บริการข่าวไทยรัฐ

4 เหตุผลให้ซื้อ WHAUP!!

โดย อินเด็กซ์ 51

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 มิ.ย.60 ปิดที่ 1,566.58 จุด ลดลง 2.37 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 43,501.56 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 855.48 ล้านบาท

หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด SCC ปิด 516 บาท ลบ 6 บาท, NOK ปิด 4.32 บาท บวก 0.42 บาท, AOT ปิด 44 บาท ลบ 1 บาท, PTTEP ปิด 87.50 บาท บวก 1.25 บาท และ PTT ปิด 385 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

สำนักวิจัยทิสโก้ มองแนวโน้มตลาดคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบแคบต่อเนื่องไปจนปลายสัปดาห์ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,560 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,572-1,575 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยเน้นหุ้นที่ได้รับเลือกให้เข้าคำนวณดัชนี FTSE และ SET50 โดยเลือกหุ้น BPP และ BJC เป็น Top Pick

มีบทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า ระบุ 4 เหตุผลหลักที่แนะให้ “ซื้อ” หุ้น WHAUP และให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 35 บาท!! ดังนี้ 1.คาดกำไรสุทธิ 2Q60 จะเติบโต yoy และ qoq จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าใหม่และกำไรจะโต qoq ต่อเนื่องทุกไตรมาสที่เหลือของปี เนื่องจากจะมีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาอีกใน 3Q และ 4Q60

2.เตรียมแตกพาร์จาก 5 บาท เหลือ 1 บาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง 3.Catalyst ระยะสั้น คือการถูกเพิ่มเข้าสู่ FTSE Mid Cap ที่จะปรับน้ำหนัก 16 มิ.ย.นี้ 4.Valuation น่าสนใจที่ระดับ PER ราว 15 เท่าและลดลงเหลือ 10.6 เท่าในปี 61

ปิดท้าย “อนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ” ประธานกรรมการบริหาร บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) เผยว่า บอร์ดได้อนุมัติแผนการเสนอขายหน่วยลงทุนหรือ IPO ของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) โดยให้สิทธิผู้ถือหุ้น BRR จองซื้อ IPO ของ BRRGIF เพื่อรักษาสิทธิไม่เกิน 45.5 ล้านหน่วย

โดยกำหนดสัดส่วน 17.8484 หุ้นของ BRR ให้สิทธิจองซื้อได้ 1 หน่วยลงทุนของ BRRGIF โดยเสนอขายราคาเดียวกับที่เสนอขายประชาชนทั่วไป

“การกำหนดสิทธิครั้งนี้เนื่องจากบริษัทคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น BRR ต้องการให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีและต่อเนื่องในระยะยาว จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ที่มีจุดเด่นเป็นพลังงานทดแทน มีรายได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีวัตถุดิบแน่นอน เนื่องจากใช้กากอ้อยซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาล และลดความเสี่ยงด้านปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ”.

อินเด็กซ์ 51