บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สังคมกำลังป่วยหนักจริงหรือ

โดย หมัดเหล็ก

ฆาตกรหั่นศพ เป็นข่าวชาวบ้านที่ติดอันดับ ฮิตฮอตในสังคมทุกระดับ สื่อทุกประเภทชิงกันนำเสนอข่าวฆาตกรหั่นศพกันทุกซอกทุกมุม มีทั้งแนวดราม่า แนวกุ๊กกิ๊ก แนวตำหนิ เสร็จแล้ว สังคมก็หันมาวิพากษ์วิจารณ์กันเอง กลายเป็นเรื่องเป็นราวไปฉิบ

โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ อาศัยประโยชน์จากข่าวฆาตกรหั่นศพ สารพัด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบกับสังคมในอนาคต วิถีชีวิตแบบไทยๆ สังคมแบบไทยๆ หนีเรื่องเหล่านี้ไม่พ้นก็จริง แต่ในทางกลับกัน ถ้าคนกระทำความผิดแล้วยังมีโอกาสที่จะแก้ตัว เป็นต้นแบบของสังคม ต่อไปนี้สังคมจะไม่มีบรรทัดฐานที่ดีงามให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไป

พ่อค้ายาเสพติด นักเลง อันธพาล มีโอกาสที่จะฟอกตัวเองในสังคมที่ขาดสติผ่านสื่อ ในอนาคตความเสื่อมโทรมของสังคมไทย จะไปสู่ ยุคกบฏกระบวนการยุติธรรมทางสังคม และ กระบวนการตามกฎหมาย ก็จะทำงานลำบากมากขึ้น หากสังคมเกิดเห็นใจผู้กระทำความผิดขึ้นมา

ยกตัวอย่างเรื่องของ โทษประหารชีวิต นั่นปะไร แม้ศาลชั้นต้น จะตัดสินให้ประหารชีวิตไปแล้ว แต่ยังสามารถอุทธรณ์ ฎีกา และถึงขั้นถวายฎีกาได้ด้วย ให้โอกาสผู้กระทำความผิด จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปสู่กติกาของสากลที่ยึดว่า หากไม่มีการลงโทษประหารชีวิต เป็นเวลา 10 ปีติดต่อกัน ก็ให้ยกเลิกโทษการประหารชีวิตเสีย

ซึ่งกลายเป็นช่องโหว่ของกฎหมาย เป็นช่องทางที่สามารถจะประวิงเวลาในการหลุดรอดจากการถูกประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกันได้ และประเทศไทยก็ต้องแก้กฎหมายให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตต่อไปในอนาคต

ระหว่างสิทธิมนุษยชนกับความยุติธรรม สวนทางกันโดยสิ้นเชิง

หากต่อไปประเทศไทยไม่มีการลงโทษประหารชีวิตแล้ว ก็เหมือนเป็นเกราะคุ้มครองคนกระทำความผิด ไม่ว่าจะกระทำความผิดร้ายแรงขนาดไหน อย่างมากที่สุดก็จำคุกตลอดชีวิต ซึ่งยังมีขั้นตอน การลดโทษอีกมากมาย ในที่สุดก็ออกมากระทำความผิดอีก หากคนผู้นั้นเป็นผู้ร้ายในกมลสันดาน หรือเป็นผู้ป่วยทางจิต ยิ่งจะเป็นอันตราย

วันนี้สังคมกำลังป่วยหนัก การทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ขอให้ได้รับผลประโยชน์บ้างก็พอ ถ้าการกระทำความผิด ต่อราชอาณาจักร ล้มล้างการปกครอง ประเทศ เป็นเพียงอารยะขัดขืนการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย อีกหน่อย คิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เอาคนมาล้อมทำเนียบล้อมสภาก็จบ

คนอยากจะดัง ก็ใช้สังคมออนไลน์ ไลฟ์สด เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง กลายเป็นเน็ตไอดอลได้ในพริบตา มีโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็สามารถทำตัวเองให้เป็นข่าวได้ เสร็จแล้ว สื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ก็จะแข่งขันกันนำเสนอข่าว โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ขอให้ได้มากกว่าคนอื่นเอาไว้ก่อน

ฉะนั้น การปฏิรูปสื่อควรจะแยกแยะ ระหว่างสังคมที่กำลังป่วย กับการทำหน้าที่ของสื่อหลัก การปิดกั้นสื่อหลักนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ ยังจะเป็นการทำร้ายสังคม การปฏิรูปสังคมเป็นเรื่องสำคัญ กว่า เพราะสังคมมีบทบาทและอิทธิพลเหนือสื่อ ถ้าสังคมไม่เอาด้วย สื่อก็ไม่สามารถจะชี้นำสังคมได้ ถ้าสังคมป่วยสื่อก็ป่วยไปด้วย.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th