บริการข่าวไทยรัฐ

จับ 17 พม่า คาโรงงานร้างชุมพร มาจากเกาะสอง รอส่งต่อค้ามนุษย์ชายแดนใต้

ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ จับต่างด้าวชาวเมียนมา 17 คน จ่ายค่าหัวรายละ 2 หมื่นบาท นั่งเรือจากเกาะสองลอบเข้าไทย มาพักแรมในโรงงานร้างที่ชุมพร รอส่งต่อขายแรงงานจังหวัดชายแดนใต้...

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 มิ.ย. น.ส.ชาลิสา ชลชลา ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากนายเทิด อินสุทน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลบางหมาก อ.เมืองชุมพร ว่ามีชาวบ้านพบชาวต่างด้าวจำนวนมากหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงงานร้างกลางป่าหมู่บ้านบางผรา จึงสนธิกำลังร่วมกับ น.ส.ออม อ่วมละออ ผู้ช่วยจัดหางานจังหวัดชุมพร พ.ต.ท.วัชระ เผือกจันทร์ สวป. พ.ต.ท.สมภพ เชื้อทอง สว.สส.สภ.เมืองชุมพร ร.ท.อาทิตย์ คลังนิมิต หน.ชป.ร้อย สห.มทบ.44 ร.ท.ธีระพร บุญซื่อ หน.ชุด กอ.รมน.ภาค 4 สย.1 นำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารร้างโรงงานตาก-อบหมึกแห้งสภาพถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน ภายในอาคารพบมีชาวต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 17 คน อายุระหว่าง 14-50 ปี เป็นชาย 15 คน หญิง 2 คน อยู่ในสภาพอิดโรย พร้อมกระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้าเครื่องใช้จำนวนหลายใน ทุกคนมีประจำตัวประชาชนชาวเมียนมา แต่ไม่มีหลักฐานการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองชุมพร

จากการสอบสวนชาวเมียนมาทั้งหมดให้การว่า มีนายหน้าชาวเมียนติดต่อให้เข้ามาทำงานในประเทศไทย เสียค่าหัวคนละ 2 หมื่นบาท โดยนั่งเรือหางยาวมาประมาณ 1 ชั่วโมงจากเกาะสอง ประเทศเมียนมา เข้าฝั่งที่อำเภอเมืองระนอง ในช่วงค่ำที่ผ่านมา จากนั้นช่วงดึกได้มีนายหน้าคนไทยนำรถยนต์กระบะตอนครึ่งไปรอรับ โดยนอนราบอัดกันมาในกระบะหลังแล้วมีผ้าใบปิดทับอำพรางเจ้าหน้าที่ พามาหลบซ่อนอยู่ในโรงงานร้างในพื้นที่ดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อมาพักรอเดินทางต่อไปทำงานก่อสร้างและออกเรือทำประมง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานี จนมาถูกจับกุมดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ช่วงค่ำของวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้จับกุมต่างด้าวชาวเมียนมาชายหญิงทั้งหมด 59 คน เป็นหญิง 13 คน ชาย 46 คน ถูกแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวพาหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนอยู่ในแคมป์ที่พักพิงกลางป่าในหมู่บ้านบางผรา หมู่ที่ 2 ตำบลตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ในพื้นที่ใกล้เคียงกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลติดตามจับแก๊งค้าแรงงานมนุษย์ทั้งคนไทยและชาวเมียนมาที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.