บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่อซิวแก๊งตุ๋นซื้อแบตเตอรี่ เบี้ยวจ่ายเงินกว่าสองแสน

ฝ่ายสืบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รวบแก๊งต้มตุ๋นหลอกสั่งซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ 100 ลูก มูลค่า 2 แสนบาทให้มาส่งที่อาคารเช่าชั่วคราว หลังได้สินค้าทำทีจะไปกดเงินให้ แต่อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ย่ามใจลวงร้านขายส่งแบตเตอรี่อีกร้าน แต่เจ้าของร้านทั้ง 2 แห่งรู้จักกัน แจ้งตำรวจซ้อนแผนจับได้เกือบยกแก๊ง รับสารภาพมี “เฮียสม-เฮียโต้ง” ที่รู้จักกันในบ่อนย่านบางซื่อ จ้างวาน แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน แฉผู้ต้องหาเกือบทุกคน และเพื่อนร่วมแก๊งที่ยังหลบหนี มีหมายจับคดีฉ้อโกงจำนวนมาก ลวงให้มาส่งสินค้าหลายชนิด รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1.5 ล้านบาท

ตำรวจรวบแก๊งต้มตุ๋นเชิดสินค้าหนี เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นำกำลังคุมผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกง ประกอบด้วย 1. นายมานพ หรือนพ มุตะนะ อายุ 53 ปี 2.นายทัศนัย หรือทัศ คินิมาน อายุ 57 ปี 3. นายถาวร หรือหมู วิไลพิทยานนท์ อายุ 56 ปี 4. นายสุริยน หรือเต่า แสนรัตนภัทร์ อายุ 40 ปี และ 5. นายพรชัย หรือชัย ศรีนกทอง อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง เช็คธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 30863124 สั่งจ่ายนายสมพร รี้พลมหา ยอดเงิน 230,000 บาท แบตเตอรี่ยี่ห้อ FB 10 ลูก ส่งมอบให้ พ.ต.ท.ศรศักดิ์ ทองมี รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช สว.สส.สน.เพชรเกษม ดำเนินคดี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้สั่งซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ 100 ลูก มูลค่า 2 แสนบาท จากบริษัท มิตรภาพ แบตเตอรี่ จำกัด ตั้งอยู่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ของ น.ส.สุมณฑา ใจแข็ง อายุ 42 ปี ให้เอาของไปส่งที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ถนนเสมาฟ้าคราม ต.คูคต หลังส่งสินค้าให้แล้ว นายถาวรและนายพรชัยจะขอไปกดเงินให้ที่ตู้กดเงินภายในห้างโลตัส สาขาคูคต เดินทางไปพร้อมกับลูกน้อง น.ส.สุมณฑา แต่อาศัยคนพลุกพล่านในห้างหลบหนีไป ผู้เสียหายย้อนกลับไปที่อาคารที่ส่งสินค้าให้ ปรากฏว่าคนร้ายอีกกลุ่มได้ขนแบตเตอรี่ขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไปแล้ว จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.คูคต

ต่อมาวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายกลุ่มเดิมได้สั่งแบตเตอรี่รถยนต์ 100 ลูก เป็นเงิน 230,000 บาท จากร้าน SUPER HERO ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.คูคต เหมือนกันให้ไปส่งที่อาคารเลขที่ 42/202 โครงการมั่งมี แสนสุข ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงและเขตบางแค กทม. พื้นที่ สน.เพชรเกษม แต่เจ้าของร้านรู้จักกับ น.ส.สุมณฑา ผู้เสียหายรายแรกและรู้ถึงพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย ได้ประสานตำรวจ สภ.คูคต จับกุมผู้ต้องหาแก๊งนี้ โดย พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต พร้อมกำลังวางแผนทำทีเป็นคนขับรถส่งของนำแบตเตอรี่ไปส่งที่อาคารดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่านายทัศนัยเปิดประตูรับ มีนายมานพ นายสุริยนและนายถาวรช่วยยกของลงจากรถ หลังจากนั้นนายทัศนัยได้นั่งรถไปกับตำรวจอ้างว่าจะพาไปเอาเงินค่าแบตเตอรี่ที่ออฟฟิศ ย่านสามแยกบางบอน แต่หลังจากที่ชุดสืบสวนพานายทัศนัยนั่งรถออกไปไม่นาน นายพรชัยได้ขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน กจ 3475 ปทุมธานี เป็นทะเบียนปลอม ส่วนทะเบียนจริงคือ บษ 6738 สุพรรณบุรี เข้ามาจอดที่อาคารเลขที่ 42/202 และร่วมกับเพื่อนในแก๊งช่วยกันยกแบตเตอรี่ขึ้นรถ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมทั้งหมดนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.คูคต

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า ผู้ว่าจ้างคือเฮียสมและเฮียโต้งไม่รู้ชื่อและนามสกุลจริง รู้จักในบ่อนการพนันย่านบางซื่อ นายทัศนัย นายมานพ นายสุริยนมีหน้าที่ยกของได้ค่าจ้างครั้งละ 3-5 พันบาท ส่วนนายถาวรมีหน้าที่เช่าอาคารรับของได้ค่าจ้างครั้งละ 3 พันบาท ส่วนนายพรชัยมีอาชีพขับรถรับจ้างมีหน้าที่ขับรถกระบะมาขนของหนี และไปส่งของใส่รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน ท้ายกระบะเป็นตู้ทึบ จอดรอรับของอยู่บริเวณสี่แยกนพวงค์ ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้ค่าจ้างครั้งละ 3 พันบาท

ด้าน พ.ต.ท.สรศักดิ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบผู้ต้องหาทั้งหมด นายทัศนัยมีหมายจับคดีฉ้อโกง 4 คดี ที่ สน.บางนา และคดีการพนัน 2 คดี ที่ สภ.เมืองปทุมธานี นายมานพมีคดีฉ้อโกง ลักทรัพย์ และความผิด พ.ร.บ.เช็ค นายสุริยนมีคดีฉ้อโกง 10 คดี ในจังหวัดปทุมธานี และคดีบุกรุกอีก 1 คดี ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ นายถาวรมีคดีฉ้อโกง 4 คดี ส่วนนายพรชัยยังไม่พบประวัติการกระทำความผิด ขณะนี้ตำรวจกำลังขยายผลจับกุมผู้ต้องหาร่วมแก๊งที่ยังหลบหนี ประกอบด้วย น.ส.ลักยิ้ม พรมชาติ อายุ 48 ปี มีหมายจับคดีฉ้อโกงและความผิด พ.ร.บ.เช็ค รวม 7 คดี นางบัณพร อิศโร อายุ 44 ปี มีหมายจับร่วมกับฉ้อโกง 2 คดี และ น.ส.สุพรรณี จันทร์บัวเกิด อายุ 36 ปี ถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกง 38 หมาย และจะติดตามตัวเฮียสมและเฮียโต้งหัวหน้าแก๊งมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาแก๊งนี้ได้ก่อคดีในท้องที่ สน.เพชรเกษม ใช้เป็นพื้นที่ก่อเหตุ 4 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 8 ก.พ.60 ได้ตะปูตอกไม้ 450 กล่อง ลวดผูกเหล็ก 1 พันขด รวมมูลค่า 244,781 บาท วันที่ 9 พ.ค. ได้เครื่องสูบน้ำยี่ห้อยันม่าร์ 5 เครื่อง มูลค่า 230,000 บาท วันที่ 14 พ.ค. ได้ทีวีจอแบนขนาด 40 นิ้ว 40 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท และวันที่ 2 มิ.ย. ได้ทีวีจอแบน 49 นิ้ว 30 เครื่อง มูลค่า 401,314 บาท รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหาจะเช่าอาคารต่างๆ ไว้ และอาศัยก่อเหตุในช่วงที่กำลังรอทำสัญญายังไม่ได้จ่ายค่าเช่า