บริการข่าวไทยรัฐ

นอกจากเรื่อง ‘เปรี้ยว’

ต้องเบรกก่อนที่ “เปรี้ยว” จะเป็นวาระแห่งชาติ

สถานการณ์มาถึงจุดที่ผู้นำรัฐบาลอำนาจพิเศษอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ต้องออกมากระตุกสังคมแรงๆ แกล้งพูดดังๆผ่านเกษตรกรชาวสวนจากจังหวัดจันทบุรีที่มาจัดอีเวนต์ ณ ทำเนียบรัฐบาล ตั้งใจให้ได้ยินกันทั้งประเทศ

“บ้านเมืองมีสิ่งดีๆมาก เรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นให้พอได้แล้ว 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ยุ่งอยู่กับเรื่องเดียว เรื่องดีๆหายหมด สังคม และต่างประเทศว่าอย่างไร มองกันอย่างไร ให้คิดบ้าง แล้วประเทศชาติจะเป็นอย่างไร”

“ไม่ต้องไปอ่านแล้วสื่อ เน็ตไอดอลบ้าบอคอแตก”

จับอาการ “นายกฯลุงตู่” ที่ว่าแน่ๆ ยังเจอกระแส “เปรี้ยว” เบียดตกขอบ

นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงข่าวที่มีสาระหนักๆอย่างคิวที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ นำคณะไปโรดโชว์เมกะโปรเจกต์ที่ประเทศญี่ปุ่น เชิญมาลงทุนโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) โดยมีการพูดถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงจากเชียงใหม่ถึงระยอง

หรือโปรแกรมของ “นายกฯลุงตู่” ที่มีคิวบินไปเยือนสหรัฐอเมริกา ตามการเชื้อเชิญของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ต่อสายตรงมาคุยก่อนหน้านี้

ตามจังหวะทีมงานรัฐบาล คสช.ต้องขยับเดินหมากกับต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดดีลกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีนแผ่นดินใหญ่

ประคองดุลการเมืองโลกและเงื่อนไขเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป

ท่ามกลางสถานการณ์ก่อการร้ายในทวีปยุโรป ที่ลามถึงประเทศอังกฤษ เหตุเกิดติดๆกันจากเมืองแมนเชสเตอร์ ต่อด้วยกรุงลอนดอน

ไหนจะปรากฏการณ์คุกรุ่นในตะวันออกกลาง เมื่อประเทศซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ จับมือกันบอยคอตประเทศกาตาร์ ถึงขั้นตัดสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยเหตุที่กล่าวหากันว่ากาตาร์อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายไอเอส

ชาติอาหรับก็เดือดระอุ อุณหภูมิร้อนลามจากปมก่อการร้าย

วุ่นวายกันไปแทบจะทุกภูมิภาค โลกอยู่ยากขึ้นทุกขณะ

หันกลับมาดูความเป็นไปในบ้านเมืองของเรา ตามท้องเรื่องจาก “4 คำถาม” ของ “นายกฯลุงตู่” ที่ถามนำกันเป็นนัย หากเลือกตั้งแล้วมีปัญหาได้พวกหน้าเดิมมาก่อวิกฤติจะแก้ไขยังไง

ต่อเนื่องกับยุทธการ “เซ็ตซีโร่ กกต.” โละ 5 เสือคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกันก็พาดโยงเป็นปมเกี่ยวพันไปถึงเหตุการณ์ทะแม่งๆ

ที่มีการตรวจพบการส่งระเบิด กระสุนปืน ผ่านบริษัทรับส่งพัสดุภัณฑ์ของเอกชน ไล่เลี่ยๆกับเหตุอื้อฉาวทหารอากาศอ้างสังกัด กอ.รมน.ขนปืนอาก้า ระเบิดเอ็ม 79 อาวุธสงครามจำนวนมากจากชายแดนกัมพูชา แล้วรถคว่ำทำให้เรื่องแดงขึ้นมา

“ไขปริศนา” อาวุธสงครามเกลื่อนเมือง

ก็เลยย้อนไปถึงเหตุรุนแรงในช่วงการชุมนุมของม็อบการเมืองในช่วงที่ผ่านมาทั้งม็อบพันธมิตรฯ กลุ่มเสื้อแดง นปช. และกลุ่ม กปปส.

ในเครื่องหมายคำถาม หรือมีคนคิดจะก่อการป่วนเมืองไม่ให้สงบ

โดยเงื่อนไขสถานการณ์ที่โยงต่อเนื่อง ทำให้มีการผูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน เข้าเหลี่ยมนักการเมือง เข้าทางฝ่ายเร่งเกมเลือกตั้ง

ตีปี๊บเสียงดัง ประจานรัฐบาลทหาร คสช.ส่อยื้อ ลากเกมอำนาจ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็เสียงแข็ง ยืนยันยังไงก็เลือกตั้งตามโรดแม็ปที่วางไว้

เช่นเดียวกับกัปตันทีมเศรษฐกิจอย่างนายสมคิดที่พูดชัดทุกเวที รัฐบาลจะทำให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ปีกว่าๆเพื่อวางรากฐานประเทศ

จากนั้นนักการเมืองก็ไปว่ากันในสนามเลือกตั้งเอง

ประกอบกับความเคลื่อนไหวฉากหลัง อย่างที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปูดข่าวดักทางดังๆทหารกำลังต่อสายกลุ่มการเมือง เพื่อตั้งพรรครองรับ “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง

นี่คือความเป็นไปของบ้านเมือง นอกเหนือจากเรื่อง “เปรี้ยว”.

ทีมข่าวการเมือง