บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชื่อ 'สุรเกียรติ์' ล่าสุด

โดนของแข็งเข้าแล้ว ล่าสุดนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าพบตำรวจ บก.ปอท. เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับเพจออนไลน์ในโซเชียล มีเดีย

ฐานแอบอ้างใช้ภาพถ่าย ประกอบเนื้อหาการแสดงความเห็นของกรรมการสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะในพื้นที่เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

นัยว่า นักสิทธิมนุษยชนชี้สังคมควรให้โอกาส “เปรี้ยวหั่นศพ”

ทั้งๆที่อยู่ในช่วงเวลาที่นางอังคณาทำงานอยู่ต่างประเทศและไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

และภายหลังถูกนำภาพถ่ายไปใช้ จึงได้รับผลกระทบ เพราะถูกผู้ใช้สื่อออนไลน์คอมเมนต์ต่อว่าด้วยคำพูดหยาบคายอย่างรุนแรง

ผลจากพฤติการณ์แผลงๆในยุคสื่อโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลแบบไร้ขอบเขต

ขาดมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม

ตามสถานการณ์แรงตกกระทบจากปรากฏการณ์ “เปรี้ยว” ยังคงมีต่อเนื่อง

แต่ที่กำลัง “เปรี้ยว” มาเลยก็คือ อาการของ “5 เสือ กกต.” ทีมงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่เปิดศึกย้อนศรยุทธการ “เซ็ตซีโร่” ด้วยการตั้งแท่นสอบคุณสมบัติ 9 รัฐมนตรีของรัฐบาล คสช.

เล่นจังหวะเอาล่อเอาเถิด ต่อรองกันเป็นเชิง

ถ้าข้าอยู่ไม่ได้ เอ็งก็อยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกัน

ในอารมณ์เหน็บกันแบบแสบๆคันๆ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย พยายามเก็บอาการไม่มองเป็นการสร้างเงื่อนไขต่อรองของ กกต.

ยกคำพระ “อจินไตย” ไม่ควรแม้แต่จะคิดว่า “มีคนอย่างนี้อยู่”

จับทาง “วิษณุ” ก็คงคาดไม่ถึงว่า 5 เสือ กกต.จะกล้างัดเกมนี้มาเล่นเหมือนกัน

ซึ่งนั่นก็สะท้อนภาวะการดิ้นสู้ทุกวิถีทาง ขุมข่ายองค์กรอิสระไม่ยอมให้ล้างกระดานกันง่ายๆ

เพราะอำนาจอันหอมหวานไม่เข้าใครออกใคร ถ้าได้เสพแล้วติดใจทุกราย ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายคนดีแสนดี หรือพวกที่โดนตราหน้าพะยี่ห้อ “ทักษิณ”

ที่แน่ๆอาการดิ้นสู้ของ กกต.คงจะทำให้ คสช.กระอักกระอ่วนไม่น้อย

เพราะอีกด้านหนึ่งก็ถือว่าเข้าเหลี่ยมนักการเมือง ทั้งยี่ห้อเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการเซ็ตซีโร่ กกต.แบบหัวชนฝา

ไม่ใช่เพราะพิศวาส หรือชื่นชมในผลงาน

แต่เพราะเงื่อนไขสถานการณ์มันอาจโยงไปถึงการเลื่อนเลือกตั้ง ถ้า 5 เสือ กกต.ชุดนี้โดนล้างกระดาน ก็ไม่มีหลักประกันจะสรรหาทีมใหม่มาจัดเลือกตั้งได้ทันตามโปรแกรมโรดแม็ป

แบบที่เคยมีเหตุติดล็อกกันมาแล้วในอดีต

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไหลมาถึงตรงนี้ จะยื้อหรือไม่ยื้อเลือกตั้งยังไงก็ต้องขยับกันแล้ว

โฟกัสป้อมค่ายการเมืองเตรียมแต่งตัวกันแต่หัววัน

ฝั่งประชาธิปัตย์นั้นเปิดหน้าเปิดตัวกันชัดเจนอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อทีมงาน กปปส.ยกโขยงกลับมาตายรัง ไปไหน ไม่รอด

และนั่นก็ตอกย้ำกระแสข่าววงใน “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส.กระเตงตั้งพรรคใหม่ไม่ไหว

ภายหลังโพลทหารหยั่งกระแสแล้วชื่อ “ลุงกำนัน” ดังแค่บนเวทีม็อบ แต่ในสนามเลือกตั้งคนปักษ์ใต้รู้จักแค่พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

หันไปที่ฟากเพื่อไทย ที่ยามนี้ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ได้ธงจากดูไบ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานเวลาประชุมแกนนำพรรค โดยที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ ได้แค่นั่งประกบข้างๆมุมโต๊ะ

แต่ก็อีกนั่นแหละ ในทางการเมืองคนที่โชว์หน้าโชว์ตัวมักเป็นแค่ตัวหลอก

เพราะล่าสุดชื่อของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ยุครัฐบาลไทยรักไทย โผล่ออกมาในบัญชีตัวเลือกในการแก้โจทย์ยากๆของฝ่าย “ทักษิณ”

ต้องผ่องแรงเสียดทานของฝ่ายคุมเกมอำนาจ

นักธุรกิจโคตรฉลาดอย่าง “ทักษิณ” ต้องเลือกจุดที่ได้ประโยชน์มากสุด

เทียบกับตัวเลือกอื่น “สุรเกียรติ์” ตรงล็อกสุด ณ ห้วงนี้.

ทีมข่าวการเมือง