บริการข่าวไทยรัฐ

ปชป.ฉะรัฐบาลครอบงำองค์กรอิสระ มีชัยลุยเซ็ตซีโร่กกต. ชี้ปฏิรูปต้องยอมเจ็บ

มีชัย ฤชุพันธุ์

“วิษณุ” เลี่ยงโต้เสียงค้านเหตุผลปลาสองน้ำ โละทิ้ง กกต.ยกชุด ถามสื่อมองมั้ยล่ะ กกต.เอาคืนสั่งสอบคุณสมบัติ 9 รมต.เข้าข่ายขัด รธน. “สมคิด” ป้อง 9 รมต.โปร่งใสพร้อมถูกสแกน “สนธิรัตน์-อุตตม” มั่นใจมีหลักฐานเคลียร์ ไร้ปัญหาสั่นคลอนเก้าอี้ “สมชัย” ปัดวุ่นสางแค้นตั้งอนุกรรมการเช็ก รมต.ถือหุ้น-ผลประโยชน์ขัดกัน ถ้าไม่ทำเจอข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ “มีชัย” กร้าวจะปฏิรูปต้องยอมเจ็บกันบ้าง ยันไม่เกี่ยวยื้อเลือกตั้งหรือสืบทอดอำนาจ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่เมืองจันท์ ลั่นไม่เคยบอกจะไม่มีเลือกตั้ง แจงตั้งคำถาม 4 ข้อให้ชาวบ้านเรียนรู้หัดคิดเองเป็น ปชป.ร่วมขย่มเหตุผล กมธ. สนช.ฟังไม่ขึ้น “นิพิฏฐ์” กะเทาะปัญหาแท้จริงรัฐบาลจ้องครอบงำองค์กรอิสระ เตือนผู้มีอำนาจอย่าทำอะไรเหนือ รธน.

จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งกรรมการสอบรัฐมนตรี 9 คน ที่ถือครองหุ้น อาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญ โดยถูกมองเป็นเกมเอาคืนข้อเสนอให้เซ็ตซีโร่ กกต.ยกชุด ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงตอกย้ำว่าเหตุผลข้ออ้างโละ กกต.เดิมเพื่อแก้ปัญหาปลาสองน้ำฟังไม่ขึ้น แต่เนื่องจากรัฐบาลต้องการจะตั้งองค์กรอิสระด้วยมือตัวเอง 100% หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการครอบงำองค์กรอิสระ

“วิษณุ” เลี่ยงโต้วิวาทะปลาสองน้ำ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุปลาสองน้ำมีในทุกองค์กร การเซ็ตซีโร่เช่นนี้เป็นปลาสองน้ำหรือออกกฎหมายสองมาตรฐานว่า ตนรับทราบแต่ไม่ตอบอะไร เพราะจะกลายเป็นการ ปะทะคารม ตนไม่ตั้งใจโต้เถียงอะไรกับเขา เพียงแต่เล่าให้ฟังว่าเหตุผลของ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.เขาว่าอย่างนี้ และคำว่าปลาสองน้ำมีผู้สื่อข่าวพูดขึ้นมา ตนไม่คิดจะไปอุปมาแต่ถ้าคำนี้ทำให้เข้าใจได้ก็ไม่เป็นไร

ถามสื่อมองมั้ย กกต.พลิกเกมเอาคืน

เมื่อถามว่ากรณีมีข่าวว่า กกต.จะตั้งกรรมการสอบการถือหุ้นของ 9 รัฐมนตรีให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีการร้องเรื่องนี้ไปยัง กกต.อยู่แล้ว เขาต้องดำเนินการไม่น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน ถือเป็นการทำตามหน้าที่ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่มีการหยิบขึ้นมาในช่วงนี้ เป็นการตั้งเงื่อนไขหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่ได้คิดว่าเป็น และไม่ได้คิดว่าไม่เป็นคือเฉยๆ เพราะมองว่าเป็นการทำหน้าที่ปกติ นึกว่ามีการตั้งกรรมการไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ถามอีกว่ากังวลเรื่องที่มีการตรวจสอบนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าตนตอบแทนคนอื่นไม่ได้ แต่ของตนไม่ได้มีปัญหาอะไร และในส่วนของตนไม่ได้ถูกกล่าวหาในเรื่องการถือหุ้นแต่เป็นเรื่องอื่น และคนที่ทักท้วงไม่ใช่ กกต.

เมื่อถามอีกว่า มองว่าการหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาตอนนี้เพราะไม่ต้องการให้เซ็ตซีโร่ กกต. นายวิษณุตอบว่า “คุณมองมั้ยล่ะ” ผู้สื่อถามอีกว่าแล้วคิดได้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า “ไม่ทราบ ไม่สมควรคิด ไม่กล้าคิด ทางพระเรียกว่าอจินไตย ไม่ควรแม้แต่จะคิด” เมื่อถามว่าจะกระทบองค์กรอิสระอื่นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รอให้ถึงองค์กรนั้นๆ แล้วค่อยพูดกัน วันนี้ยังไม่ถึง ของ กกต.มาถึงก่อน วันที่ตนพูด เรื่องนี้ ได้บอกไปว่าเรื่องนี้ไม่ได้พูดเรื่องคุณสมบัติ เราพูดเรื่องโครงสร้างเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าปัญหาโครงสร้างมีกับองค์กรอื่นต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน อยากให้ไปถาม กรธ.ว่าโครงสร้าง กกต.ต่างจากโครงสร้างองค์กรอิสระอื่นอย่างไรตามรัฐธรรมนูญ

“สมคิด” ป้อง 9 รมต.พร้อมถูกสแกน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ตั้งกรรมการสอบคุณสมบัติ 9 รัฐมนตรีว่า รัฐมนตรีทุกคนพร้อมให้ตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ตื่นเต้น การตรวจสอบถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องปกติ ส่วนกรณีที่จะตรวจสอบย้อนไม่ย้อนก็ไม่เป็นปัญหา เพราะโปร่งใสตั้งแต่ต้น ส่วนสาเหตุที่ กกต.เพิ่งจะมาตรวจสอบขณะนี้นั้นไม่ทราบ เพราะทำแต่งาน

“สนธิรัตน์” มั่นใจหลักฐานเคลียร์

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อถูก กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติว่าถือครองหุ้น และมีการกระทำการที่เข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้หนักใจในประเด็นดังกล่าว พร้อมนำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจงต่อ กกต. ก่อนเข้ารับตำแหน่ง รมช. พาณิชย์ ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เข้าใจว่าการตรวจสอบของ กกต.สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบ เมื่อรับเรื่องแล้ว ต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอนของกฎหมาย คงจะไม่ได้แก้เกี้ยวที่ กกต.กำลังจะถูกเซ็ตซีโร่

“อุตตม” ไม่กังวลไร้เหตุหลุดเก้าอี้

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีมีชื่อถูกให้ตรวจสอบจาก กกต.ว่า เป็นเรื่องเก่านานแล้วและเป็นเรื่องที่ กกต.หยิบยกขึ้นมาตามคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย คิดว่าไม่น่าจะมีผลอะไร และกรณีนี้เป็นการร้องคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ตนมารับตำแหน่งในช่วงใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่น่าจะมีผลอะไร หรือมีปัญหาให้ต้องหลุดจากตำแหน่ง เหตุการณ์นี้ชัดเจนว่าเกิดจาก กกต.ถูกเซ็ตซีโร่

“สมชัย” ปัดถอนแค้นตั้งอนุ กก.สอบ รมต.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรัฐมนตรี 9 รายเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามต้องพ้นจากตำแหน่งว่า เห็นพาดหัวข่าวแล้วไม่สบายใจ เนื่องจากเขียนว่า กกต.ชุดนี้เอาคืนรัฐบาล หลังจากถูกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเซ็ตซีโร่ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเอาคืน เป็นเพียงการดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องร้องเรียน กกต. เพื่อให้ตรวจสอบรัฐมนตรีทั้ง 9 คน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เมื่อยื่นคำร้องมา กกต.ได้ให้สำนักกฎหมายพิจารณาว่าคำร้องมีมูลพอหรือไม่ สำนักกฎหมายได้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุม กกต.ครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 พ.ค. แต่ครั้งนั้นมี กกต.แค่ 4 คน จึงเห็นว่าอยากให้ กกต.ครบ 5 คน เมื่อประชุมกันวันที่ 6 มิ.ย. จึงมีมติตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน โดยมี 9 ผู้ทรงคุณวุฒิ มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 60 วัน เพื่อพิจารณาว่าสมควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและจังหวะที่เหมาะสม ไม่ได้เร่งรัดหรือหน่วงเหนี่ยว ยืนยันว่า กกต.ทำตามหน้าที่ ถ้าไม่ทำอาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157

