บริการข่าวไทยรัฐ

ไฟไหม้บ้านย่างสดพ่อเฒ่าวัย 70 เมียเจ็บ ลุกลามไปบ้านใกล้ๆวอดอีก 2 หลัง

ไฟไหม้บ้านกลางเมืองอุดรฯ ย่างสดพ่อเฒ่าวัย 70 เมียเจ็บ ลามบ้านใกล้เคียงวอดอีก 2 หลัง คาดไฟลัดวงจร ไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบ้านมีสภาพเก่าและเป็นไม้เกือบทั้งหลัง...

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 มิ.ย. พ.ต.ต.ศิริชัย โพธิ์จักร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยหลวง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านเลขที่ 92 บ้านเชียงยืน หมู่ 1 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานรถดับเพลิง อบต.เชียงยืน เทศบาลเมืองหนองสำโรง และเทศบาลนครอุดรธานี กว่า 10 คัน ไปที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน โดยเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านทั้งหลัง จึงระดมฉีดน้ำสกัดไม่ให้ลุกลามไปบ้านข้างเคียง แต่ไม่สามารถทำได้เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ไปยังบ้านเลขที่ 91 และเลขที่ 93 เสียหายทั้ง 2 หลัง และเสียหายบางส่วน 1 หลัง ใช้เวลาดับไฟประมาณ 40 นาที เพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบบ้านต้นเพลิงพบศพนายสมชาย ด้วงสดี อายุ 70 ปี ถูกไฟคลอกบริเวณระเบียงทางลงชั้น 2 และมีผู้บาดเจ็บ นางดวงปรี ซุยสียา อายุ 67 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ซึ่งโดนไฟลวกและเป็นลมหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิเมธาธรรม เข้าช่วยปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

ด้านนายบุญจันทร์ เฉลิมศิลป์ อายุ 36 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 91 ที่ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง บอกว่า ได้ยินเสียงเหมือนสายไฟกำลังลุกไหม้เสียงดัง มาจากบ้านนายสมชาย จึงออกมาดูนอกบ้าน พบว่าไฟกำลังไหม้ชั้น 2 บ้านนายสมชาย จากนั้นไม่ถึง 5 นาที ไฟได้ลามมาที่บ้านของตน จึงรีบอุ้มลูกและนำของใช้บางส่วนออกมาจากบ้าน พร้อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนบ้านถูกไฟไหม้วอดหมดทั้งหลัง

พ.ต.ท.สมโภช ประจิตร รอง ผกก.หน.สภ.ห้วยหลวง สันนิษฐานเบื้องต้นว่า บ้านต้นเพลิงอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากบ้านมีสภาพเก่าและเป็นไม้เกือบทั้งหมด ซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า ผู้เสียชีวิตเข้าไปสับสะพานไฟที่ชั้น 2 ของบ้าน กระทั่งไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และผู้เสียชีวิตมีอายุมากจึงหนีออกมาไม่ทันถูกไฟคลอกเสียชีวิต ก่อนลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง โดยต้องรอให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป.