บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

4 ส่วนบนฐานอำนาจที่เป็นจริง

โดย สายล่อฟ้า

แทงทะลุการเมือง จากหุ้นส่วนอำนาจ

ขึ้นต้นข้อเขียนวันนี้ คงจะสงสัยกันว่ามันอะไรกัน ใครเป็นใครในแวดวงการเมือง อนาคตก็จะไล่ให้ฟังเป็นลำดับต่อไป

“วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นเอกภาพมากกว่านี้ ปัญหาภายในกับ กปปส.ต้องไม่ทะเลาะกันเอง และต้องไม่ทะเลาะกับทหาร ต้องแสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง ร่วมกันต่อสู้กับระบอบทักษิณให้ได้ ถ้า 3 ฝ่ายแตกคอกันเมื่อไหร่จะไม่มีใครคัดง้างได้”

1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกเป็นแกนนำในสภาสูง

2.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สู้ภาคประชาชน

3.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูแลความมั่นคง ถ้า 3 ส่วนจับมือกันเป็น 1 จะต่อสู้กับระบอบทักษิณในระยะเปลี่ยนผ่านได้

ถ้าต่างคนต่างเดิน แยกกันตี เชื่อว่าจะพ่ายแพ้เป็นข้อเสนอและข้อสรุปที่ครบเครื่องจากการอ่านเกมการเมืองอย่างทะลุปรุโปร่งในอนาคตก่อนที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

“วันชัย สอนศิริ” สปท. ที่โด่งดังและมีจุดยืนบนฐานอำนาจการเมืองของรัฐบาลอำนาจพิเศษที่ชัดเจน ไม่ต่างไปจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.

เป็นข้อเสนอที่น่าจะมาจากตำราต้นฉบับเดียวกัน

ถามว่าทั้ง 2 คนนี้มีศักยภาพพอที่จะนำเสนอทิศทางการเมืองในระดับนี้ได้หรือ นอกเหนือจากตำแหน่ง สปท. ที่ ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน จุดยืนทางการเมืองก็บ่งบอกแล้วว่า ยืนอยู่บนฐาน “อิงทหาร” ซึ่งมีอำนาจใจปัจจุบันทุกบริบท

แต่ที่มากไปกว่านั้น พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนหนึ่งใน 250 คน ที่จะดำรงตำแหน่ง ส.ว.ภายใต้การแต่งตั้งของ คสช.

หากการเมืองต้องมีนายอภิสิทธิ์ มีนายสุเทพ มี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องมี 2 เกลอนี้เป็นส่วนผสมด้วยอย่างแยกไม่ออก

เพียงแต่ยังไม่กล้าที่จะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า การเมืองต่อจากนี้ไปต้องมีฝ่ายที่ 4 เพราะยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น

4 ฝ่ายนี้เท่านั้นจึงจะสู้กับระบอบทักษิณได้

ความจริงแล้วในทางการเมืองที่เป็นจริง ข้อเสนอและข้อสรุปของ 2 สปท. นี้ว่า ไปแล้วก็เป็นทิศทางที่มีความเป็นไปได้สูง

ที่กระชับแน่นเพื่อความมั่นคงของรัฐบาล หลังเลือกตั้งก็ต้องมีอีกพรรคการเมืองสำคัญคือพรรคภูมิใจไทย

พรรคใคร พวกใคร ภายใต้ฐานของใครคงไม่ต้องบอก

ส่วนผสมต่างๆเหล่านี้ หากหลอมรวมกันได้ก็จะได้รัฐบาลที่มีฐานเสียงมั่นคง บริหารประเทศไปได้ด้วยคะแนนเสียงเฉพาะ แค่ ส.ส. ก็เกินครึ่ง เมื่อรวมกับ 250 ส.ว. ก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

นายกฯจะเป็น “คนใน”-“คนนอก” ก็ว่ากันได้ตามใจชอบ

ปัญหา ณ วันนี้ที่พูดถึงและพยายามที่จะให้ทุกอย่างเข้าสูตรสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่ผลการเลือกตั้งแต่ผลจะอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์

โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์พร้อมที่จะเล่นตามสูตรนี้หรือไม่ ถึงกับมีการวางตัวให้อยู่ในตำแหน่งประมุขแห่งรัฐสภา

แม้ด้านหนึ่งจะหยิบหลักการพรรค อุดมการณ์ประชาธิปไตยมาเป็นเกราะป้องกัน แต่ก็อยู่ท่ามกลางความ “อึดอัด” ยากที่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ได้

เป็นความล่อแหลมบนเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์.

“สายล่อฟ้า”