บริการข่าวไทยรัฐ

เหง้าขมิ้นเน่า

โดย สะ-เล-เต



ปลายร้อนต้นฝน อากาศร้อนจัดลมพัดแรงฝนตกติดต่อกัน กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกขมิ้น...ระวังโรคเหง้าเน่า หรือโรคเหี่ยวขมิ้น

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ฝังตัวอยู่ในดินแปลงปลูกขมิ้นซ้ำที่เดิม สามารถพบได้ในทุกระยะของการปลูก ตั้งแต่เริ่มลงปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต อาการเริ่มแรก...ใบจะเหี่ยวม้วนเป็นหลอดสีเหลือง และลุกลามจากส่วนล่างขึ้นไปยังส่วนปลายยอดจนแห้งตายทั้งต้น บริเวณโคนต้นและหน่อที่แตกออกมาใหม่มีลักษณะฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำ...เมื่อผ่าลำต้นตามขวางจะพบเมือกแบคทีเรียไหลซึมออกมาเป็นสีขาวขุ่น ลำต้นเน่า และหลุดออกจากเหง้าได้ง่าย อาการบนเหง้ามีลักษณะฉ่ำน้ำสีคล้ำ ต่อมาเหง้าจะเน่า

ด้วยสภาพอากาศระยะนี้เป็นใจให้เชื้อระบาด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชแหล่งที่อยู่อาศัยของเชื้อ ในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นขมิ้นเริ่มแสดงอาการของโรค ให้ขุดต้นไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้นให้โรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค...และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่

หากจะปลูกขมิ้นในฤดูถัดไป ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรค และควรทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี

ก่อนปลูกควรไถพรวนดินให้ลึกจากผิวดินมากกว่า 20 ซม. ตากดินไว้ให้นานกว่า 2 สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณเชื้อในดิน จากนั้นให้รมดินฆ่าเชื้อโรคด้วยการโรยยูเรียผสมปูนขาว อัตรา 80 : 800 กิโลกรัมต่อไร่ จากนั้นไถกลบและรดน้ำให้ดินมีความชื้น ทิ้งไว้ประมาณ 3 สัปดาห์ จึงเริ่มปลูกได้

เลือกใช้หัวพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วให้นำส่วนต่างๆของพืชที่เป็นโรคไปเผาทำลายทันที

กรณีพื้นที่เคยมีการระบาดของโรค ควรสลับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เช่น ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เพื่อตัดวงจรการระบาดของโรค

ไม่ควรปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อ เช่น พืชตระกูลขิง มะเขือ มันฝรั่ง พริก และถั่วลิสง.

สะ–เล–เต