วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปรี้ยวร่ำไห้โดนซัก แยกขัง 3 คนส่งชั้นดีประกบ (คลิป)

2 ตม.แม่สายถ่ายรูปคู่ถูกเด้ง

คดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มพ่นพิษ รอง ผกก.ตม.จ.เชียงราย กับรอง สว. โดนเด้งไปช่วยราชการ ศปก. ตม.5 พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน หลังมีภาพถ่ายคู่ผู้ต้องหาสาวโหดมาส์กหน้าขาวเผยแพร่ในโลกโซเชียลจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ด้าน “ศรีสุวรรณ” ยื่นร้องเรียน สตง. ตรวจสอบรายชื่อตำรวจทั้ง 99 นาย ร่วมจับกุมจริงหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบการใช้อำนาจสั่งการเครื่องบินตำรวจรับส่งผู้ต้องหา 4 เที่ยวบิน “ศรีวราห์” โต้นิ่มๆ รายชื่อส่วนใหญ่เป็นชื่อผู้บังคับบัญชา อำนวยการ ไม่ใช่ผู้จับกุม ถือเป็นเรื่องไร้สาระ ขณะที่ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่น “เปรี้ยวหั่นศพ” เครียดจัดหลังถูกส่งเข้าเรือนจำ ส่วนเพื่อนปรับตัวได้ ส่งนักโทษชั้นดีประกบกลัวผู้ต้องหาฆ่าตัวตาย

ยังเป็นที่จับตามองของสังคมในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย สาวสถานบริการเมืองขอนแก่น หลังตำรวจได้ตัวผู้ต้องหาครบแล้วทั้ง 5 คน คือ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ นายวศิน นามพรหม ส่วนสาวหัวโจกกับเพื่อนอีก 2 คน คือ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต เจ้าหน้าที่พม่าส่งมอบตัวให้กับตำรวจ ตม.จ.เชียงราย เมื่อตอนคืนวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถูกคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และส่งเข้าเรือนจำกลางขอนแก่นไปแล้ว คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น ขณะที่การทำงานของตำรวจยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกสังคมออนไลน์อย่างหนัก

ความคืบหน้าการสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง เปิดเผยว่า ได้ผู้ต้องหาครบทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา 4 คน คือ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น น.ส.แจ้ และนายวศิน มีเพียง น.ส.เบนซ์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะขณะเกิดเหตุทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ผู้ต้องหาหญิง ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น ส่วนผู้ต้องหาชาย ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วนหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องในคดีก็ได้มาครบแล้วเช่นกัน พนักงานสอบสวน มีอำนาจในการขอฝากขังได้ทั้งหมด 7 ครั้ง ครั้งละ 12 วัน คือมีเวลาในการทำสำนวน 84 วัน จะต้องทำสำนวนให้รัดกุมชัดเจน ส่วนจะแล้วเสร็จเมื่อใดยังตอบไม่ได้ แต่ยืนยันว่าทำกันอย่างรอบคอบและต้องให้แล้วเสร็จตามกำหนด หากจะต้องสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมก็ประสานทางเรือนจำขอนแก่นและทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เข้าไปสอบสวนได้

ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายวีรชัย เพชรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังได้รับตัว น.ส.เปรี้ยว กับเพื่อนอีก 2 คน เมื่อเย็นวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำประวัติ ตรวจสุขภาพและนำเข้าเครื่องเอกซเรย์ตรวจหาสิ่งของที่อาจซุกซ่อนเข้ามาตามระเบียบปกติ พบว่า น.ส.แจ้มีสารเสพติดในปัสสาวะ น.ส.แจ้ยอมรับว่าขณะหลบหนีอยู่ฝั่งพม่าได้เสพยาบ้าไปราว 30 เม็ด ซึ่งได้ส่งปัสสาวะไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ขอนแก่นให้แน่ชัดอีกครั้ง ส่วน น.ส.เปรี้ยว กับ น.ส.เอิร์น ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด

ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่นกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบว่า น.ส.เปรี้ยว มีอาการวิตกกังวล และเครียด ร้องไห้ระหว่างการซักถาม และพูดกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดถึงขนาดนี้ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมตัวผู้ต้องขังทั้ง 3 คนนั้น ได้แยกห้องขังเฉพาะ โดยติดกล้องวงจรปิดไว้ เพราะกลัวจะคิดสั้น และจัดพี่เลี้ยงซึ่งเป็นนักโทษชั้นดีประกบ 2 ต่อ 1 ช่วยดูแลเพื่อป้องกันเหตุร้าย ซึ่งช่วงบ่ายที่ผ่านมา พ่อและพี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว มาขอเยี่ยม แต่เอกสารไม่ครบไม่ได้นำทะเบียนบ้านมาด้วยเลยไม่ได้เข้าเยี่ยม ส่วนพี่สาว น.ส.แจ้ เตรียมเอกสารมาครบถ้วนเลยได้เข้าเยี่ยม

