วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช้างศึกยุคราเยวัช แฟนบอลอย่ายึดติดกับโค้ชซิโก้

โดย ป๋อง กพล

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ใครได้นั่งติดจอเฝ้าดูฟุตบอลไทยผ่านหน้าจอ “ไทยรัฐทีวี” กันบ้างครับ คงจะได้เห็นผลงานการคุมทีมนัดแรกของกุนซือชาวเซอร์เบียป้ายแดงของเราเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ตัวเค้าเองนั้นจะเสียสถิติการคุมทีมให้กับทุกทีมทุกชาติมาก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่ม 'ราเยวัช' เสียสถิติครั้งแรกในอาชีพ หลังพาช้างศึกพ่ายอุซเบฯ) แต่ก็ถือว่าระยะเวลาในการทำงานของเค้าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ก็ถือว่าโอเคและไม่น่าเกลียดเลยนะครับ แถมผู้เล่นที่เรียกมาใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ และบางคนก็ห่างหายจากการรับใช้ทีมชาติไปนานพอสมควร แต่เค้าก็สามารถมาปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างให้ได้เห็นว่า อนาคตข้างหน้าทิศทางของทีมชาติไทยของเราจะเป็นอย่างไร

สวัสดีกันอย่างเป็นทางการนะครับ กับเรื่องราวของวงการฟุตบอลทั้งไทยและเทศ กับผม นายป๋อง คนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลงหายไปไหน เจอกันแบบเสาร์เว้นเสาร์ ให้ได้หายคิดถึงกัน สบายดีกันนะครับ ช่วงนี้อากาศค่อนข้างขมุกขมัว เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ยังไงก็ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ


เข้าเรื่องของเรากันต่อดีกว่า กับผลงานของทีมชาติไทยของเรา อย่างที่บอกครับว่าการเปลี่ยนแปลงมันมีให้เห็นเลยในทันทีในนัดแรก เริ่มต้นจากวินัยในเกมรับกันก่อนนะครับ เราจะเห็นได้เลยว่า ก่อนหน้านี้ ราเยวัช ได้เคยออกมาพูดแล้วว่า ทีมชาติไทยของเรามีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เกมรับ ซึ่งเค้าออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ขุนพลช้างศึกของเรานั้น ค่อนข้างรูปร่างเสียเปรียบในแผงกองหลัง จึงมีการเลือกผู้เล่นในเกมรับ ที่รูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ เข้ามาติดทีมในชุดนี้ เพื่อที่จะแก้ปัญหาเมื่อเวลาเจอเกมโยนยาว หรือเปิดจากด้านข้าง พรรษา เหมวิบูลย์ กองหลังตัวแกร่งจาก บุรีรัมย์ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด เจ้าของส่วนสูง 191 เซนติเมตร ยืนเป็นยักษ์ปักหลัก คอยคุมแผงหลังให้กับทีมชาติไทย เพื่อคอยปัดกวาดลูกกลางอากาศ และเบียดปะทะผู้เล่นตัวใหญ่ได้เป็นอย่างดี แถมการยืนคู่กับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ก็ดูเข้าขากันเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะมีบางจังหวะที่อาจจะไม่เข้าใจกันบ้าง เพราะเพิ่งจะร่วมเล่นกันเป็นครั้งแรกในนามทีมชาติ แต่ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว อาจจะติดอยู่นิดหน่อยเรื่องของสมาธิ เพราะสองครั้งที่เราเสียประตู เพราะเผลอลืมในบางจังหวะ ก็เลยถูกเค้าลงโทษเลยทันที

ส่วนในตำแหน่งอื่นๆ ในแดนกลางและแดนหน้า ก็ถือว่าพอใช้ได้ ถึงแม้ว่ากองกลางชุดนี้ จะไม่ใช่กองกลางชุดที่ดีที่สุดของทีมชาติชุดใหม่ แต่เราก็เห็นได้ว่า เมื่อเราไม่สามารถต่อบอลบนพื้นได้เหมือนเมื่อก่อน แต่การเล่นบอลยาวสลับสั้น พร้อมกับการเข้าทำจากตัวริมเส้นทั้งสองฝั่ง ก็แสดงให้เห็นว่า การเข้าทำของเราหลากหลายมากขึ้น อาจจะขาดแค่ตัวจบสกอร์ชั้นดี เพราะ ปีโป้ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ในตำแหน่งนี้สักเท่าไหร่ เราจะเห็นได้ชัดว่า พอตัวเค้านั้นขยับมาเล่นริมเส้น เค้าก็จะมีประโยชน์กับทีมมากขึ้น และการเปลี่ยน ลีซอ นักเตะจอมเก๋าประสบการณ์ลงมาช่วย มันก็ทำให้เกมรุกของเราดูวูบวาบมากขึ้น แต่ติดตรงที่ลีซอแทบจะไม่มีโอกาสสับไกยิงเลย แต่โดยรวมถือว่าโอเค ส่วนคนอื่นๆ ก็ถือว่าทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาได้เป็นอย่างดี ไม่มีความผิดพลาดจนน่าเกลียด และภาพรวมทั้งหมด ผมถือว่า สอบผ่านนะครับ คะแนนอาจจะไม่เต็ม 10 แต่ก็ไม่หล่นไปจนถึง 5 ผมให้กลางๆ ประมาณ 7 คะแนน สำหรับผลงานโดยรวมของทั้งทีม


แต่มีหลายๆ คนอาจจะไม่ชื่นชอบกับผลงานในนัดนี้ เพราะคงจะติดกับรูปแบบเดิมๆ ผมเข้าใจนะครับ เพราะเราคุ้นเคยกับโค้ชคนเก่ามาหลายปีจนยากจะลืมเลือนไปได้ ผมเลยอยากจะบอกว่า เราควรให้โอกาสกุนซือคนนี้สักหน่อยนะครับ เมื่อไหร่ก็ตามแต่ที่เค้าได้ใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด ที่เค้าได้มองไว้ ผลงานของเค้าอาจจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ และน่าจะช่วยปูรากฐานให้กับทีมชาติไทยของเราให้ไปได้ไกลกว่านี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ต้องอยู่ในพื้นฐานที่ว่า ทุกภาคส่วนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งสมาคมเองก็ดี แฟนบอลเองก็ดี รวมไปถึงสโมสรต้นสังกัดเองก็ดี ถ้าเรายังอยากเห็นช้างศึกทีมนี้ก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างาม

วันนี้คงจะเพียงเท่านี้แล้วนะครับ กลับมาพบกันใหม่ครั้งหน้า คงจะเป็นเรื่องของตลาดการซื้อขายที่แรงเหลือเกินในช่วงนี้ แต่ละสโมสรก็เริ่มจะขยับตัวเสริมทัพกันวุ่นวาย เดี๋ยวจะเก็บมาฝากกันว่า ตัวไหนเหมาะ ตัวไหนไม่เหมาะ และแต่ละสโมสรควรเสริมใครบ้าง ลาแล้วครับ สวัสดีครับ

ป๋อง กพล