วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ ขอหมอยัดซิลิโคน 1,200 ซีซี! อัพร่างหวังมีงาน

นักร้องสาวแห่งสโมสรชิมิ หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม เบญจวรรณ โภคทรัพย์  เปิดเผยกับ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ว่า ต้องลงทุนควักเงินร่วมกับเพื่อนๆ ในการทำซิงเกิลใหม่ มิเช่นนั้นถ้าหายไปนาน คนอาจจะลืมหน้าได้!! 

“ก็คือด้วยความที่บริษัทเปลี่ยนนโยบายใหม่ เป็นศิลปินต้องเป็นผู้ลงทุนเอง ก็เลยเบรกไปก่อนค่ะ” แล้วเรายังใช้ชื่อ หนูเล็ก อาร์สยาม ได้ไหม? “ยังใช้อยู่ค่ะ เป็น หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม ค่ะ”

แล้วสัญญากับทางค่ายเหลือกี่ปี? “สัญญานี้เหลือประมาณ 4 ปีค่ะ” แบบนี้มันจะเหมือนเป็นการดองงานเราไหม? “อันนี้หนูว่า มันไม่ได้เป็นการดองงาน แต่ว่าอาจจะด้วยทุกวันนี้ศิลปินในค่ายมันเยอะ การจะเลือกไปทำอะไร แล้วแต่งานนี้เป็นของใครมากกว่า”

เรามีงานเข้ามาไหม พวกคอนเสิร์ตต่างๆ? “ก็ยังมีบ้าง แต่ว่าก็คือน้อยลงจากเดิมที่เคยมีค่ะ ทุกคนเลยค่ะ ทั้งอาจจะด้วยเศรษฐกิจ อย่างช่วงนี้เข้าหน้าฝนด้วย อาจจะน้อยกว่าปกติค่ะ”

ช่วงที่เราไม่มีงาน เราทำอะไร? “รวมเงินกัน 6 คนค่ะ เพื่อทำเพลง รวมเงินกับเพื่อนๆ สโมสรชิมิ จะมีบลูเบอร์รี่ 2 คน อลิส เพียวเพียว ลูกตาล และอุ้มค่ะ ก็ลงขันกันคนละ 15,000 บาท ทำเพลงค่ะ กับพี่ๆ วงเฟรมที่เราไปฟีเจอริ่งกันกับพี่เค้า เพลงออกแล้วค่ะ เพลง โสดสนุก ก็เป็นเพลงแนวโจ๊ะๆ สนุกๆ ค่ะ”

เป็นเงินเราลงทุนทำเพลง ในฐานะเพลงของค่ายอาร์สยาม? “ใช่ค่ะ ด้วยทุกวันนี้เค้ามีนโยบายใหม่ ว่าถ้าศิลปินอยากทำเพลง ก็คือศิลปินจะเป็นผู้ทำเพลงเอง ไม่ใช่ทางค่ายลงทุนเหมือนเดิมแล้ว” อ้าว แล้วเราจะได้อะไร? “ได้งาน ได้งานโชว์ตัว แฟนๆ ก็จะได้เห็นว่าเรามีเพลงใหม่แล้วนะ เราก็จะได้งานเข้ามา”

แต่เราก็โอเคที่ทำอย่างนี้? “ค่ะ ก็คิดว่า จะเอายังไงจะรวมเงินกันมั้ย ทุกคนก็คิดปรึกษากัน ประชุมกันด้วย ผู้ใหญ่ก็มาร่วมคุยด้วยค่ะ ถ้าเราทำ แฟนๆ ก็จะได้เห็นหน้าเรา มีเพลงออกมาให้เค้าสนุกกันค่ะ

ที่พวกหนูไปร่วมฟีเจอริ่ง ทางค่ายก็จะได้เงินประมาณ 30% ในส่วนของพวกเราสโมสรชิมิ ส่วนพี่ๆ วงเฟรมที่เราไปร่วมฟีเจอริ่งเค้า ก็ต้องเสียเงินประมาณ 70% ให้กับทางค่ายค่ะ”

ผลตอบรับเป็นยังไง คุ้มค่ากับที่เราลงทุนไหม? “ก็คือมีเพลงให้แฟนๆ ได้เห็นค่ะ ว่าเรามีเพลง โสดสนุก นะคะ เป็นเพลงโจ๊ะๆ กับพี่ๆ วงเฟรมค่ะ”

ถ้าเราไม่ลงทุน ก็จะไม่ได้เห็นงานเลย? “ก็คนจะได้เห็นน้อยมากกว่าค่ะ เค้าจะไม่เห็นหน้าเรา แล้วก็จะถามเราว่า ไม่มีเพลงเลยเหรอ ทำไมช่วงนี้ไม่มีเลย เก็บตังค์อยู่ (หัวเราะ)

คือทุกวันนี้ถ้าเราลงทุนเอง เราต้องคำนวณเยอะ เพลงหนึ่งเราต้องใช้เท่าไร ที่ลงทุนไปคุ้มได้คุ้มเสียมั้ย อย่างวงบลูเบอร์รี่ก็ยังมีเพลงเก่าที่แฟนๆ รู้จักบ้าง ก็หากินกับเพลงเก่าไปก่อน”

ไม่มีติดลิขสิทธิ์? “ไม่มีค่ะ ก็คือบริษัทจะหักอยู่แล้วค่ะ 25%” ทุกคนโอเคกับนโยบายใหม่ของทางค่ายไหม? “คือเราก็ต้องยอมรับว่า เค้าเปลี่ยนโยบายใหม่แล้ว ถามว่าเรารู้สึกมั้ย เราก็ต้องเข้าใจแหละ ด้วยเศรษฐกิจ ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง นโยบายที่มันเปลี่ยนไป ก็ต้องเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่เค้าเป็น”

แล้วไม่ลองเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างเหรอ? “ทำทุกอย่างค่ะ คือละครก็รับนะคะ พิธีกรก็รับทำค่ะ เผื่อมีใครสนใจ” ตอนนี้เราทำอะไรเป็นหลัก?​ “ขายของค่ะ เมื่อก่อนขายตามตลาดนัด ตอนนี้ขายในโซเชียล คือมันเกิดแล้วก็มาไลฟ์สดขายตุ๊กตา ซึ่งก็ถือว่าเป็นรายได้หลัก”

ขายดีกว่าร้องเพลงมั้ย? “เทียบเท่ากันเลยค่ะ รายได้ต่อวันนะ ตอนแรกไม่คิดนะว่าจะได้มากขนาดนี้ เป็นตุ๊กตานำเข้าด้วย ตุ๊กตามือสองจากญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นเนี่ยเป็นเหมือนโละมาจากช็อป

แต่เราเรียกว่า มือสอง ซึ่งเราเหมือนเปิดตู้คอนเทนเนอร์ได้ เอาเข้ามาแล้วเราก็เอามาขาย ซึ่งตอนแรกๆ มันเริ่มจากเงิน 500 บาทไปเดินตลาดเจเจกรีน แล้วไปเจอตุ๊กตาอันนี้น่ารักเลยหยิบมา

แล้วมีคนมาขอซื้อ เราได้กำไรเกือบสองเท่าเลยนะ เราจำไม่ได้ว่ามันจะได้เยอะขนาดนี้ อีกวันหนึ่งเราเลยไปซื้อมาอีก เริ่มเป็น 2,000-3,000 บาท คือขายหมดทุกวัน จนตอนหลังๆ ไม่ได้เอาเป็นรายย่อยแล้ว ก็คือไปรับมาเอง ไปเปิดตู้คอนเทนเนอร์เอง เสื้อผ้ามือสองที่เคยขายก็ไม่ได้ขายเลย พักก่อน

ช่วงนี้ตุ๊กตาขายดีมาก ก็เคยมีคนทักหนูนะว่า ขายเสื้อผ้าไม่รุ่งหรอก หนูเลยมาขายตุ๊กตา ขายดีมาก คือเหมือนจะไม่เยอะนะ จากเต็มเตียงทุกวันขายหมดเกลี้ยง ได้เงินเทียบเท่ากับการร้องเพลง”

“ถ้าหนูรองานร้องเพลง ก็ไม่น่าจะมีอะไรกินแล้วแหละ คงจะได้นอนเฉยๆ” แล้วบลูเบอร์รี่คนอื่นเค้าทำอะไร? “พี่ออมก็ทำงานกับแฟนค่ะ พี่เพียวก็จะขายครีม ทุกคนก็จะดิ้นรนหาทางของตัวเองไปค่ะ” เราเคยเกิดมาจากจุดที่สูงสุด จนมาทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกยังไง? “มันก็คิดถึง มันอยากร้องเพลงนะ

เป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้ว แต่ด้วยอะไรหลายอย่างอาจจะเป็นที่เค้าไม่เห็นภาพเราด้วย คิดว่าเราไม่มีงานแล้วรึเปล่า แต่จริงๆ มันยังมีอยู่นะ คือมันมีงาน มันน้อยลงกว่าเดิม คนอาจจะเห็น บางทีเค้าก็เห็นเราเกือบทุกที่แล้ว บางทีเจ้าภาพอาจจะเห็นเราแล้ว มาแล้วก็เลยไม่จ้าง”

รับงานเองได้ไหม? “รับเองก็ได้ค่ะ แต่ว่าหนูก็ต้องแจ้งทางค่าย แล้วทางค่ายก็หักเปอร์เซ็นต์เหมือนกันค่ะ”

