วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คว่ำบาตรมาตรการโดดเดี่ยว

โดย หมัดเหล็ก

หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เดินทางไปเยือน ซาอุดีอาระเบีย เพียง 2 สัปดาห์ บรรดาประเทศในตะวันออกกลาง ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี บาห์เรน เยเมน ลิเบีย และมัลดีฟส์ ต่างพากันประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต และการค้าการลงทุนกับ กาตาร์ ทันที อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ในข้อหาให้การสนับสนุนทางการเงินกับ กลุ่มไอเอส ที่มีอุดมการณ์แบบรุนแรง เล่นเอาประเทศอื่นๆที่มีสายสัมพันธ์กับ กาตาร์ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การบิน การลงทุน หรือการค้า เหนื่อยไปตามๆกัน

การคว่ำบาตร กาตาร์ เที่ยวนี้ คนที่ได้หน้า เห็นจะเป็น ทรัมป์ ที่ไปคุยโขมงว่า ระหว่างการเดินทางเยือนตะวันออกกลาง ได้เน้นว่า ต้องไม่ให้มีการให้เงินอุดหนุนอุดมการณ์แบบรุนแรง บรรดาพวกผู้นำต่างชี้ไปที่ กาตาร์ นี่แหละ ให้ดูไว้

จะข่มขวัญประเทศที่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงของ กลุ่มไอเอส ได้แค่ไหนเป็นอีกเรื่อง แต่ ทรัมป์ ก็ได้แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกาต้องเป็นเบอร์หนึ่งของชาติมหาอำนาจ โดย ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ว่า เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขาที่ได้เดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบีย ได้เฝ้ากษัตริย์ และพูดกับ 50 ประเทศกำลังผลิดอกออกผล พวกเขายืนยันว่าอยากใช้ไม้แข็งกับการให้เงินทุนหนุน ลัทธิสุดโต่ง และการระบุอ้างอิงได้ชี้ไปที่ กาตาร์ ที่น่าจะเป็นการเริ่มต้นของการยุติความโหดเหี้ยมของลัทธิก่อการร้าย

คนอเมริกันที่เคยต่อต้าน ทรัมป์ ก็เริ่มชักจะลังเลว่า การทำหน้าที่ผู้นำประเทศของ ทรัมป์ ที่ถูกมองในแง่ลบมาตลอด แท้ที่จริงแล้วเป็นกุศโลบายของ ทรัมป์ ที่จะทำให้เห็นว่า อเมริกา ยังเป็นพญาอินทรี ในสายตาชาวโลก

วันนี้ บทบาทของ ทรัมป์ ในเวทีโลก คาดเดาได้ยากว่า ทรัมป์ จะเล่นบทไหน แต่ถ้าจับใจความที่ ทรัมป์ ใช้สื่อออนไลน์ประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเองแล้ว จะเห็นมุมมองของ ทรัมป์ ในการใช้ไหวพริบ แก้ปัญหาไปได้ทุกครั้ง เช่น การเจาะไปที่ตัวผู้นำประเทศ ที่มีบทบาทและอิทธิพลมากที่สุด ไม่จำกัดว่าจะเป็นใคร ตำแหน่งไหน แสดงว่า ทรัมป์ ตีบทแตก ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์หรือรู้จักมักคุ้นมาก่อน สามารถเข้าถึงเนื้อถึงตัวถึงลูกถึงคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแมวขาวหรือแมวดำ ขอให้บรรลุเป้าหมายก็พอ

ด้วยบุคลิกของ ทรัมป์ สามารถทำเรื่องที่ไม่คาดฝันได้ทุกเรื่อง โดยที่ไม่ต้องลงมือทำเองด้วยซ้ำไป มาตรการคว่ำบาตร ที่สมัย โอบามา เคยใช้กับ อิหร่าน บทบาทของสหรัฐฯที่กดดันผ่าน นาโต แต่ ทรัมป์ ไม่ทำ ใช้มือคนอื่นในการ คว่ำบาตร แสบกว่าตั้งเยอะ

การที่ ทรัมป์ สายตรงคุยด้วย ไม่ได้หมายความว่า ทรัมป์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้าอยู่ในเส้นทางที่ ทรัมป์ จะทำให้บรรลุถึงจุดหมายแล้ว ทรัมป์ ทำได้ทุกอย่าง

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทรัมป์ไม่ได้สนใจเรื่องของสิทธิมนุษยชน การละเมิดแรงงานเด็กและสตรี ไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองภายในประเทศ ไม่สนใจว่าใครเป็นพันธมิตรเก่าหรือใหม่ ขึ้นอยู่กับว่า เป้าหมายสุดท้ายคืออะไรเท่านั้น

การก่อการร้ายก็เป็นแค่หมากในกระดาน.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th