วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเจเคนโด้ ขอโทษเคยด่า เป้ อารักษ์ อ้างเป็นไบโพลาร์คิดฆ่าตัวตาย (คลิป)

เป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ดีเจเคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร เจ้าของฉายา ดีเจเทวดา ที่ตอนนี้ประจำอยู่ที่คลื่นวิทยุ FM 100.5 รายการแชร์เล่าข่าวเด็ด ซึ่งเจ้าตัวอยู่ในวงการหน้าปัดวิทยุ 18 คลื่น จัดรายการมาแล้วหลายรูปแบบ 

ล่าสุดมาเปิดใจผ่านรายการ ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ ทางช่อง 9 MCOT HD กับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ โดยเจ้าตัวได้เล่าว่า 

ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์จริงๆ รึเปล่า? “คือไม่ต้องประกาศ ก็น่าจะรู้ ผมรู้ตัวเองก่อนว่าป่วย ป่วยจริงๆ ครับอาจารย์ ไม่มีการโลกสวย ก็เป็นไบโพลาร์ แล้วยังไง เป็นไบโพลาร์ไปหนักหัวใครครับ”

ตรวจสอบได้ยังไง ว่าตัวเองเป็น? “คือผมไปหาจิตแพทย์เลยครับ จะมีวิธีการซักประวัติ ไบโพลาร์ คืออารมณ์ 2 ขั้ว ขั้วแรกคือเราจะครึกครื้น มีความสุข ใช้ชีวิตเฮฮา โอเวอร์มาก แล้วที่บอกว่าเที่ยวไปด่าคนนี้คนนั้น ก็น่าจะมาจากเป็นไบโพลาร์ด้วยเหมือนกัน”

ป่วยมานานหรือยัง? “นานแล้วครับ ก็รักษาตัวมาจนถึงทุกวันนี้มา 5-6 ปีแล้ว ไบโพลาร์เกิดจากการที่สารในสมองสื่อสารไม่สมดุล อาจจะมาจากพันธุกรรมก็ได้ หรือจากการที่ในสมองเรามีสารสื่อประสาทมันไม่สมดุล

ทำให้แนวความคิดการดำเนินชีวิตของคนเรามันไม่ปกติ มันจะมีขึ้นสุดแล้วมันจะมีลงสุด แต่ไม่ได้บ้านะ คนอื่นๆ ก็เป็นกันเยอะ แต่ไม่ได้มีโอกาสมานั่งชี้แจงแบบผม”

ทุกวันนี้ยังเป็นอยู่รึเปล่า? “ไบโพลาร์ยังอยู่ในตัวผมครับ แต่มันได้สงบลงแล้ว เพราะว่าเราได้รับการเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว สมัยก่อนที่เรามีการชนในแขกรับเชิญหลายๆ คน ผมก็ยังมานั่งคิดอยู่นะ ว่าผมพูดแบบนี้ไปได้ยังไงกับการสัมภาษณ์พระเอกคนหนึ่ง

เค้านั่งตรงนี้ ผมยกขาขึ้นมาเลยนะ เป็นรายการวิทยุก็จริง เค้านั่งตรงนี้ ผมก็ชี้หน้าถามเค้าว่า หน้าตาอย่างนี้จะเล่นหนังโอเครึเปล่า มันจะดังรึเปล่า ขายแต่หน้าตา ความสามารถไม่มีรึเปล่า”

ทำไมวันนั้นเราถึงได้มีอารมณ์สัมภาษณ์ไปแบบนั้น? “คือตอนนั้นที่มาประเมินตัวเอง เราอยู่ในระยะแมเนีย มันจะไม่มีการยับยั้งชั่งใจ” มาสำนึกตอนหลังเหรอ? “ไม่ได้สำนึก แต่มันอยู่ในช่วงดิ่งลง”

จำได้ไหม ผู้ชายที่สัมภาษณ์ตอนนั้นเค้าคือใคร? “จำได้ ทุกวันนี้ยังอยากจะขอโทษเค้าอยู่เลย” กล้าบอกไหม เค้าคือใคร? “กล้า คุณเป้ อารักษ์ ผมว่าถ้าแฟนคลับเค้ารู้ ผมคงโดนเยอะอะ”

แล้วเป้ เค้าไม่สวนกลับคาห้องส่งเหรอ? “เค้าก็ยังมีมารยาท หลังจากที่สัมภาษณ์เสร็จ เค้าก็หันขวับเดินไปเลย มาจนตอนนี้ก็ไม่เคยได้คุยกันเลย”

ขอโทษเค้าเลยตอนนี้? “ต้องขอขอบคุณที่รายการนี้เปิดโอกาสให้ผมได้มาขอโทษคนที่ผมอาจจะทำไม่ดีด้วย อย่างที่จำได้คือคุณเป้ อารักษ์ นั่นเอง เคยสัมภาษณ์และใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม กิริยาที่ไม่เหมาะสม มาจนถึงวันนี้ หลายปีแล้วที่ไม่มีโอกาสได้เคลียร์กัน ขอโทษผ่านสื่อแล้วกันนะครับ”

จากเหตุการณ์นั้น มันส่งผลต่อชีวิตไหม? “ส่งผลนะ เพราะคนจะมองว่าผมเป็นมนุษย์แรง แรง เหวี่ยง วีน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายเองก็ตาม บางครั้งไปขึ้นเสียงกับเค้าก็มีนะ”

ถ้าคนมองว่า เรานิสัยไม่ดี แต่อ้างว่าป่วย จะทำยังไง? “เราได้รับการตรวจจากจิตแพทย์จริงๆ หมอยืนยันว่า ผมเป็นไบโพลาร์จริงๆ เคยคิดอยากตายด้วยนะ จริงๆ ก็เคยเกือบตายไปแล้วรอบหนึ่งนะ”

วิธีการรักษายังไง? “คนที่ป่วย ส่วนมากจะไม่ค่อยรู้ตัวเองหรอกครับ ผู้ปกครองต้องใส่ใจลูกว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปรึเปล่า เช่น คึกคัก ไม่หลับไม่นอน เจ้าโปรเจกต์ ใช้เงินมากมายผิดกว่าปกติ”

การที่บอกว่าเป็นไบโพลาร์ คนจะรังเกียจ หรือสังคมจะไม่ต้อนรับไหม? “มีนะ คือผมก็จะฝ่าฟันมาเยอะ หลายคนก็ถามว่าหายบ้ารึยัง ผมก็ต้องกินยาทุกวัน ส่วนจะกินตลอดชีวิตไหม ก็แล้วแต่หมอ

แต่ผมมีความสุขกับการกินยา มันทำให้เราไม่เหวี่ยงวีน ไม่ลงไปสู่ระยะดีเพรส ตอนที่ผมสุข สุขมากนะ เคยถึงขั้นที่ติดต่อกับเทวดาได้ เป็นร่างทรงได้ มีไม้เท้า มีเหล้ามาตั้ง พูดภาษาเทพได้ มันเป็นระดับอาการของโรคครับ”

มีบางช่วงที่เครีดยจนถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย? “ก็มันอยู่ในระยะดีเพรสอะ อยู่บ้านแล้วรู้สึกว่าชีวิตมันไปต่อไม่ได้ นั่งๆ อยู่เอาจานมาขว้างใส่ฝาผนัง แล้วเอาเศษมันมาจิ้มที่มือตัวเอง ทุกวันนี้ยังมีรอยอยู่ จังหวะนั้นมันทำแบบนั้น แต่มันไม่ใช่ตัวผมนะ นั่นคือดีเพรส ที่มันสั่งการให้ทำ”

ตอนที่จะฆ่าตัวตาย ไม่ได้คิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่เหรอ? “มันเป็นเรื่องของอาการของโรคครับ ทุกคนที่ฆ่าตัวตาย ทำไมไม่รู้จักกตัญญู ไม่คิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่เหรอ แต่คุณไม่รู้หรอกครับว่า ตอนที่เค้าจะฆ่าตัวตาย มันไม่ใช่ตัวเค้าแล้ว”

เสียใจไหม กับการกระทำตัวเองในวันนั้น? “ถ้าย้อนกลับไปก็เสียใจมาก แต่ในระหว่างที่ป่วย ก็เห็นความรักของคุณแม่นะ เค้าอ่านนิทานให้ฟัง เพื่อให้ลูกนอนหลับ แล้วมีสภาพจิตที่ดีขึ้น”

ตอนนี้ชีวิตปกติ? “ตอนนี้ปกติดีแล้ว เขียนหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาว่า คนสองโลก ทำรายการมา 18 รายการ เริ่มต้นจากการจัดรายการตามตลาดนัดก่อน หิ้ววิทยุไปที่ตลาดนัด”

เริ่มต้นทำดีเจค่าตัวเท่าไร? “เริ่มต้นชั่วโมงละ 50 บาท ย้อนกลับไปเมื่อปี 2542 ได้ค่าตัวชั่วโมงละ 50 บาท ทำ 3 ชั่วโมงได้ 150 ดีใจมากตอนนั้น วันนี้ได้มากกว่านั้นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า แต่มันก็แลกมากับความพยายามที่เราได้รับ”.