ด้านนายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นายวศิน นามพรหม และ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ ก่อนหน้านี้ได้ใช้หลักทรัพย์รวม 1,300,000 บาท ยื่นขอประกันตัว น.ส.เบนซ์ ผู้ต้องหาคนเดียวที่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเป็นคดีร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง ตนได้ปรึกษากับครอบครัวผู้ต้องหาทั้งสองคนว่าจะยังไม่ยื่นขอประกันตัวในระยะนี้ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ขอเข้าพบ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และ น.ส.แจ้ แต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่อนุญาตให้เข้าพบ ซึ่งตนจะเข้าพบผู้ต้องหาทั้ง 5 คนอีกครั้ง ในฐานะทนายความของนายวศิน และ น.ส.เบนซ์ที่จะต้องสอบสวนและสำนวนเพื่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาต่อไป

ขณะที่คดีฆ่าหั่นศพส่งผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมติดตามจับกุม โดยเมื่อเวลา 01.00 น. พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.ร้อย รส.มทบ.23 นำกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 4 และฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้น สถานบันเทิงชื่อฮาเล็ม ตั้งอยู่ในโรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล และที่คลีโอพัตรา อยู่ในโรงแรมพูลแมน ทำการตรวจปัสสาวะพนักงานทั้งหมดรวม 59 คน และนักท่องเที่ยวเพื่อหาสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด โดย พ.ท.พิทักษ์พลกล่าวว่า การเข้าตรวจสารเสพติดในสถานบริการทั้งสองแห่ง สืบเนื่องจากผู้ต้องหาหญิงในคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม เป็นพนักงานในสถานบริการทั้ง 2 แห่ง มีการเกี่ยวพันในเรื่องของยาเสพติด รวมทั้งมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ออกมาบอกว่า น.ส.เปรี้ยวมีส่วนพัวพันยาเสพติด จึงต้องตรวจสอบ และถือเป็นการจัดระเบียบสังคม สถานบริการในเมืองขอนแก่นไปในตัวด้วย นอกจากนี้ ยังจะต้องตรวจสอบพนักงานที่ไม่มาทำงานอีก 12 คนด้วย

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งลงวันที่ 5 มิ.ย.2560 ให้ พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รอง ผกก.ตม.จ.เชียงราย และ ร.ต.อ.ธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รอง สว.ตม.จ.เชียงราย ให้มาช่วยราชการที่ ศปก.ตม.5 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ อย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากมีการถ่ายภาพ ตำรวจทั้งสองนายกับผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ แล้วภาพหลุดออกไปในโลกโซเชียลจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของตำรวจต่อผู้ต้องหาในคดีนี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งตนได้ลงไปตรวจสอบที่ ตม.จ.เชียงราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าการถ่ายภาพดังกล่าวเป็นเรื่องปกติในการทำงาน อย่างไรก็ตามได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบว่าภาพหลุดออกไปได้อย่างไร ส่วนนายตำรวจทั้งสองนายดังกล่าวต้องรอผลการสอบสวนก่อนว่ามีส่วนบกพร่องหรือไม่

สำหรับภาพเจ้าปัญหาดังกล่าวเป็นภาพที่นายตำรวจทั้งสองนายถ่ายคู่กับผู้ต้องหาหลังรับตัวมาจากเจ้าหน้าที่พม่าเมื่อคืนวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดย น.ส.เปรี้ยวกำลังใช้เครื่องประทินโฉมมาส์กหน้าขาว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องหา จน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงว่า ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าตำรวจไม่เลือกปฏิบัติกับผู้ต้องหารายใดเป็นพิเศษ

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้นายตำรวจที่ปรากฏในภาพไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตม.5 หากพบข้อบกพร่องจะพิจารณาดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายต่อไป ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีเจตนาดีที่ต้องการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้กลับมาดำเนินคดีให้ได้ ทุกคนตรากตรำทุ่มเทและเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา เมื่อได้ตัวผู้ต้องหากลับมา เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกคนโล่งใจและดีใจในความสำเร็จที่เกิดขึ้น แต่ในการดำเนินการอาจมีภาพบางส่วนที่ไม่เหมาะสมเผยแพร่ออกไป ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดข้อสงสัยและไม่สบายใจ

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงคำสั่งที่ 0001 (มค.) 481 ลงวันที่ 6 มิ.ย. ให้ พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีรายชื่อตำรวจกว่า 90 นายร่วมจับกุม น.ส.เปรี้ยวกับพวกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การตรวจสอบตำรวจ 90 นาย แต่ตรวจสอบกรณีที่มีการเผยแพร่บันทึกการจับกุม น.ส.เปรี้ยวกับพวก ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำคำร้องยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมทั้งกรณีที่มีภาพผู้ต้องหานอนในห้องสืบสวน ซึ่งตนได้รายงาน ผบ.ตร. และ ผบ.ตร.สั่งการให้รวบรวมข้อมูล

