บริการข่าวไทยรัฐ

วัดกันไหม? สอบเข้ามหาวิทยาลัยของ 'ไทย' กับ 'จีน' แบบไหนเครียดสุด

ทุกวันนี้ ปฏิเสธกันแทบไม่ได้ กับสารพัดระบบการสอบของประเทศไทย ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับเด็กเป็นอย่างมาก ทั้ง GAT/PAT, O-NET, สอบ 9 วิชาสามัญ และไหนจะสอบ กสพท. และวิชาเฉพาะของแต่ละมหาวิทยาลัยอีก

ขณะเดียวกัน ระบบสอบมาใหม่ล่าสุด ที่เตรียมประเดิมกับเด็กปี 61 นี้ก็กำลังจะมา นั่นก็คือ ระบบทีแคส หรือ TCAS (Thai university Central Admission System) ซึ่งเป็นระบบในการคัดเลือกคนเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แทนระบบเดิมอย่าง แอดมิชชั่น (Admission) โดยว่ากันว่า เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และเพื่อให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิที่เท่าเทียมกันในการสอบนั่นเอง (กระจ่างแก่ใจ เปิดตัว "ทีแคส" คัดเข้ามหา'ลัย ปัดปลุกผีสมัยปู่ "เอ็นทรานซ์" )  

เพียงแค่เด็กไทย เห็นตารางสอบที่วุ่นวายตลอดทั้งปีเช่นนี้ และการสอบของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อย่าง 'สาธารณรัฐประชาชนจีน' บอกได้เลยว่า การสอบของไทย ที่ทำเอาเหล่าบรรดานักเรียนเครียด และปวดหัวกันทุกปีนั้น เทียบไม่ติดเลยทีเดียว

ทั้งนี้ การสอบที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็กจีนนั้น มีชื่อเรียกว่า 'เกาเข่า' (Gaokao) เป็นระบบการสอบแบบครั้งเดียวจบ โดยในแต่ละปี มีนักเรียนจีนเข้าสอบกันเกือบ 10 ล้านคน ตามสถานที่สอบมากกว่า 310,000 แห่งทั่วประเทศ นึกภาพตามได้ว่า จำนวนเด็กที่สอบ มีจำนวนมากขนาดนี้ ยิ่งต้องเกิดการแข่งขันสูงอย่างแน่นอน เพราะที่ว่างในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ หากนับจากปีที่เปิดการสอบที่ผ่านมานั้น มีเพียง 3 ล้านคนเท่านั้น ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนเด็กที่สอบเลยด้วยซ้ำ

หากเปรียบเทียบกับระบบการสอบของประเทศไทย อย่างแอดมิชชั่น นั้น ยังดูธรรมดามาก เนื่องจากประเทศไทย มีประชากรน้อยกว่า ประเทศจีน ซึ่งทำให้การแข่งขันนั้น ไม่ได้สูงมาก หากแอดมิชชั่นไม่ติด ก็รอเปิดรับในรอบต่อไป และมีสารพัดทุนการศึกษาให้เลือก จากหลายมหาวิทยาลัยทั้งรัฐบาล และเอกชน ซึ่งนักเรียนบางคน อาจยังไม่เคยสอบแอดมิชชั่น เสียด้วยซ้ำ เพราะมีที่เรียนก่อนเรียบร้อยแล้ว

สำหรับการสอบ เกาเข่า ของจีน ในหนึ่งปีจะมีการสอบเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ไม่มีให้โอกาสใหม่อีกครั้งใดๆ ทั้งสิ้น โดยการสอบนี้ จะมีวิชาบังคับสอบ คือ ภาษาจีน, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ และวิชาเฉพาะทางของสายวิทย์ และสายศิลป์ รวมๆ แล้ว คะแนนเต็มของการสอบ คือ 750 คะแนน

ทั้งนี้ คะแนนสอบ เกาเข่า นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าหากทำข้อสอบได้คะแนนสูง ก็จะมีโอกาสได้รับเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงของจีนได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องเหนื่อย และต้องยอมรับในศักยภาพของเด็กจีน เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา คะแนนต่ำสุดในการสอบ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจีน อยู่ที่ 678 คะแนนเลยทีเดียว

เอาเป็นว่า อย่าเพิ่งยกมือขึ้นมาเกาหัว ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า การสอบไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ทั้งจีน และไทย หรือในประเทศอื่นๆ ย่อมมีความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น แม้จะสร้างความกดดัน ให้กับเด็กนักเรียนทุกคน ในการสอบแต่ละครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ กำลังใจก่อนสอบ จากคนในครอบครัวนั่นเอง สู้ไหม? กับการสอบครั้งต่อไป