บริการข่าวไทยรัฐ

ฎีกาจำคุก 26 ปี อดีตกก.โครงการพุทธอุทยานนครสวรรค์ ทุจริตกว่า 68 ล้าน

ศาลฎีกาพิพากษา จำคุก 26 ปี อดีตกก.โครงการพุทธอุทยานนครสวรรค์ ทุจริตเงินช่วงปี 48-50 กว่า 68 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับ หลังหลบหนีโทษ...

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตนครสวรรค์ พล.ต.สุวิทย์ แม้นเหมือน คณะกรรมการโครงการก่อสร้างพุทธอุทยานนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการฯ ร่วมกันแถลงข่าว ว่า ตามที่ทางคณะกรรมการโครงการฯได้ดำเนินการฟ้องร้องทางอาญาต่ออดีตคณะกรรมการโครงการฯ 3 ราย คือ นางขนิษฐา รัตนพัฒนากุล นายพฤติ รัตนพัฒนากุล และนางสาวจันทร์เพ็ญ เหลืองไทยไชยพร และฟ้องร้องทางแพ่งต่อนางขนิษฐา รัตนพัฒนากุล และนายพฤติ รัตนพัฒนากุล ซึ่งอดีตคณะกรรมการทั้ง 3 รายดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลทางด้านการเงินของโครงการ โดยทางคณะกรรมการโครงการฯ พบว่าอดีตคณะกรรมการทั้ง 3 ราย มีการยักยอกเงินของโครงการออกไปตั้งแต่ปี 2548-2550 รวมกว่า 68 ล้านบาท

ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการโครงการฯ ได้ฟ้องร้องต่ออดีตคณะกรรมการฯ ทั้ง 3 ราย ในปี 2552 ซึ่งขณะนี้คดีอาญาได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยศาลฎีกาพิพากษาเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2560 มีคำสั่งพิพากษาให้นางขนิษฐา รัตนพัฒนากุล แพ้คดี ถูกตัดสินจำคุก 26 ปี และให้คืนเงินแก่คณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ จำนวนกว่า 4 ล้านบาท

ส่วนผลการตัดสินของศาลฎีกา ขณะนี้ทราบว่านางขนิษฐา ได้หลบหนีโทษ และศาลได้ออกหมายจับแล้ว ส่วนนายพฤติ ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย ขณะที่นางสาวจันทร์เพ็ญ ได้เสียชีวิต ศาลจึงพิจารณาจำหน่ายคดี

ในส่วนของคดีแพ่ง ศาลจังหวัดนครสวรรค์ มีคำพิพากษาวันที่ 31 มี.ค. 2558 และศาสอุทธรณ์ภาค 6 มีคำพิพากษาวันที่ 22 ธ.ค.2558 โดยมีคำพิพากษาตรงกัน ให้นางขนิษฐา และนายพฤติ ใช้เงินคืนให้แก่คณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์กว่า 55 ล้านบาท พร้อมชดใช้ดอกเบี้ยร้อย 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบันรวมเป็นเงินกว่า 70 ล้านบาท ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้กรมบังคับคดีให้ยึดทรัพย์สินของนายพฤติ และนางขนิษฐา มาดำเนินการขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้แก่คณะสงฆ์นครสวรรค์ตามคำพิพากษา

พล.ต.สุวิทย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีข้อกล่าวหาต่างๆ ที่มีต่อโครงการตลอดช่วงที่ผ่านมา เช่น กล่าวหาว่าโครงการพุทธอุทยานนครสวรรค์บุกรุกที่ดินสาธารณะและถมดินทับคลองสาหร่ายนั้น คณะกรรมการโครงการฯชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง และไม่ได้บุกรุกและถมดินทับคลองสาหร่ายแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกันโครงการพุทธอุทยานนครสวรรค์มีการดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาเรื่องน้ำได้เป็นอย่างดี ทั้งมีหลักฐานเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ได้รับบริจาค และมีการออกเป็นโฉนดในนามมจร.แล้ว จึงยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนกรณีมีผู้ร้องเรียนว่า การสร้างพระพุทธศรีสัพพัญญู พระประธานประจำพุทธอุทยานนครสวรรค์ มีการหลอกลวงประชาชนว่าจะสร้างด้วยทองเหลืองแต่กลับสร้างด้วยปูนปั้นนั้น ขอยืนยันว่า พระพุทธรูปดังกล่าวสร้างจากทองเหลืองจริง ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าสร้างด้วยปูนนั้น เพราะต้องสร้างองค์ต้นแบบจากปูนก่อนจากนั้นจึงเททองเหลือง ซึ่งสามารถมาดูองค์จริงได้ที่พุทธอุทยานนครสวรรค์

ทั้งนี้จากการเกิดเรื่องร้องเรียนต่างๆ ส่งผลให้โครงการเกิดความล่าช้า ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการโครงการฯจะดำเนินการก่อสร้างพุทธอุทยานนครสวรรค์ให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้อย่างแน่นอน.