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีมีการลงชื่อจับกุมจำนวนมากเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่มีชื่อผู้บังคับบัญชาปรากฏ เป็นรายชื่อภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชา เป็นการสั่งการให้ไปจับกุมผู้ต้องหา ไม่ใช่รายชื่อผู้จับกุม มีการเซ็นชื่อจับกุมไม่กี่คนเอง ต้องดูที่การเซ็นชื่อจับกุม ไม่ใช่ดูรายชื่อทั้งหมด ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามปกติ ไม่มีใครไปเบิกเบี้ยเลี้ยงเท็จหรือให้ 2 ขั้น เพราะจับคดีนี้ การตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เป็นการตั้งเนื่องจากมีเหตุสงสัย อยากเรียนว่าเรื่องนี้จบได้แล้ว เพราะไม่มีอะไรพิเศษที่จะทำให้ผู้ต้องหาได้รับประโยชน์ขึ้นมา ไม่มีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของคดี เรื่องนี้ตนดูข่าวแล้วเหมือนเรื่องไร้สาระ คนทำงานสืบสวนจับกุม และคนทำสำนวนถือว่าไร้สาระ แต่ต้องเตรียมข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตอบเมื่อมีการไปร้องทางผู้ตรวจการแผ่นดิน

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อเวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบกรณีตำรวจจัดทำบันทึกการจับกุม น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว กับพวก ว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 99 รายชื่อ เป็นผู้ร่วมการจับกุมจริงหรือไม่ หากไม่ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่จริง ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังผลประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอความคิดเห็นไปยังนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์ หรือระเบียบว่าด้วยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาใหม่ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อรูปคดีในอนาคต ไม่เป็นภาระต่อกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และอยากให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างในการปฏิรูปองค์กรตำรวจต่อไป

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ส่วนผู้ที่ใช้อำนาจอนุมัติให้ใช้เครื่องบินตำรวจขนส่งผู้ต้องหาจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย และกรุงเทพฯไปขอนแก่น จำนวน 4 เที่ยวบิน เที่ยวละ 150,000 บาท โดยไม่มีความจำเป็น และยังใช้เครื่องบินอำนวยความสะดวก เพื่อให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ร่วมแถลงข่าวในกรุงเทพฯ ทั้งที่เป็นพื้นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดี ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายว่าด้วยการเงินการคลัง หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่ งบประมาณดังกล่าวเป็นเงินงบประมาณจากภาษีประชาชน ถือได้ว่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไปในลักษณะที่ไม่คุ้มค่า และไม่มีประสิทธิภาพ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลต่อคดีฆ่าหั่นศพ ระหว่างพบปะเกษตรกรชาวสวนที่นำผลไม้มาประชาสัมพันธ์งานมหานครผลไม้ 2017 ของ จ.จันทบุรี ว่า ต้องช่วยกันแก้ปัญหาสังคม สังคมแย่ ต้องอาศัยสื่อ สังคมจะได้รู้ว่าบ้านเมืองสงบสุข บ้านเมืองมีสิ่งดีๆมาก เรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นให้พอได้แล้ว 2 อาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งอยู่กับเรื่องเดียว เรื่องดีๆหายหมด สังคม และต่างประเทศว่าอย่างไรมองกันอย่างไร ให้คิดบ้าง แล้วประเทศชาติจะเป็นอย่างไร พร้อมหันไปพูดคุยถามกับชาวสวนว่า “ดูข่าวบ้างหรือเปล่า ไม่ต้องไปอ่านแล้วสื่อ เน็ตไอดอลบ้าบอคอแตก”

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวติงเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ระมัดระวังอย่างที่สุด อย่าให้ใครหยิบยกการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ไปให้เกิดความเสื่อมเสียแก่หน่วยงานได้ ควรมีวิจารณญาณ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปดูแล้วเกิดความรู้สึกติฉิน นินทาว่าไม่เหมาะ อย่างกรณีการจับผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนร้องเรียนมาให้รัฐบาลเป็นตัวกลางสื่อไปยังสื่อมวลชนบางส่วน ที่นำเสนอข้อมูลการฆ่าหั่นศพแบบละเอียด ทำให้คนเสพสื่อโดยเฉพาะวัยรุ่นและเด็ก เข้าใจผิดว่าการกระทำนั้นเป็นฮีโร่ เป็นการยกยอปอปั้นผู้กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตัวอย่างที่ดี อย่าง น.ส.รัชนก อินทนนท์ หรือน้องเมย์ น.ส.เอรียา จุฑานุกาล หรือโปรเม เป็นต้น นำเสนอเรื่องเหล่านี้ดีกว่า ขณะที่รัฐบาลก็ต้องระมัดระวังการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ถ้าทั้งรัฐบาลและสื่อมวลชนต่างพยายามปรับในสิ่งที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ เชื่อมั่นว่าเราทั้ง 2 จะได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น