เห็นว่าจะศัลยกรรมใหม่อัพใหม่ยกเครื่อง? “กะว่าจะทำหน้าอกค่ะ แล้วก็ทำหน้าด้วย” เอาไซส์ใหญ่ขนาดไหน? “นี่ถ้าพี่เค้าไม่อั้นนี่ยัดเลยค่ะ 1,200 ซีซี (หัวเราะ) คือหนูกะว่าเอาไม่ใหญ่มาก ไม่เล็กมาก พอดีตัวค่ะ แต่ขอให้มีขึ้นมาปกติ คือตอนนี้ที่มีอยู่มันยังไม่เต็มคัพเอเลยค่ะ ยังน้อยอยู่ เราอยากให้มีขึ้นมาสัก บีบวก ซีบวก ให้มันพอดีตัวค่ะ

ส่วนหน้าอยากทำจมูกค่ะ อยากให้มันปังกว่านี้ ปรึกษากับทาง BSK แล้วทำได้ค่ะ อย่างหน้าอกนี่หนูก็กลัวเนอะ อย่างเคยดูในคลิป เค้าบอกว่ามันเจ็บมาก เหมือนรถสิบล้อทับเลยนะ แต่พี่เค้าบอกว่า ที่เกาหลีเนี่ยที่ทาง BSK พาไป คือชิลมากค่ะ วันที่ 4 ก็ไม่เจ็บแล้วค่ะ เครื่องมือทางการแพทย์ก็ไม่เหมือนกันแล้วค่ะ หมอไทยที่เก่งๆ ก็มีนะคะ แต่นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งถ้าไม่อยากเจ็บ”

หลังทำเสร็จ พอดูมขึ้นมา กะเปลี่ยนลุคขายอะไรใหม่ๆ ไหม? “ก็คือเรากะเปลี่ยนลุคอยู่แล้ว เพราะภาพที่เห็นมันจะแบ๊วๆ ใสๆ พอเราเปลี่ยน เรามีหน้าอก ก็จะช่วยให้ดูสาวขึ้นมา” มีโปรเจกต์หลังทำไหม? “ถ้ามีผู้ใหญ่ยื่นโอกาสให้ก็จะทำค่ะ”

ถ้ายังไม่มีคนหยิบยื่นโอกาสให้ เรากะจะเปิดเองเลยไหม? “ถ่ายเองเลยเหรอ อ๋อ ถ้าไปเที่ยวก็ถ่ายอยู่แล้ว ของมันมีมันก็ต้องโชว์ค่ะพี่ ทุกวันนี้ที่ไปเที่ยวแล้วไม่ถ่ายโชว์เพราะว่าอะไร เพราะมันไม่มีไง เวลาหนูจะถ่ายลง หนูจะบอกแม่ แม่บอกอย่าถ่ายเลย สงสารเค้า”

อ๋อ เราจะบอกแม่ขออนุญาตก่อนเหรอ? “ก็มี คือที่บ้านเค้าจะหวงนิดนึงเวลาถ่ายรูป คือประเด็นอะเค้ากลัวว่า มันไม่มี จะโชว์ทำไม มันไม่สวย มันจะเป็นแบบนั้นมากกว่า ถ้าสมมติมีแล้วเค้าไม่ว่า”

ถ้าเราทำนมมา เราจะยอมรับไหมว่าเราทำ? “ก็ต้องยอมรับ ก็ต้องบอกค่ะ ว่าเราทำมา เพราะหน้ากับหลังมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แล้วอาจจะมีรูปเซ็กซี่ของหนูมาให้เห็นมากขึ้น เพราะปกติเป็นคนไม่ลงรูปเซ็กซี่เลย ต่อไปจะได้เห็น เพราะเรามั่นใจ ที่เราไม่ลงเพราะเราไม่มั่นใจ มันดันเอา แล้วมันดูไม่สวย แต่ถ้าเรามีแล้วเราก็กล้าที่จะโชว์ค่ะ”

แล้วในส่วนใบหน้าจะโมใหม่ไหม? “อันนี้ต้องรอถามหมอค่ะ เพราะว่ากลัวจะไม่ไหว แต่ใจหนูอยากไป แล้วทำรอบเดียวเลย คือกลับมาแล้วพี่ๆงงเลย ว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่แน่ๆ”

การไลฟ์สดขายตุ๊กตามือสองเราได้เงินมากน้อยแค่ไหน? “ประมาณ 4-5 หมื่นต่อวัน เรานั่งไลฟ์สดประมาณ 4 ชม. กว่าจะขายหมด คือวันหนึ่งของเราจะวางเต็มที่นอนเลยนะ แล้วก็ขายหมดทุกวัน

จริงๆ บางวันก็ขายไม่หมดนะ แต่มีลูกค้าขอดูเรื่อยๆ หนูก็เพิ่งรู้ว่า คือจริงๆ คนชอบตุ๊กตาเยอะมาก แต่คืออย่างตุ๊กตามันจะต่างกัน ของไทยของญี่ปุ่น ผลิตที่ประเทศไหนมันจะต่างกัน ใยนุ่นหรือผลิตที่ประเทศไหนมันจะต่างกันหมดเลย”.