วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลืมตามาก็เห็นแต่เงิน! พิสูจน์ฝีมือเจน 2 สานต่อ "เครื่องเงิน ชมพูภูคา"

การสืบทอดธุรกิจจากรุ่นบุกเบิกสู่รุ่นลูกรุ่นหลานถือว่า เป็นความท้าทายของหลายธุรกิจทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ซึ่งจะว่าไปแล้วง่ายก็ไม่ใช่ ยากเกินความสามารถก็ไม่เชิง เช่นเดียวกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่อเงินและเครื่องประดับเงิน ของ บริษัท ชมพูภูคา จำกัด เจ้าของธุรกิจด้านเครื่องเงินขึ้นชื่อของ จ.น่าน และระดับประเทศ ซึ่งได้ส่งต่อธุรกิจให้ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาบริหารจัดการ

เส้นทางความสำเร็จในธุรกิจของบริษัท ชมพูภูคาฯ และแผนธุรกิจในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร รวมทั้งเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเครื่องเงินและเครื่องประดับเงินเป็นเช่นไร "ตันติกร วรรณวิภูษัติ" กรรมการผู้จัดการบริษัท ชมพูภูคาฯ จะมาบอกเล่าให้รับรู้กัน 

สืบทอดงานฝีมือสู่ บริษัท ชมพูภูคา 

จุดเริ่มต้นการผลิตเครื่องเงินมาจาก นายกมล แซ่เต็น มีศักดิ์เป็นอา เป็นช่างเงินเก่าแก่เป็นช่างเงินรุ่นแรกๆ ของชนเผ่าเมี่ยนและของ จ.น่าน โดยทำสร้อยคอเงิน 9 สาย ไปขายให้ร้านที่ จ.เชียงใหม่ และมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงโปรด กระทั่งนายกมลได้ไปเป็นช่างเครื่องเงินในวัง

ต่อมาเมื่อพ.ศ.2537 นายกมลได้กลับมาอยู่ที่บ้านป่ากลาง จ.น่าน ซึ่งเป็นบ้านเกิด มีการพัฒนาช่าง รวมเป็นกลุ่มสร้างอาชีพหัตถกรรมในครัวเรือนได้รับการตอบรับจากพ่อค้าคนกลางในกรุงเทพฯ มาก แต่เมื่อผลิตมากขึ้นและตัดราคากันจนเกิดปัญหา นายกมลจึงร่วมกับหุ้นส่วนตั้งเป็นสหกรณ์ชมพูภูคา โดยรวมกลุ่มช่างทั้งหมดมารับงานไปทำที่บ้านแล้วนำมาส่ง กำหนดราคาเพียงเจ้าเดียว ภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นบริษัท ชมพูภูคาจนปัจจุบัน

บริษัท ชมพูภูคา จำกัด ทำธุรกิจผลิตเครื่องเงินและเครื่องประดับจากเงิน จดทะเบียนพาณิชย์ในนาม บริษัท ชมพูภูคา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2537 เปิดเป็นศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา และสินค้าหัตถกรรมเมืองน่าน

โอทอป 5 ดาวการันตีผลิต-ขายเงิน

เครื่อเงินทำมือชมพูภูคาเป็นเครื่องประดับที่มีมาตั้งแต่โบราณของชนเผ่าม้งและเมี่ยน โดยงานเครื่องเงินจะเป็นฝีมือของชาวเขาเผ่าเมี่ยน (เย้า) และม้ง (แม้ว) ซึ่งเป็นชนเผ่าชาวเขาในพื้นที่สูง จ.น่าน ซึ่งเชี่ยวชาญงานเครื่องเงินมาตั้งแต่ยุคโบราณ ลายเงินที่สลักลงลายมีความเป็นเฉพาะตัว ปัจจุบันศูนย์ฯ ทั้งผลิตและจำหน่ายเครื่องเงิน และเครื่องประดับเงิน รวมถึงเป็นจุดให้ความรู้ และฝึกอาชีพให้ชุมชนกว่า 200 ครอบครัว ได้รับรางวัลสินค้าโอทอประดับ 5 ดาว และของฝากเลื่องชื่อเมืองน่าน

จ.น่าน เป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินและเครื่องประดับเงินดีที่สุดในประเทศไทย และอาจข้ามขั้นไปไกลถึงระดับโลก เพราะได้รับการตรวจวัดคุณภาพจาก บริษัท แอสเสย์ จำกัด บริษัทด้านตรวจวัดมาตรฐานพบว่า ขณะเดียวกันรูปพรรณเงินของศูนย์ฯ มีธาตุเงินผสมอยู่ในแต่ละแบบสูง 94-98% มากกว่าที่สากลกำหนดไว้คือ 92.5%

