บริการข่าวไทยรัฐ

ของเค้าดี

งานหนักของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ คือตระเวน เดินสายโรดโชว์เชิญชวน นักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในเมืองไทย

ล่าสุด ดร.สมคิด บินไปโรดโชว์กับผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นให้เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจอีอีซี

ปรากฏว่ามีบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นสนใจจะเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) หลายโครงการ

แต่มีโครงการเดียวที่เข้าตา “แม่ลูกจันทร์” อย่างแรง!!

คือข้อเสนอใหม่จากฝ่ายญี่ปุ่นขอขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง สาย ตะวันออก กรุงเทพฯ-ระยอง ให้เชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมือง สนามบินอู่ตะเภา ผ่านเขตพัฒนาเศรษฐกิจอีอีซี แผ่พังพานไปสุดทางที่จังหวัดอยุธยา

ถือเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ที่เจ๋งมากๆ เจ๋งจริงๆ

เพราะจะทำให้รถไฟความเร็วสูงสายนี้สามารถเชื่อมต่อสนามบินหลัก 3 แห่งของประเทศไทยได้สะดวกโยธิน

ยิ่งกว่านั้น ยังเชื่อมต่อเขตอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุด 2 แห่งของไทยคือ ระยอง และอยุธยา ทำให้การส่งสินค้าจากฐานผลิตไปถึงท่าเรือและสนามบินได้สะดวกรวดเร็ว

ไม่ใช่แค่นี้...โครงการรถไฟความ เร็วสูงของญี่ปุ่นสายนี้จะรองรับนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯไปพัทยา จากพัทยากลับกรุงเทพฯ จากกรุงเทพฯต่อไปอยุธยาในเวลาชั่วโมงเศษเท่านั้นเอง

และไม่ใช่แค่นั้น...โครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก ยังไปเชื่อมรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ (ของญี่ปุ่นเหมือนกัน) ที่อยุธยา ซึ่งจะย่นการเดินทางจากพัทยาถึงเชียงใหม่ จากเชียงใหม่ถึงพัทยาในเวลาจิ๊บๆไม่ถึง 3 ชั่วโมง

เร็วกว่าไปทางรถยนต์ 3 เท่าตัว

“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่นรัฐบาล คสช.ให้เร่งเจรจาตกลงรายละเอียดกับฝ่ายญี่ปุ่น โดยมีเหตุผลสนับสนุน 4 ข้อดังนี้คือ

ข้อที่ 1, โครงการนี้ฝ่ายญี่ปุ่นเสนอมาเอง แสดงว่าญี่ปุ่นสนใจและพร้อมเดินหน้าลงทุนเต็มสตีม

ข้อที่ 2, เมื่อญี่ปุ่นลงทุนรถไฟความเร็วสูง โครงการลงทุนจากญี่ปุ่นก็จะไหลมาเทมา

ข้อที่ 3, รถไฟความเร็วสูงญี่ปุ่น (250 กม.ต่อ ชม.) คุณภาพดี เทคโนโลยีเด่น ใช้งานทนทานไม่เกเรเกตุง

ข้อที่ 4, การเจรจาเงื่อนไขกับญี่ปุ่นตรงไปตรงมา ไม่เขี้ยวลากดิน ไม่เล่นแง่เอาเปรียบตะพึดตะพืด

“แม่ลูกจันทร์” สรุปให้เห็นภาพคร่าวๆ รถไฟความเร็วสูงสายนี้จะวิ่งสวนกันเป็นวงกลมหรือเซอร์เคิลไลน์

ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ผ่านสนามบินดอนเมือง ผ่านอยุธยา ผ่านฉะเชิงเทรา ผ่านชลบุรี ศรีราชา พัทยา ระยอง และสนามบินอู่ตะเภา ระยะทาง 412 กม.

โจทย์ยากที่สุดคือ สถานีดอนเมือง เพราะจะมีรางรถไฟกระจุกอยู่ถึง 10 ราง

เป็นรถไฟสายสีแดง 2 ราง, รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย 2 ราง, รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 2 ราง, รถไฟความเร็วสูงสายสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา 2 ราง

และรถไฟทางคู่ปกติอีก 2 ราง

ปัญหาคือพื้นที่ตรงนั้นมันแคบนิดเดียว...จะออกแบบอย่างไรให้วางรางรถไฟครบทั้ง 10 ราง??

เฮ้อ...แค่คิดเล่นๆ ก็ปวดกบาลซะแล้วคุณ.

“แม่ลูกจันทร์”