บริการข่าวไทยรัฐ

โลกเปลี่ยนสิ่งพิมพ์ต้องปรับ... ปิดตัว 'GoGenius' นิตยสารวิทย์-คณิตเด็ก

ณ วันนี้ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมผู้คนส่วนมากในสังคมเปลี่ยนไป รวมถึงสร้างผลกระทบให้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้ว่ามีสิ่งพิมพ์หลายสำนักทยอยปิดตัวลงไปอย่างน่าใจหาย ไม่เว้นแม้แต่นิตยสารสำหรับเด็กอย่าง Go Genius ที่กำลังจะปิดตัวลง และจะตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายในเดือนมิถุนายนนี้ โดย คุณสุวดี จงสถิตย์วัฒนา ประธาน บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ได้ออกมาประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์นานมีบุ๊คส์ ว่า ตัดสินใจยุติการตีพิมพ์นิตยสารเล่มนี้ หลังจัดจำหน่ายมายาวนานถึง 25 ปี โดยมีข้อความดังนี้

ด้าน คุณคิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด เปิดเผยกับทางไทยรัฐออนไลน์ในหลายประเด็นว่า เหตุใด Go Genius จึงครองใจเด็กและเยาวชนมาอย่างยาวนาน รวมถึงการปรับตัวในยุคนิวมีเดีย

สิ่งที่ทำให้นิตยสาร Go Genius อยู่มาได้อย่างนานถึงปัจจุบัน? 

"Go Genius เป็นนิตยสารสำหรับเด็กและเยาวชนเจ้าแรกของประเทศไทย เพราะขณะนั้นในประเทศไทยไม่ค่อยมีนิตยสารสำหรับเด็กมากนัก Go Genius เป็นฉบับแรก มีจุดเด่นตรงที่เป็นวิทยาศาสตร์ เนื้อหามีคุณภาพ จุดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่พิเศษจนทำให้อยู่ได้นานถึง 25 ปี แต่การที่ประเทศของเราจะทำหนังสือวิทยาศาสตร์ให้ดีสำหรับเด็กและเยาวชนไม่ใช่เรื่องง่าย ล่าสุด มีการซื้อลิขสิทธิ์คอลัมน์บางส่วนในนิตยสารวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จากฝรั่งเศส มาแปลแล้วก็ตีพิมพ์ให้กับเด็กและเยาวชนไทยได้อ่านกัน เพราะการทำต้นฉบับนิตยสารสำหรับเด็กมันยากมาก ภาพในการจะไปถ่ายรูปสัตว์หรือรูปอวกาศสวยๆ ต้นทุนสูงมาก คนไทยซึ่งมีผู้อ่านไม่มาก ทำเองคงยาก จึงไปดูว่าในโลกนี้มีนิตยสารอะไรสำหรับเด็กที่เป็นวิทยาศาสตร์และสุดยอดมาก ก็ไปทำความร่วมมือกับเขา จึงเป็นที่มาว่าทำไมถึงมีคอลัมน์แปลกๆ เจ๋งๆ มาให้เด็กได้อ่าน”

หลังเข้าสู่ยุคนิวมีเดีย นานมีบุ๊คส์ ปรับตัวอย่างไร?

“เมื่อเด็กๆ อ่านนิตยสารน้อยลง เราก็ต้องปรับตัว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังน่าจะชื่นใจแต่ไม่รู้อีกนานแค่ไหนคือ หนังสือเล่มนี้เด็กยังอ่านมาก พวกเราค่อนข้างทุ่มเวลาและพลังงานในการทำหนังสือเสริมความรู้วิทยาศาสตร์ที่ไม่ใช่นิตยสารให้กับเด็ก และปัจจุบันผันจากการเป็นสำนักพิมพ์อย่างเดียวไปเป็นผู้ให้บริการด้านการเรียนรู้ โดยสังเกตได้ว่า นามมีบุ๊คส์ มีการจัดค่ายค่อนข้างบ่อย แทนที่จะซื้อหนังสืออย่างเดียว ก็มีการจ่ายเงินส่งลูกมาเข้าค่าย ทั้งแบบไป-กลับ ที่กรุงเทพฯ เช่น แก๊งซ่าท้าทดลอง ไม่ก็ค่ายต่างจังหวัด มีแบบค่ายแฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ายเอาชีวิตรอด ตะลุยป่ามหาภัย เป็นหนึ่งบริการที่ดีเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการเปิดโรงเรียนสอนพิเศษร่วมมือกับญี่ปุ่น ชื่อว่า กักเคน คลาสรูม (Gakken Classroom) สอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์ ทำให้เด็กมีวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น

การรับมือกับโลกดิจิทัลนี้ จริงๆ แล้วไม่จำเป็นจะต้องตอบโจทย์ด้วยสินค้าดิจิทัลอย่างเดียว ซึ่งอาจเป็นการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ผ่านการเข้าค่ายและเรียนพิเศษ แต่เราก็มีการลงทุนและตอนนี้ค่อนข้างประสบความสำเร็จคือ ระบบติวเตอร์ออนไลน์ที่ซื้อลิขสิทธิ์จากประเทศอังกฤษ ชื่อว่า แมทส์-วิซซ์ เซียนคณิตศาสตร์ (Maths-Whizz) เด็กที่สมัครสมาชิกต้องทำพรีเทสต์ (Pre-test) เพื่อค้นหาอายุทางคณิตศาสตร์ เช่น เด็กอาจจะ 8 ขวบ แต่ความจริงอายุทางคณิตศาสตร์อาจจะ 11 ขวบก็ได้ จะทำให้เด็กได้ทำคณิตศาสตร์ตามอายุ”  

นานมีบุ๊คส์ ในอนาคตแนวทางจะเปลี่ยนไปทิศทางไหน?

"ในอนาคตพวกเราจะตอกย้ำเรื่องการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้าง Active Citizen สโคปงานจะกว้างขึ้น จากเดิมที่โฟกัสไปที่หนังสือกับนิตยสารเป็นหลัก แต่ตอนนี้ตระหนักว่าการเรียนรู้มีความหลากหลายและไลฟ์สไตล์เด็กก็เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นเราก็จะให้บริการด้านการเรียนรู้ในรูปแบบของค่าย เวิร์กช็อป การเรียนพิเศษแบบใหม่ และการเรียนรู้แบบออนไลน์”

ทั้งหมดทั้งมวลที่นำเสนอมานี้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อมีเดียทั้งหลาย ต่างก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคสมัยของปัจจุบัน หากยึดติดอยู่แต่กับรูปแบบเดิมๆ ก็ไม่อาจก้าวทันโลกได้ อย่างไรก็ดี ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ความรู้ การศึกษา เพื่อเด็กและเยาวชนไทยต่อไป.

(ขอบคุณภาพประกอบจากนานมีบุ๊คส์)