ถึงเวลาทายาทรุ่นที่ 2 สานต่อธุรกิจ

ที่ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคานี้ ปัจจุบันเหลือช่างฝีมือเก่าๆ เพียง 2 คน เนื่องจากบางคนแยกย้ายไปทำธุรกิจของตัวเอง หรือ เปิดบริษัท ดังนั้น จึงเหลือแม่ของตนคนเดียวเป็นเจ้าของอยู่ สำหรับตนเองได้เข้ามาสานต่อช่วยแม่ดูแลบริหารกิจการตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.2557 นับเป็นทายาทรุ่นที่ 2

ตนเรียนจบบริหารธุรกิจ ก่อนจะมาสานต่อธุรกิจหน้านี้ ขายเครื่องเงิน และเครื่องประดับเงิน โดยนำสินค้าของที่บ้านไปออกบูธในห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศประมาณ 3 ปี หลังจากเข้ามาสานต่อธุรกิจได้พัฒนารูปแบบของสินค้าต่างๆ ให้ออกแนววินเทจมากขึ้น ใช้ได้กับกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น ที่ตระเวนออกบูธก่อนนั้น พบเจอลูกค้าและคนทั่วไปมากมาย รู้ว่าความต้องการของลูกค้าชอบอย่างไร ต้องการแบบไหน ทำให้สินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น

โนโบราณเครื่องประดับเงินยุคใหม่

เครื่องเงินและเครื่องประดับเงินของชมพูภูคาเป็นการผลิตโดยผสมผสานระหว่างแบบสมัยใหม่ และแบบชาวเขา จุดเด่นของสินค้าคือ รูปแบบของเครื่องประดับ ลวดลายเป็นงานละเอียด ส่วนงานตอกลายทั่วไปนั้น มีผลิตหลายที่ แต่ชิ้นงานจะหยาบ เพราะใช้สิ่วตัวใหญ่ ส่วนของเราจะใช้สิ่วที่ละเอียดเหมือนการผลิตทองสุโขทัย ทำให้ได้งานละเอียดขึ้น เครื่องเงินและเครื่องประดับละเอียด รูปแบบก็ปรับเปลี่ยนตลอด ซึ่งรูปแบบของศูนย์ฯ ระยะหลังๆ จะออกแนววินเทจใช้ได้ทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่

ทุกวันนี้ ศูนย์ฯ มีช่างอยู่ประมาณ 50 คน โดยเราสนับสนุนช่าง ซึ่งปัจจุบันช่างยังขาดแคลน เพราะเป็นงานฝีมือและใช้ความละเอียดอ่อน ต้องใจเย็น ช่างคนรุ่นใหม่อยู่ไม่ค่อยนาน ดังนั้น เราจึงพัฒนฝีมือเปิดรับช่างรุ่นใหม่เข้ามา ทั้งอบรม ฝึก และกำลังร่วมกับวิทยาลัยชุมชนจะเปิดศูนย์เรียนรู้ เปิดคอร์สอบรม น่าจะเร่ิมได้ประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ เมื่อเรียนจบถ้าสนใจทำงานก็จะรับ โดยเปิดรับทั่วไปเพื่อเป็นการสร้างช่างรุ่นใหม่ๆ 

สินค้าทั้งหมดในศูนย์ฯ 60% ผลิตเอง อีกส่วนหนึ่งรับมาจากโรงงานใน จ.น่าน สำหรับใน จ.น่าน นี้แบ่งลักษณะการผลิตเป็น 2 กลุ่ม 1. ผลิตชิ้นงานสไตล์ชาวเขาและ 2. ผลิตสไตล์จิวเวลรี่คือ แนวๆ ฝังเพชร ส่งออกญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

เพิ่มมูลค่าสินค้าร้อยบาทยันแสนๆ

ชมพูภูคามีสัดส่วนการขายจากที่มี 2 สาขา คือ สาขาใหญ่และสาขา ถ.มิ่งเมือง รวมหน้าร้าน 70% ส่งให้ลูกค้าขายต่อในน่าน 10% และที่เหลือ 20% มีเอเย่นต์รับไปส่งออก ทั้งอาร์เจนตินา บราซิล และอินเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีญาติรับไปออกบูธตามงานต่างๆ และขายในห้างเซ็นทรัลอีกด้วยราคามีตั้งแต่ต่ำสุดชิ้นละ 100 บาท ไปจนถึงสูงสุดหลักแสนบาท  

