บริการข่าวไทยรัฐ

นักจิตวิทยากรมราชทัณฑ์ ชำแหละแก๊งเปรี้ยวฆ่าหั่นศพ โรคจิต หรือ ชั่ววูบ?

ยังคงถูกสื่อและสังคมไทยจับตามองอย่างไม่ลดละกับ “แก๊งสวยประหาร” ประกอบด้วย น.ส. ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม สาวคาราโอเกะ และได้ทำแผนประกอบรับคำสารภาพแล้วเมื่อวันจันทร์ 5 มิ.ย. 60 ที่ จ.ขอนแก่น

แม้จับตัวทั้งแก๊งได้ครบ 5 คนแล้ว แต่ยังมีกระแสในโลกโซเชียลว่าการกระทำที่อำมหิตครั้งนี้ ถือว่าเป็นโรคจิตหรือไม่

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง น.ส.พรพรรณ ศิลปวัฒนาพร นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ หัวหน้าศูนย์สุขภาพจิต กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์ ซึ่งคร่ำหวอดคลุกคลีกับผู้ต้องขังในคดีต่างๆ อย่างโชกโชนเป็นเวลา 10 กว่าปี ให้ความเห็นกับกรณีของ “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” แก๊งฆ่าหั่นศพว่ายังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นโรคจิตหรือไม่

เพราะยังไม่เคยคุยกับทั้ง 3 และพวกเขายังไม่เคยถูกส่งตัวไปตรวจกับแพทย์วินิจฉัย แต่ดูจากการพูดโต้ตอบของทั้ง 3 ตอนสอบปากคำ หรือทำแผน พูดปกติ ชัดถ้อยชัดคำ ก็ต้องตรวจสอบกับแพทย์อีกครั้ง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นโรคจิตหรือไม่ ส่วนมูลเหตุการกระทำผิดนั้น เกิดจากหลายกรณี เช่น อารมณ์ชั่ววูบ ได้เหมือนกัน

พร้อมเผยว่าในเรือนจำขอนแก่นมีนักจิตวิทยาคลินิกอยู่แล้วที่คอยให้คำแนะนำ ดูแลผู้ต้องขังปกติที่เข้าใหม่ทุกราย โดยต้องถูกตรวจประเมินสภาวะสุขภาพจิตด้วยแบบประเมินภาวะสุขภาพจิตสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำไทย ซึ่งมีทั้งหมด 24 ข้อ เป็นคำถามในเชิงจิตวิทยา ถ้าอ่านออกเขียนได้ก็ให้กรอกตอบคำถามเอง ถ้าอ่านเขียนไม่ได้ก็จะมีเจ้าหน้าที่สอบถาม หากได้คะแนนเกินเกณฑ์ที่กำหนด 29 คะแนนขึ้นไปถือว่ามีปัญหาสุขภาพจิต

อีกทั้งยืนยันหนักแน่นว่า นักโทษทุกคนไม่ว่าจะยากดี มีจน มีหน้าตาในสังคมดังแค่ไหนก็ต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกันหมด ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกคน ผู้ต้องขังเข้าใหม่จะได้รับการดูแล เฝ้าระวังในเรื่องการทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายเพื่อนผู้ต้องหาคนอื่น

ทางด้านปัญหาหลักๆ ของผู้ต้องขังแรกเข้า คือ เครียด นอนไม่หลับ วิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องคดี เรื่องครอบครัว เรื่องทางบ้าน อาการที่แสดงว่าเครียดแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางกรณีเก็บตัวเงียบๆ คนเดียว ไม่คุย ไม่สุงสิงกับใคร บางคนก็แสดงความก้าวร้าวออกมา

กับคดีของแก๊งเปรี้ยวเป็นที่สนใจและจับตาของสังคม พวกเขาจะรู้สึกกดดันมากเป็นพิเศษ วิธีแก้เครียด คือ ต้องยอมรับสภาพ และใช้ชีวิตให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากในเรือนจำไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่ข้างนอก และต้องทำตามกฎระเบียบ

ในกรณีผู้ต้องขังเป็นคนที่มีฐานะหน้าตาทางสังคม ขบวนการในการปรับตัว หรือการยอมรับความจริงว่าเป็นนักโทษหรือผู้ต้องขังก็อาจต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่สามารถบอกได้ชัดว่าใช้เวลานานแค่ไหนกี่วัน ซึ่งบางคนต้องใช้เวลาในการต่อสู้คดีนานกว่าอีกคนหนึ่ง

หลังจากเย็นวันจันทร์หลังทำแผนเสร็จ ทางเรือนจำขอนแก่นได้รับตัวทั้ง 3 ซึ่งทำตามระเบียบปกติของเรือนจำอย่างเคร่งครัด โดยตรวจค้นหาสิ่งของตามร่างกายที่อาจซุกซ่อนไว้ จากนั้นตรวจสุขภาพและซักประวัติเพื่อทำทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง

ซึ่งผลการตรวจสุขภาพ นายวีรชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น ยืนยันว่าผลตรวจสุขภาพจิตของทั้ง 3 นักจิตวิทยาของเรือนจำรายงานมาว่าปกติ ไม่น่ามีปัญหาอะไรทั้ง 3 คน และวันนี้ได้ทำหนังสือถึง รพ. เพื่อให้ทางจิตแพทย์ และทีมงาน รพ.มาตรวจสุขภาพจิตและตรวจสอบตามเอกสารสุขภาพจิตของทั้ง 3 อีกครั้ง