บริการข่าวไทยรัฐ

สูญ 15 ล้าน! เหยื่อร้อง ปอศ. แจ้งจับแอดมินเพจขายแบรนด์เนม หลอกลงทุน

แห่แจ้งจับแอดมินสาวเพจขายกระเป๋าแบรนด์เนม ชวนเหยื่อร่วมลงทุนผ่านเฟซบุ๊ก แรกๆ จ่ายดอกเบี้ยงาม สุดท้ายหายเงียบไม่ได้ทั้งต้นและดอกเบี้ย เสียหายประมาณ 15 ล้านบาท ขณะตำรวจเตรียมออกหมายเรียกเจ้าตัวมาให้ปากคำ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 มิ.ย.60 ที่ บก.ปอศ. น.ส.วรกานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว และผู้เสียหายรวม 18 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 บก.ปอศ.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับ น.ส.เอมมี่ (น.ส.กฤตสุดา กัลยาดำรงกุล อายุ 37 ปี) และพวกรวม 3 คน ภายหลังหลอกให้ร่วมลงทุนเงินออม โดยจะได้รับดอกเบี้ย 10 % ของเงินต้นทุกเดือน แต่เมื่อลงทุนแล้วกลับไม่เป็นไปตามคำกล่าวอ้าง มูลค่าเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท

น.ส.วรกานต์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ตนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมจากเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ coach shop by emmy มี น.ส.เอมมี่ เป็นแอดมินเพจ สามารถจัดส่งกระเป๋าและสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศในราคาถูก เนื่องจากอาศัยและแต่งงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยติดต่อซื้อขายกันมาประมาณ 5 ปี ได้รับสินค้าตรงตามสั่ง จึงเกิดความน่าเชื่อถือ กระทั่งเมื่อช่วงเดือน ก.ย. น.ส.เอมมี่ ประกาศจะขยายธุรกิจแบรนด์เนม จึงเชิญชวนกลุ่มลูกค้าที่ซื้อขายของในเพจดังกล่าวมาร่วมลงทุน โดยจะให้ผลกำไรเป็นดอกเบี้ย 10% ของเงินต้นต่อเดือน จากนั้น น.ส.เอมมี่ สร้างกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “สวยและรวยมาก” ชี้แจงรายละเอียดการออม จนมีผู้สนใจ จำนวน 43 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มแม่บ้าน ร่วมลงทุนตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ส่วนตนลงทุนไปประมาณ 1 แสนบาท จากนั้นจึงตั้งอีกกลุ่มขึ้นมาในชื่อ “ดอก 10%” เพื่อเป็นช่องทางติดต่อกับสมาชิกและแจ้งยอดการโอนเงิน ช่วงแรกสมาชิกได้รับเงินดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ทุกเดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.เอมมี่ ประกาศยุติการให้ดอกเบี้ยและจะทยอยคืนเงินต้นครั้งละ 10% ให้ ตอนแรกมีสมาชิกในกลุ่มบางคนรับเงินต้นคืน จนวันที่ 13 พ.ค. ไม่มีใครได้เงินต้นคืนอีก สมาชิกจึงติดต่อไป แต่ติดต่อได้แค่ผ่านเฟซบุ๊กเท่านั้น เพราะไม่มีใครเคยพบหรือติดต่อทางโทรศัพท์ โดย น.ส.เอมมี่ มีการมาตอบข้อความในเฟซบุ๊กเป็นบางครั้ง ให้เหตุผลว่ากำลังหาเงินต้นมาจ่ายให้สมาชิกอยู่ วันนี้จึงรวมตัวสมาชิกมาที่ บก.ปอศ.

ด้าน พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ เปิดเผยว่า คดีนี้มีมูลค่าเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทยอยสอบปากคำผู้เสียหายให้ครบทั้ง 43 คน คาดว่าจะเสร็จประมาณ 7 วัน เนื่องจากเป็นคดีที่ไม่มีความซับซ้อน เท่าที่ทราบขณะนี้ น.ส.เอมมี่ มีผู้ดูแลบัญชี ทำหน้าที่รับโอนจากสมาชิกและจ่ายผลกำไร 2 คน ที่พักอยู่ในประเทศไทย โดยหลังจากนี้ จะประสาน สตม.ให้ตรวจสอบว่า น.ส.เอมมี่ พักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจริงหรือไม่ และผู้ดูแลบัญชีทั้งสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องคดีหรือไม่ อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หากรวบรวมหลักฐานแล้วมีการกระทำผิดจริง ก็จะออกหมายเรียกให้ น.ส.เอมมี่ และพวกให้มาสอบปากคำหาข้อเท็จจริงต่อไป.