นัด 13 มิ.ย. ถกรับมือ ก.ม.เซ็ตซีโร่

เมื่อถามว่า จะสามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวเสร็จก่อนที่ กกต.ชุดใหม่จะเข้ามาหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ ต้องรอดูวันที่ 9 มิ.ย.ก่อนว่า สนช.จะพิจารณาออกมาอย่างไร หากกฎหมายลูก กกต.ประกาศใช้คาดว่าจะมีการสรรหา กกต.ใหม่อีก 4 เดือน ส่วนเรื่องกฎหมายลูกดังกล่าววันที่ 13 มิ.ย. กกต.ได้นัดคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือว่าร่างกฎหมายลูกมีจุดใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ได้ดูเฉพาะแค่ประเด็นคุณสมบัติ กกต.เท่านั้น แต่จะดูทุกเรื่องอย่างละเอียด ไม่มีการตั้งธงล่วงหน้าว่าจะยื่นความเห็นแย้ง

“นิพิฏฐ์” ฉะ รบ.จ่อครอบงำองค์กรอิสระ

ที่รัฐสภา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเซ็ตซีโร่ กกต.ว่า ถ้า กกต.ชุดปัจจุบันคนใดมีคุณสมบัติถูกต้องตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีเหตุผลเพียงพอจะไปเซ็ตซีโร่ การอ้างเหตุเรื่องปลาสองน้ำถือว่าไม่มีเหตุผล อยากให้มีปลา 3-4 น้ำในองค์กรด้วยซ้ำ จะได้มีหลายน้ำคอยถ่วงดุลกันทั้งคนเก่าและคนใหม่ องค์กรอิสระในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จะมีวาระเหลื่อมกับวาระของรัฐบาล ไม่จบไปพร้อมรัฐบาล เพราะต้องการให้ไปตรวจสอบรัฐบาล แต่ปัญหาประเทศไทยคือรัฐบาลต้องการตั้งองค์กรอิสระด้วยมือรัฐบาลทั้ง 100% จึงมีข้อครหาว่าต้องการครอบงำองค์กรอิสระหรือไม่ ถ้าคนตั้งองค์กรอิสระประกาศชัดเจนว่าตั้งองค์กรอิสระแล้วจะไม่อยู่ในอำนาจต่อถือว่าทำได้

เฉ่งผู้มีอำนาจอย่าทำอะไรเหนือ รธน.

“แต่ผู้มีอำนาจขณะนี้ไม่ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าจะอยู่ในอำนาจต่อหรือไม่ จึงไม่ควรตั้งหรือเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระ เพื่อไม่ให้ถูกนินทาว่าต้องการครอบงำองค์กรอิสระ อยากให้ยึดตามรัฐธรรมนูญ อย่าทำอะไรเหนือรัฐธรรมนูญ จะเกิดปัญหาเพราะไม่ว่าจะเซ็ตซีโร่ กกต.องค์กรเดียวหรือองค์กรอิสระทุกแห่ง จะเกิดปัญหาทั้งหมด ส่วนที่ กกต.ตั้งท่าตรวจสอบ 9 รัฐมนตรีที่มีปัญหาเรื่องการถือครองหุ้นไม่ถูกต้องนั้น ถ้าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายก็ตรวจสอบได้ อย่าไปมองว่าเป็นการเอาคืน” นายนิพิฏฐ์กล่าว

บี้หาเหตุผลดีๆลบภาพลับลมคมใน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอ้างเหตุผลปลาสองน้ำเพื่อเซ็ตซีโร่ กกต.นั้นเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะองค์กรอิสระทุกองค์กรมีลักษณะปลาสองน้ำ ตัวกรรมการในองค์กรอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่งตามอายุ ดังนั้นทั้ง กรธ. สนช.ควรจะหาเหตุผลที่ฟังขึ้นกว่านี้ สังคมจะมองได้ว่ามีอะไรลับลมคมใน ส่วน กกต.ควรพิจารณาเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติ 9 รัฐมนตรีตามเนื้อผ้า ไม่ควรใช้เงื่อนไขการถูกเซ็ตซีโร่มาเป็นประเด็น ทราบว่ามีการร้องเรียนเข้ามานานหลายเดือนแล้ว ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและควรเปิดโอกาสให้ 9 รัฐมนตรีชี้แจง ทั้ง 9 ท่านคงไม่มีเจตนาจะทำความผิด ดังนั้นอย่าให้เกิดความเข้าใจของสังคมว่าทำในลักษณะเอาคืน เพราะไม่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กร กกต.เอง