ยอดขายรวมของศูนย์ฯ เมื่อปี 2559 ประมาณ 20 ล้าน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5% ตั้งเป้าจะให้เติบโตมากขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตาม สภาพเศรษฐกิจโดยรวมมีผลด้วย เพราะเครื่องประดับอิงกันทั้งหมด ปัจจุบันที่ทำให้เครื่องเงินและเครื่องประดับเงินขายดี คือ การท่องเที่ยวและคนในจังหวัดตื่นตัวใช้สวมใส่ ทั้งข้าราชการและพ่อค้าแม่ค้า มีการรณรงค์ มีการสวมใส่ชุดพื้นเมือง และใส่เครื่องประดับเงิน ไม่จำเป็นต้องใส่กับชุดพื้นเมืองเหมือนเดิมเท่านั้น สามารถใช้กับชุดทั่วไปได้มีการพัฒนา

ไทยไม่มีเงิน ต้องนำเข้า แต่เราผลิต

สำหรับวัตถุดิบนั้น เม็ดเงินนำเข้าจากออสเตรเลียและมาเลเซีย นำเม็ดเงินบริสุทธิ์ 100% เข้ามา ซึ่ง ในไทยไม่มีต้องนำเข้าทั้งหมด จากนั้น ถึงนำมาหลอมเข้าสู่กระบวนการผลิต ส่วนกรณีที่มีการระบุเงินลาวก็คือ เหมือนเป็นเงินโบราณของไทย เป็นเครื่องประดับเก่าๆ นำมาหลอมและผลิตใหม่ มีการผสม นานๆ ไปค่าเงินต่ำลงๆ แต่ถ้าสินค้าของศูนย์ เราการันตีเป็นเงินแท้ 100% เราเป็น 1 ใน 2 โรงงาน ใน จ.น่าน เป็นโรงงานและร้านใหญ่ แน่นอนหากมาซื้อจากที่น่านราคาย่อมถูกกว่าซื้อที่กรุงเทพฯ

ขณะเดียวกันทุกวันนี้ มีการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเงินน่านมีหน่วยงานภาครัฐร่วมเพื่อดูแลคุณภาพและราคาเกณฑ์มาตรฐาน มีการสุ่มตรวจคุณภาพเครื่องเงินตลอด มีสมาชิก 15 ราย ทั้งผู้ผลิตและจำหน่าย มูลค่าธุรกิจเครื่องเงิน จ.น่าน ทั้งหมดอยู่ที่ 250 ล้านบาทต่อปี ณ ปี 2559 รวมทั้งส่งและปลีก ส่วนอัตราการเติบโตทรงตัวและเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ

ได้เงินกู้สนับสนุนเปย์ต่อยอดธุรกิจ

เฉพาะของบริษัท ชมพูภูคาเอง ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐบาล ดังนี้ 1. ได้รับอนุมัติวงเงินกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ จากคณะกรรมการกองทุนฯ จ.น่าน 3 ล้านบาท 2. ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อจาก ธพว.SME Transormation Lone 5 ล้านบาท 3. ได้รับการค้ำประกันชินเชื่อจาก บสย. วงเงิน 5 ล้านบาท โดยเงินกู้ที่ได้จะนำมาใช้ปรับปรุงภูมิทัศน์ และขยายกิจการ มีแผนจะเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าแปรรูปทางการเกษตรและผ้าทอ จ.น่าน เพิ่มเติม โดยเฉพาะผ้าทอ จ.น่าน โดดเด่นและไปได้กับเครื่องเงิน รวมทั้งเปิดร้านขายอาหารพื้นเมือง และชาวเขา แนวสุขภาพ ซึ่งในน่านยังไม่มี เป็นการแตกไลน์ธุรกิจด้วย รวมทั้งขยายพิพิธภัณฑ์ให้น่าเดิน

อย่าเห็นแก่ของถูกอาจไม่ใช่เงินแท้

จนถึงวันนี้ เข้ามาดูแลกิจการได้ประมาณ 3 ปี ยอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งที่โดดเด่นเป็นรูปแบบชิ้นงานจากเดิมขายพัฒนาขึ้น ประยุกต์ชิ้นงานให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องซื้อเครื่องเงินและเครื่องประดับเงินนั้น อยากให้ซื้อชิ้นงานได้มาตรฐานคุณภาพ 92.5% เป็นอย่างน้อยตามมาตรฐาน สินค้าราคาถูกเกินไปอาจไม่ใช่เงินแท้ 100%

ทั้งนี้ ธุรกิจทุกวันนี้ คิดว่า ประสบความสำเร็จแล้วหรือยังนั้น ถือว่า ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ตั้งเป้าให้ที่ศูนย์ฯ เป็นแลนมาร์กของผู้มาเที่ยว จ.น่าน ตรงนี้ เป็นเป้าหมายธุรกิจในอนาคต ใครมาน่านต้องมาแวะ มีการพูดถึงบอกต่อ พยายามจะรวมของดีเมืองน่านมาอยู่ที่นี่ให้ได้มากที่สุดด้วย.  

เรื่องเล่าความสำเร็จ