บริการข่าวไทยรัฐ

แนะรัฐจัดช็อปช่วยชาติทุกเดือน เครือสหพัฒน์มั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฉลุย

ไอ.ซี.ซี.แนะรัฐจัดช็อปช่วยชาติทุกเดือน กระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ขณะที่ “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” มั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ผลพวงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐที่เริ่มเห็นผล ได้ใจเตรียมอัดงบลงทุน 3,000 ล้านบาทหลังชะลอลงทุนมา 2 ปี รับรายได้ปีนี้ทรงตัวจากปีก่อนๆโต 10—15%

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังเป็นต้นไปเชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคน่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมาตรการต่างๆที่ภาครัฐประกาศไปเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว นอกจากนี้ หากปี 61 มีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมมีการสานต่อนโยบายต่างๆของรัฐบาลชุดนี้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น แต่ถ้าได้รัฐบาลใหม่เปลี่ยนนโยบายใหม่เศรษฐกิจปีหน้าก็น่าจะยังทรงตัว เพราะต้องใช้เวลารอมาตรการใหม่ๆ “ประเทศไทยตอนนี้เหมือนขับรถใส่เกียร์ 3 ที่กำลังขึ้นเนิน เพื่อเข้าสู่เส้นทางราบในปีหน้า ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจต้องดีกว่าปีนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะไม่ค่อยดี แต่ก็ถือว่าดีกว่าฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซียที่เศรษฐกิจค่อนข้างแย่ ไทยดีกว่าเยอะ”

นายบุณยสิทธิ์กล่าวต่อว่า เพราะมั่นใจว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังต้องดีกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐอัดเข้าไปในระบบเริ่มเห็นผลในครึ่งปีหลัง ส่งผลให้เครือสหพัฒน์มีแผนใช้เงินลงทุนขยายธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนถุงลมนิรภัยในรถยนต์ 1,000 ล้านบาท ลงทุนคลังสินค้าย่านสนามบินสุวรรณภูมิ 70,000 ตารางเมตรบนพื้นที่ 50 ไร่ อีก 1,500 ล้านบาทและอื่นๆอีก 500 ล้านบาท “การใช้งบลงทุน 3,000 ล้านบาทครั้งนี้ เป็นการกลับมาลงทุนอีกครั้งในรอบ 2 ปีที่ชะลอไป”

ด้านนายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 21” กล่าวว่า เศรษฐกิจครึ่งปีแรกที่อยู่ในภาวะทรงตัว ส่งผลให้บริษัทต้องหันมาลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น ซึ่งการที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาแนะให้เอกชนปรับตัว เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจและเศรษฐกิจ ถือว่ามีผลต่อจิตวิทยาทำให้ประชาชนเสียขวัญแต่ในฐานะเอกชนอยากเสนอแนะให้ภาครัฐหันมากระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจผ่านมาตรการช็อปช่วยชาติทุกเดือน ส่วนมาตรการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะช่วยแค่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ได้ช่วยเหลือผู้บริโภคและเป็นการสนับสนุนให้ผู้บริโภคใช้เงินฟุ่มเฟือย ทั้งนี้ จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นคาดว่าปี 60 รายได้บริษัทจะทรงตัวเท่ากับปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้ 13,000 ล้านบาท โต 2-3% จากปี 59 ที่ทำได้ 12,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่ลดลงจาก 10 ปีก่อน ที่เติบโตสูงถึงปีละ 10-15%

นายบุญเกียรติกล่าวว่า สำหรับการจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ครั้งที่ 21 ปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากขนสินค้าในเครือสหพัฒน์ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ภายในบ้าน เสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องกีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า มาจำหน่ายราคาพิเศษกว่า 1,000 คูหา พร้อมบริการส่งสินค้าฟรีถึงบ้านแล้ว เครือสหพัฒน์ได้นำโครงการประชารัฐมาเผยแพร่ในงานนี้ด้วย อาทิ โครงการเครือสหพัฒน์ประชารัฐเพื่อสังคม ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีขึ้น, โครงการประชารัฐเกษตรอินทรีย์ โดยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาศึกษาวิจัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน เป็นต้น

นอกจากนี้ งานปีนี้ยังตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และทีวีช็อปปิ้ง ด้วยการจำหน่ายสินค้าในเครือฯผ่านเว็บไซต์ eThailandbest, ทีวีช็อปปิ้ง Shop Global และ Shop Channel และยังเปิดขายสินค้าในช่องทางของพันธมิตรด้วย อาทิ Lazada และ O Shopping ซึ่งจะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น.