“เรืองไกร” หวัง กกต.ตรงไปตรงมา

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมตั้งกรรมการสอบรัฐมนตรี 9 คนว่า การตั้งกรรมการสอบเป็นไปตามกรอบเวลาปกติ เพราะตนยื่นเรื่องไว้นานแล้ว แต่ไปประจวบเหมาะกับช่วงที่มีประเด็นเซ็ตซีโร่ขึ้นมา ถ้า กกต.จะเอาเรื่องนี้มาเป็นเครื่องต่อรองการอยู่ในตำแหน่งของตัวเองนั้นไม่ถูกต้อง แต่ยังเชื่อว่า กกต.จะทำงานยึดตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย หวังว่า กกต.จะมีมติในเรื่องนี้ออกมาตามตัวบทกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

“มีชัย” ยันโละ กกต.ยกชุดดีสุดแล้ว

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงกรณีข้อเสนอเซ็ตซีโร่ กกต.ว่า ในตอนสุดท้ายของการประชุม กมธ.เหลือประเด็นบทเฉพาะกาลที่จะทำอย่างไรกับ กกต.ที่มีอยู่ในปัจจุบัน กรธ.เสนอไปให้ดูคุณสมบัติ ถ้าใครมีคุณสมบัติครบก็อยู่ต่อ ใครขาดคุณสมบัติต้องหมดไป ส่วน สนช.ขอแปรญัตติให้ กกต.อยู่หมด กมธ.ได้ขอให้ กรธ.ช่วยหาทางออก นายภัทระ คําพิทักษ์กับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ตัวแทนจาก กรธ.ที่ร่วมเป็น กมธ.บอกว่า ถ้าจะหา ทางออกต้องดูหมดทุกทาง คือมี 3 ทางคือ 1.เซ็ตซีโร่ 2.อยู่เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติครบ 3.ให้อยู่หมด ที่ประชุมจึงตกลงให้เซ็ตซีโร่ ซึ่ง กรธ.เมื่อทราบแนวทาง กมธ.เห็นด้วยว่าทำได้โดยไม่กระทบต่อองค์กร อิสระอื่น การเซ็ตซีโร่ กกต.ดีที่สุด เพราะสอดคล้องรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ กกต.คือองค์กรอิสระเดียว ที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุด

โบ้ยไม่เกี่ยวยื้อ ลต.–สืบทอดอำนาจ

นายมีชัยกล่าวอีกว่า หากจะโทษ กรธ.ว่าเปลี่ยนใจก็โทษได้ อย่างที่เคยบอกการทำกฎหมายลูก สุดท้ายจะขึ้นกับ สนช.สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากมีเหตุผลและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม กรธ.ไม่ขัดข้อง ที่ กรธ.เห็นด้วยกับ กมธ. สนช.เพราะมันจะมีประโยชน์ต่อการเลือกตั้งมากที่สุด ที่ยังไม่รู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นปลายปี 61 หรือต้นปี 62 เมื่อถึงตอนนั้น กกต.ชุดนี้จะพ้นจากตำแหน่งหลายคน การทำหน้าที่อาจจะสะดุด ต้องทยอยสรรหาเพิ่ม หากเซ็ตซีโร่เลยจะไม่สะดุด ส่วนข้อกล่าวหาว่าเซ็ตซีโร่ กกต.แล้วจะลากยาวเลือกตั้งนั้นไม่จริง ไม่ว่าจะสรรหา กกต.ตอนไหน จะใช้เวลาตามกรอบ 90 วัน ไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง และไม่ว่าจะสรรหาองค์กรอิสระตอนไหน กลไกก็จะหลุดไปจากอำนาจของฝ่ายบริหาร โครงสร้างคณะกรรมการสรรหากำหนดชัด ให้มาจากประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานรัฐสภา และตัวแทนจากองค์กรอิสระอื่นที่ไม่ใช่องค์กรที่จะสรรหา และการเลือกต้องใช้มติ 2 ใน 3 ดังนั้นไม่เกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.เลย

ชี้จะปฏิรูปต้องยอมเจ็บกันบ้าง

เมื่อถามถึงบรรทัดฐานการเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระอื่น อย่าง ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญที่คุณสมบัติคณะกรรมการ คล้ายกับ กกต. นายมีชัยกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติ การเซ็ตซีโร่ต้องขึ้นอยู่กับบทเฉพาะกาล ต้องดูแต่ละองค์กรไป อย่าง กสม.เราต้องการเซ็ตซีโร่ให้เป็นไปตามหลักการปารีส ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา แต่สุดท้ายต้องขึ้นกับการพิจารณาของ สนช. ส่วนใครจะไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความเป็นสิทธิตามกฎหมาย ก่อนจะนำร่างกฎหมายลูกขึ้นทูลเกล้าฯ ศาลรัฐธรรมนูญต้องให้ความเห็นชอบ การปฏิรูปมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกระทบนั่นนิดกระทบนี่หน่อย โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง การตรวจสอบต้องเข้มงวดกว่าเดิม เมื่อจะปฏิรูปก็ต้องยอมเจ็บกันบ้าง

“สมเจตน์” เชื่อ กรธ.ไม่ติดใจ ก.ม.พรรค

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของ สนช.ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.ได้ประชุมเป็นนัดสุดท้ายเพื่อสรุปประเด็น ตอนนี้สะเด็ดน้ำหมดแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนทางธุรการ วันที่ 8 มิ.ย. จะส่งร่างนี้เข้าวิป สนช.เพื่อให้นำร่างบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สนช.สัปดาห์หน้า ยืนยันว่าทำตามหลักการที่ กรธ.ร่างส่งมา แม้มีบางเรื่องที่ กมธ.เห็นไม่ตรงกับ กรธ. เช่น ทุนประเดิมการจัดตั้งพรรค แต่สิ่งที่แก้ไขไม่ได้ขัดเจตนารมณ์เดิมของ กรธ.และพร้อมชี้แจงกับ กรธ.ในที่ประชุมทุกประเด็น เชื่อว่าไม่น่าจะขัดข้อง ที่ผ่านมาพูดคุยทำความเข้าใจกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นระยะอยู่แล้ว

บิ๊ก ปชป.ผวาล่อซื้อหาเหตุยุบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีการหารือรอบนอกของคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคบางส่วน ถึงกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ที่จะออกมาบังคับใช้ โดยมีการวิเคราะห์ว่า ผู้ร่างกฎหมายไม่มีความรู้ลึกซึ้งในพรรคการเมือง มองแค่มุมเดียวคือ มุ่งสร้างให้พรรคการเมืองเข้มแข็งตามทฤษฎี แต่มีปัญหาความยุ่งยากในการปฏิบัติ เช่น การกำหนดให้สมาชิกพรรคเสียค่าสมาชิกรายปีคนละ 100 บาท จะสร้างปัญหากรณีที่มีการล่อซื้อ หรือให้ประโยชน์โดยมุ่งหวังให้ยุบพรรคการเมืองนั้นๆ กรณีที่ว่าจ้างสมาชิกพรรคให้ทำผิดกฎหมายพรรคการเมืองและมีโทษถึงการยุบพรรค นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์ถึงปัญหาการส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง หากต้องการส่งผู้สมัครทั้ง 350 เขตทั่วประเทศ สาขาจังหวัดต้องจัดประชุมโดยมีสมาชิกอย่างน้อย 100 คนเข้าร่วม ต้องมีต้นทุนเพิ่มคือ ค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร การจัดการประชุมเพื่อเลือกผู้สมัคร ซึ่งคนร่างกฎหมายไม่ได้คิดว่าเป็นการเพิ่มภาระให้พรรคการเมืองทางอ้อม

ห่วงยิ่งต่อต้านเข้าทางยื้อโรดแม็ป

นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ถึงการเซ็ตซีโร่ กกต.โดยเป็นห่วงว่าเป็นการตัดสิทธิ์ย้อนหลังกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ ที่น่ากังวลกว่าคือคนที่จะมาเป็น กกต.ชุดใหม่ว่ามีความเป็นกลางจริงหรือไม่ ถ้าเป็นคนที่สั่งได้จะยิ่งสร้างปัญหาให้ระบบการเมืองไทยในอนาคต ซ้ำรอยอดีตที่มีการแทรกแซงองค์กรอิสระ โดยยกตัวอย่างกรณีการล่อซื้อเสียง หรือว่าจ้างให้ทำผิดกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อหวังยุบพรรคการเมืองด้วยกันจะทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะ กกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองสั่งยุบพรรคได้ทันที ทั้งยังเห็นว่าถ้าพรรคการเมืองใดออกไปเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายพรรคการเมือง หรือกฎหมาย กกต.อาจจะสร้างเงื่อนไขให้ผู้มีอำนาจอ้างให้ปรับแก้ไข ยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่ ที่สุดจะส่งผลกระทบต่อโรดแม็ป เลื่อนการจัดการเลือกตั้งออกไปอีก

นายกฯ หอบคณะบินดูงานจันทบุรี

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ จากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. ลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล จ.จันทบุรี ไปยังท่าอากาศยานตราด ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด จากนั้นได้เดินทางโดยรถตู้โฟล์ก ทะเบียน นก 1111 จันทบุรี ไปยังสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด ต.ชากไทย อ.เขาคิชฌกูฏ โดยมีนายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ข้าราชการ และประชาชนกว่า 1,000 คน ให้การต้อนรับ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยนายกฯรับฟังผลการดำเนินงานและมอบปัจจัยการเกษตรให้ โคนมสอยดาว 10 ล้านบาท สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนให้สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ 25 ล้านบาท และสถานีสูบน้ำบ้านท่าอุดม เพื่อใช้ในการทำเกษตรแปลงใหญ่และการบริหารจัดการผลไม้

ขอให้สบายใจไม่คิดรังแกคนจน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งหวังดูแลคน 70 ล้านคน แต่หากคิดกันแค่เรื่องเงินรัฐบาลก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนมาเติมให้ จึงขอให้เข้าใจด้วย และขอให้สบายใจรัฐบาลไม่ได้รังแกคนจน แต่การเรียกร้องให้ปลดหนี้สินต่างๆรัฐบาลทำให้ทั้งหมดไม่ได้ จะเอาเงินจากที่ไหน แต่ได้มีโครงการประนอมหนี้ เปิดลงทะเบียนคนจน แต่มีไม่เข้าหลักเกณฑ์เยอะ และการขึ้นบัญชีต้องไม่ทุจริต หากตรวจสอบเจอมีความผิด รัฐบาลเดินตามแนวทางประชารัฐ ประชาชนต้องมาก่อน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องให้มีอำนาจในการบริการงบประมาณ ไม่ใช่ให้ใครมาสั่งอีก ทุกคนต้องปรับตัว อย่างตนอารมณ์ร้อนก็ปรับตัว ท่ามกลางในเวลา 3 ปีที่มีความขัดแย้ง บิดเบือนสูง และอย่าให้ใครมาชักจูงหลอกไปตายอีก ส่วนใครจะรักจะเกลียด ตนก็ทำให้หมด คนที่เกลียดตนเพราะไม่เข้าใจ มีการบิดเบือนจนเพี้ยนไปหมด และวันที่ 8 มิ.ย.ตนจะพูดเรื่องงบประมาณ

ลั่นไม่เคยบอกไม่มีเลือกตั้ง

นายกฯ กล่าวว่า ตนพูดคนเดียวก็เบื่อเหมือนกัน พูดมา 3 ปีแล้วทุกเรื่อง แต่ตนศึกษาทำความเข้าใจไม่ใช่ไม่รู้เรื่องเลย วันนี้ไม่มีพวก รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ทำเพื่อประชาชน เรื่องของยุทธศาสตร์ชาติอย่าไปกลัว เพราะไม่ได้บังคับใคร และไม่ได้สืบทอดอำนาจ เพียงแต่สืบทอดอำนาจของประชาชนให้มีคนมาทำงานให้ท่านได้ และไม่ได้มีอะไรที่พิสดาร คนที่ต่อต้านคือคนที่กลัวว่าจะทำอย่างเดิมไม่ได้ ซึ่งท่านก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี ตนเข้ามา 3 ปีเห็นปัญหาเป็นพันเรื่อง แล้วไม่เห็นกันหรือว่าได้ทำอะไรไปบ้างและตนไม่ได้บอกว่าจะไม่มีเลือกตั้ง อย่างไรก็ต้องมี และขอเลือกใครก็ได้ที่เป็นคนดี อย่างน้อยก็มีเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และ อบจ.จากนั้นนายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการด้านการเกษตรและกระบวนการจัดการและควบคุมคุณภาพผลไม้ส่งออก และการประมูลผลไม้แปลงใหญ่

