บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สตช.โต้โซเชียล ยัน ‘จักรทิพย์’ ไม่เอาเกียรติปกป้องแก๊งเปรี้ยวฆ่าหั่นศพ

รองโฆษก ตร. ยืนยันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่นำเกียรติของตนมาแลกกับการปกป้อง "เปรี้ยว" และพวก 3 สาวคดีฆ่าหั่นศพอย่างแน่นอน ส่วนกรณีไม่ใส่กุญแจมือนั้น ถือเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน วอน ปชช.ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารด้วย

วันนี้ 7 มิ.ย. 60 ที่ห้องแถลงข่าว ตร.อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อออนไลน์มีการแสดงความคิดเห็นว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในเชิงเข้าข้าง นางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว และพวก ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยยืนยันว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้ปกป้องผู้ต้องหา ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการสืบสวนมาเป็นระยะเวลานาน ไม่มีความจำเป็นต้องนำเกียรติของตนมาแลกกับการปกป้องผู้ต้องหาอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่การใส่กุญแจมือผู้ต้องหากลุ่มนี้ตลอดเวลาการควบคุมตัวเพื่อสอบสวนนั้น รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวน เพราะการพันธนาการผู้ต้องหาก็เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีเท่านั้น แต่หากพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ก็ไม่จำเป็นต้องมีการพันธนาการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยมีกรณีที่คล้ายกับเหตุการณ์นี้หลายครั้ง วอนขอประชาชนให้ใช้วิจารณญาณและชั่งน้ำหนักในการรับข่าวสาร

สำหรับกรณีที่มีการปรากฏภาพตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ขณะควบคุมตัวเปรี้ยว และพวก พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ได้มีการออกคำสั่งย้าย พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และ ร.ต.อ.ธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงถึงเหตุผลของการถ่ายภาพ รวมทั้งสืบสวนหาผู้เผยแพร่ภาพสู่สังคมออนไลน์ โดยยืนยันเจ้าหน้าที่ทุกคนมีเจตนาดี ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลา 7 วันหลังศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ส่วนภาพผู้ต้องหาสูบบุหรี่นั้น ก็เป็นภาพที่เกิดขึ้นขณะผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวโดยทางการเมียนมา