บริการข่าวไทยรัฐ

พิสูจน์ธรรมาภิบาลรัฐ

พิษสงของวาทะ “ปลาสองน้ำ” บานปลายกลายเป็นวิวาทะระหว่าง กกต. กับฝ่ายรัฐบาล คสช. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้ว่าปลาสองน้ำไม่ได้เกิดเฉพาะ กกต.องค์กรเดียว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็จะครบวาระ 5 คน จาก 9 คน และกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะขาดคุณสมบัติถึง 8 ใน 9 คน

เป็นการตอบโต้เพื่อความเป็นธรรม ถ้าจะเซ็ตซีโร่หรือโละ กกต.ทั้งหมด ก็ต้องโละองค์กรอิสระอื่นๆด้วย มิฉะนั้นจะเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่ใช่ปลาสองน้ำ แต่เป็นสองมาตรฐาน ทำไมจึงพูดถึงแค่ กกต. และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะเลือกเซ็ตซีโร่แต่องค์กรที่แข็งข้อ ไม่ยอมหงอให้อำนาจรัฐหรืออย่างไร?

เท่านั้นยังไม่พอ มีรายงานข่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการ กกต. มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีที่มีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบรัฐมนตรี 9 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าถือครองหุ้น เข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 อันอาจเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ขาดคุณสมบัติและพ้นจากรัฐมนตรีหรือไม่?

วาทะ “ปลาสองน้ำ” เป็นข้ออ้างของประธาน กรธ. และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อชี้แจงเหตุผลการโละ กกต. ทั้งคณะ อ้างด้วยว่ารัฐธรรมนูญใหม่กำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระไว้สูง ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง อยู่ในขณะนี้ขาดคุณสมบัติหลายคน จึงโละ กกต.ทั้งคณะ เพื่อสรรหาและแต่งตั้งใหม่ ให้เป็นปลาน้ำเดียว ไม่ใช่ปลาสองน้ำ

ตามรัฐธรรมนูญใหม่ 2560 ยิ่งจะทำให้ กกต.ชุดใหม่กลายเป็นปลาหลายน้ำ เพราะแยกที่มาของกรรมการเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่ง ได้แก่ ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ 5 คน กลุ่มที่สอง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย 2 คน ถ้ากรรมการกลุ่มที่หนึ่งมาจากผู้เชี่ยวชาญคนละสาขา ก็จะเป็น 5 สาขา บวกกับนักกฎหมาย จะกลายเป็นปลา 6 น้ำ

ข้ออ้างเรื่องปลาสองน้ำจึงเป็นเหตุผลที่ไม่หนักแน่น ส่วนเรื่องที่ กกต. มีมติตั้งคณะกรรมการสอบสวนรัฐมนตรี 9 คน รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และรัฐมนตรีดังๆอีกหลายคน เป็นเพียงรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” กกต. ยังไม่ได้ยืนยันเป็นทางการ ถ้าเป็นเรื่องจริง ต้องถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ขององค์กรอิสระเพราะมีผู้ร้องเรียน

ทุกฝ่ายจึงควรปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ ไม่ควรมีการยับยั้ง หรือขัดขวางใดๆ จะเป็นผลดีต่อฝ่ายรัฐบาลมากกว่า และเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้ว่ารัฐบาลนี้เป็น “ธรรมาภิบาล” ที่แท้หรือไม่? ยึดความโปร่งใส หลักนิติธรรม คุณธรรม เป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดินจริงหรือไม่?