ย้ำ 4 คำถามให้ ปชช.เรียนรู้คิดเอง

จากนั้นเวลา 13.20 น. นายกฯพร้อมคณะเดินทางไปที่งาน“มหานครผลไม้ FRUITPITAL FAIR 2017” ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี เยี่ยมชมนิทรรศการผลไม้ดีประจำจังหวัดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ อาทิ ไวน์มังคุด ถ่านเปลือกมังคุด ไอศกรีมทุเรียน พร้อมชิมทุเรียนพันธุ์หายาก อาทิ พันธุ์ชายมะไฟ พันธุ์พวงมณี เป็นต้น และร่วมถ่ายรูปกับตัวแทนนักเรียนโรงเรียนต่างๆ จากนั้นนายกฯได้มอบใบหุ้นบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจันทบุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ให้ภาคส่วนต่างๆที่สนับสนุน พร้อมกล่าวว่าขอให้ภาคราชการช่วยอำนวยความสะดวก ขจัดปัญหาต่างๆแม้เราไม่สามารถเป็นมหาอำนาจทางทหารได้ แต่เราจะเป็นมหาอำนาจทางอาหารให้ได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า จึงต้องมีโรดแม็ป มียุทธศาสตร์ชาติ และมีใครถามเรื่อง 4 คำถามหรือเปล่า ที่ตนถามเพื่อให้ทุกคนเรียนรู้และคิดเอาเอง จากนั้นนายกฯได้เดินพูดคุยกับผู้ค้าภายในงาน และขอถ่ายรูปกับนางงามมหานครผลไม้ พร้อมพูดว่า “เป็นคนสวยแล้วอย่าลืมเป็นคนดีด้วยนะ” จากนั้นจึงเดินทางกลับ กทม.

มท.ตั้งชุดกลั่นกรองความเห็น

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการรับฟังความเห็นของประชาชนในเรื่องคำถาม 4 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและขอความร่วมมือกรุงเทพมหานคร สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดสถานที่รับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.เป็นต้นไป ทั้งยังแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองสรุปผลการตอบคำถามและการแสดงความคิดเห็นระดับกระทรวง และสั่งการให้ผู้ว่าฯแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองสรุปผลการตอบคำถามและการแสดงความคิดเห็นระดับจังหวัด โดยให้สรุปผลการตอบแบบ สอบถามและแสดงความคิดเห็น รายงานกระทรวงมหาดไทยทุก 10 วันทำการ ให้รายงานผลครั้งแรกในวันที่ 23 มิ.ย. นอกจากนี้ สั่งการให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์ประเด็นคำถาม 4 ข้อ รวมทั้งข้อมูลสถานที่ ห้วงเวลา ช่องทาง และแบบสอบถามให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง

“อำนวย” กระตุกก้าวข้ามทักษิณ

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ภาครัฐเดินหน้าสร้างการปรองดอง ภายในเดือนนี้จะได้เห็นร่างสัญญาประชาคมเพื่อความสามัคคีปรองดองออกมา จึงอยากให้ฝ่ายการเมืองหันมามองตัวเอง อย่าสร้างเงื่อนไขอะไรที่เป็นข้อขัดแย้งในอนาคต ทุกพรรคการเมืองควรเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง อย่ามัวพูดถึงแต่เรื่องที่ผ่านมา การที่บางพรรคการเมืองระบุจะต่อต้านกับระบบทักษิณนั้น ควรก้าวข้ามเรื่องนี้ไปได้แล้ว เพราะด้วยข้อเท็จจริงระบบทักษิณไม่เคยมีอยู่ ทุกอย่างมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น หลังจากนี้พอมีการเลือกตั้งต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าอยากได้ใครมาบริหารประเทศ แทนที่จะต่อต้านระบบทักษิณ เอาเวลาไปคิดนโยบายเตรียมการเลือกตั้งจะดีกว่า

บุกค้นบ้านนักการเมืองตาก

ช่วงเช้าวันเดียวกัน พ.อ.เกรียงชัย อนันตศานต์ รอง ผบ.กกล.รส.มทบ.310 สนธิกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 และตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก กว่า 50 นาย อาศัยอำนาจมาตรา 44 ปิดล้อมตรวจค้นบ้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต ส.ส.จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์และอดีต รมว.อุตสาหกรรม ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีพานิช เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด เจ้าหน้าที่ใช้กำลังส่วนหนึ่งคุมหน้าบ้าน พร้อมใช้เชือกกั้นห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป ห้ามสื่อมวลชนบันทึกภาพ เจ้าหน้าที่เข้าพบญาตินายชัยวุฒิเพื่อชี้แจงบรรยากาศเป็นไปด้วยดี จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้กำลังส่วนหนึ่งเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 12/5 ถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครแม่สอด เป็นบ้านของนายดนุพล ธนาพิพัฒน์ชัย อายุ 32 ปี ลูกบุญธรรมนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และตรวจค้นบ้านพักของนายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก และโรงผลิตน้ำแข็ง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน

“ชัยวุฒิ” งงโดนบุกตอนอยู่ ตปท.

ด้านนายชัยวุฒิให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ แปลกใจว่าอยู่ดีๆมีคนมาค้นบ้าน รู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้รายละเอียด ไม่เคยได้รับการประสานงานจากทางเจ้าหน้าที่มาก่อน ยืนยันว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ดังนั้นไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพียงแค่แปลกใจที่ทหารมาค้นบ้านในช่วงที่ไปต่างประเทศระทึกไฟไหม้สายไฟข้างทำเนียบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล บริเวณเชิงสะพานอรทัย หน้าตลาดคลองผดุงกรุงเกษม เกิดเหตุไฟไหม้สายไฟฟ้าบริเวณดังกล่าว เนื่องจากกิ่งต้นนนทรีไปทาบกับสายไฟฟ้า ทำให้ฉนวนสายไฟฟ้าเสียหาย ส่งผลให้กิ่งไม้ปะทะกับสายไฟฟ้าโดยตรงจนมีประกายไฟปะทุออกมาเล็กน้อย และมีควันลอยออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานการไฟฟ้านครหลวง ให้เข้ามาแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเฝ้าระวังเหตุการณ์คอยเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อเจ้าหน้าการไฟฟ้ามาถึงได้เลื่อยกิ่งไม้ใกล้สายไฟออก เพื่อป้องกันการเสียดสี หลังจากนี้จะมีการซ่อมฉนวนไฟฟ้าที่ชำรุดต่อไป

มท.จ่อคืนตำแหน่งให้รอง ผวจ.

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลปกครองมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งให้นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ อดีตรอง ผวจ.กำแพงเพชรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการพิจารณาตามกฎหมายให้นายจีระเกียรติกลับสู่ตำแหน่ง ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากำหนดกรอบเวลา แต่จะต้องพิจารณาคำสั่งศาลให้ละเอียดอีกครั้ง

กต.ถกภาคธุรกิจไทย-สหรัฐฯ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมความพร้อมการเยือนสหรัฐอเมริกาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ถือเป็นการประชุมครั้งแรก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเตรียมความพร้อมเรื่องการค้าการลงทุน และให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจของสองประเทศ การเยือน สหรัฐฯรอบนี้ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ หลังจากห่างหายมา 3 ปี ถือเป็นโอกาสดีที่อีกฝ่ายเชิญชวนไปเยือน ขณะนี้หาเวลาสะดวกสองฝ่าย ไม่ได้เร่งรัด รอทั้งสองฝ่ายพร้อม การพบปะจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่รวมถึงค้างคาให้ลุล่วงไป รวมถึงการประเมินรายงานการค้ามนุษย์ หรือทิป รีพอร์ต ซึ่งภาครัฐและเอกชนไทย พยายามเร่งแก้ไขทั้งในเรื่องแรงงานและการค้ามนุษย์ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้หากพิจารณาแล้วสหรัฐฯ อาจจะขยับไทยจากเดิมเทียร์ 2 ครึ่ง เป็นเทียร์ 2 หรือเทียร์ 1 ก็เป็นไปได้

“นิพิฏฐ์” ขน รปภ.ต้านกฎหมาย

ที่รัฐสภา นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้ประกอบการบริษัทธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัย แถลงคัดค้านไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2559 โดยนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า กฎหมายกำหนดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องได้รับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรรักษาความปลอด ภัยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่ตลอด 1 ปีกว่าที่ผ่านมา สตช.ไม่เคยออกหลักสูตรฝึกอบรมออกมาเลย ทำให้ขณะนี้มี รปภ.เถื่อนที่ไม่ผ่านหลักสูตรฝึกอบรม 30,000 คน ถูกจับกุมจำนวนมาก และเป็นช่องทางให้ตำรวจรีดส่วย จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ สตช.รีบออกหลักสูตรอบรมโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหา

หนุนแก้หลักประกันสุขภาพ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มพลังแพทย์ 6 องค์กร นำโดยโดย พญ.อรพรรณ เมธาดิลกกุล อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมายการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข โดย พญ. อรพรรณกล่าวว่า เหตุที่ต้องปฏิรูปหลักประกันสุขภาพ เพราะการรักษาแย่ลงส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนผู้ถือบัตรทองที่เป็นโรค โดยเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายหลักประกันสุขภาพ เพิ่มอำนาจกระทรวงสาธารณสุข ปรับความสมดุลอำนาจระหว่างโรงพยาบาลรัฐกับ สปสช.