ กกต.สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมาย และพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณา ในบทเฉพาะกาลได้มีการยกเว้นคุณสมบัติกับคนที่เป็นรัฐมนตรีชุดปัจจุบันหรือไม่ หรือว่าต้องเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญ จะต้องพิสูจน์ดูว่าจะครบถ้วนหรือไม่ และอีกประเด็นรัฐมนตรี 9 คน มาตามคุณสมบัติภายใต้รัฐธรรมนูญชุดเก่า ทำไมต้องเดือดร้อนด้วย จุดสิ้นสุดของการตรวจสอบ 9 รัฐมนตรีไม่ได้อยู่ที่ กกต.แต่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า รัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่นั้นจำเป็นต้องมีคุณสมบัติตรงกับสิ่งที่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หาก กกต.ส่งเรื่องไป กกต.ก็เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น ไม่สามารถตอบได้จริงๆ เพราะต้องดูตามข้อเท็จจริง ไม่มีใครมีอคติต่อใครหรือเอาคืน