วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมคิด' เสนอญี่ปุ่นทบทวน 'เจเทปา' ร่วมพัฒนาสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

'สมคิด' เสนอญี่ปุ่นทบทวนเจเทปา เพิ่มประเด็นการพัฒนาระบบรองรับอุตสาหกรรมยุคดิจิทัล หวังเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสองฝ่ายเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต–ห่วงโซ่มูลค่าโลก ส่วนการเรียกร้องให้เพิ่มพื้นที่ 'อีอีซี' ยันรอให้นักลงทุนรู้จักดีก่อนค่อยว่ากัน..

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการร่วมรับประทานอาหารเช้ากับ นายโยะชิฮิเดะ สึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ผู้มีบทบาทสำคัญและคุมด้านความมั่นคงของรัฐบาลญี่ปุ่น โดยหารือกันถึงการทบทวนความตกลงเขตการค้าเสรีไทย–ญี่ปุ่น (เจเทปา) ที่มีผลบังคับใช้มา 10 ปีแล้ว หรือเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ พ.ย.50 จะต้องทบทวนใหม่เพื่อให้มีความทันสมัย เพื่อเปิดเสรีให้มากและกว้างขวางขึ้น

โดยต้องการให้มีประเด็นความร่วมมือกันในการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างกัน โดยเฉพาะรองรับอุตสาหกรรมยุคดิจิทัล และการใช้อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things: IoT) นอกเหนือจากการหารือเรื่องการเปิดตลาด และการขจัดปัญหาและอุปสรรคระหว่างกันเท่านั้น

สำหรับภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้ว หากทางเราไม่พัฒนาเรื่องนี้ จะไม่สามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตกันได้ จึงต้องขอให้ญี่ปุ่นช่วยเหลือพัฒนาระบบต่างๆ รองรับ เพื่อให้อุตสาหกรรมของทั้งสองฝ่ายเชื่อมโยงกันได้ รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก (Global Supply Chain) และห่วงโซ่มูลค่าของโลก (Global value Chain) เนื่องจากในยุคต่อไปไม่ใช่แค่การเปิดตลาดระหว่างกันเท่านั้น แต่การทำเจเทปา ทำให้เห็นว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะทำให้อุตสาหกรรมของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว และทัพนักลงทุนญี่ปุ่นไหลเข้ามาในไทยอย่างมาก

นอกจากนี้ เรื่องการเปิดตลาดรถยนต์ เมื่อถึงเวลาทบทวนจริงๆ ต้องมาพิจารณากันอย่างละเอียดอีกครั้งว่าจะเปิดตลาดให้ได้หรือไม่ โดยไทยกำลังมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อย่างรถยนต์ไฟฟ้า โดยขอให้ญี่ปุ่นสนับสนุนไทยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคดิจิทัล ส่วนในเรื่องสถานการณ์การเมืองของไทย ได้ย้ำกับญี่ปุ่นว่า ขณะนี้ประเทศไทยดีขึ้นมากแล้ว แต่การปฏิรูปประเทศยังไม่สิ้นสุด รัฐบาลต้องเดินหน้าต่อแน่นอน ดังนั้นไม่ต้องกังวลถึงโครงการต่างๆ ที่จะผลักดันออกมาในช่วง 1-2 ปีนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าต่อให้สำเร็จแน่นอน พร้อมดูแลนักลงทุนที่อยู่ในไทยเป็นอย่างดีเหมือนที่ผ่านมา

ส่วนการขอให้ญี่ปุ่นทั้งภาครัฐและเอกชน นำทัพนักลงทุนญี่ปุ่นมาเยือนไทย เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 130 ปีในปีนี้ ที่รัฐบาลไทยจะจัดอย่างยิ่งใหญ่นั้น นายสึกะรับว่าจะเป็นคนผลักดันเรื่องนี้เองทั้งหมด แต่ยังไม่รู้จะจัดช่วงไหน ซึ่งอยากให้เป็นช่วงเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางมาไทย เพราะจะมีอิมแพ็กมาก

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงไทย–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 60 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายโยะชิฮิเดะ สึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นประธานร่วมว่า ได้ขอให้หารือถึงการพัฒนาร่วมกัน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมที่จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่ การลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการประเมินความคืบหน้าความร่วมมือระบบรางในภาพรวม โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ซึ่งจะใช้เทคโนโลยี “ชินคันเซ็น” ของญี่ปุ่น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีระบบรางของญี่ปุ่นเพื่อพัฒนารถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มพื้นที่ใน EEC อีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่ได้เรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้วว่า ต้องการโปรโมต 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้ต่างชาติรู้จักดีก่อน แล้วจึงค่อยขยายไปยังพื้นที่อื่นต่อไป.