วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เบนซ์' ปฏิเสธร่วมฆ่าหั่นแอ๋ม ช่วงเกิดเหตุอยู่ กทม. ตร.เผยผลสรุปคดี

รอง ผบช.ภ.4 เผย 11 วัน จับทีมฆ่าหั่นศพ 'แอ๋ม' ได้ครบทุกคน ย้ำสาเหตุ 'เปรี้ยว' แค้นส่วนตัว โยงยาเสพติดบางคน ฐานะผู้เสพ ขณะที่ 'เบนซ์' ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องฆ่าหั่นศพ ยันช่วงเกิดเหตุอยู่กรุงเทพฯ เร่งสรุปสำนวน เชื่อทันส่งฟ้อง ...

วันที่ 6 มิถุนายน 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย ผลสรุปคดีฆ่าหั่นศพ นางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม จาก พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ว่า คดีนี้เริ่มจากการที่ชาวบ้าน ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ไปพบสังกะสี ปิดหลุมฝังศพผู้ตาย ในที่เกิดเหตุ ก่อนจะพบอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเชือกไนลอน ถุงพลาสติก ซองใส่เลื่อย ผ้าขนหนูเปื้อนเลือด ฯลฯ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่วันที่พบศพ คือวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา

ในทางการสืบสวน ทราบว่าคนตายคือ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม อายุ 22 ปี ซึ่งทราบว่า ทำงานในสถานบันเทิงในเมืองขอนแก่น จึงสืบสวนที่มาที่ไปของคนตาย เพื่อหาสาเหตุการถูกฆ่า รวมทั้งการสอบสวนสืบสวนจากคนใกล้ชิด กระทั่งทราบว่า น.ส.วริศรา มีปัญหากับ น.ส.เปรี้ยว ถึงขั้นไม่มองหน้ากัน ทำงานที่เดียวกันไม่ได้ จน น.ส.วริศรา ต้องหนีจากขอนแก่น ไปอยู่กับญาติที่จังหวัดชัยนาท และแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ

ทางการสืบสวนยังทราบว่า น.ส.วริศรา เดินทางจากบ้านเช่าในกรุงเทพฯ มาหาเพื่อนในเมืองขอนแก่น และกลับมาทำงานในสถานบันเทิงที่เดิม ก็มีปัญหากับ น.ส.เปรี้ยว อีกเช่นเดิม บางครั้งต้องหลบซ่อนตัวตามหอพักเพื่อน กระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 23 พ.ค. มีคนเห็น น.ส.วริศรา ขึ้นรถยนต์ ฮอนด้าซีอาร์วี ทะเบียน กรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเหล่านาดี ตัดกับถนนหน้าเมือง หรือแยกคเณศวร เมืองขอนแก่น ช่วงเวลาประมาณตี 3 กว่าๆ ซึ่งจุดนี้ กล้องวงจรปิดของร้านค้าบันทึกภาพไว้ได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สืบจนรู้ว่ารถคันนี้เป็นรถที่เช่ามาจากร้านในเมืองขอนแก่น เมื่อตรวจสอบการเช่ารถ พบว่า คนเช่าคือ น.ส.เปรี้ยว เช่าไปตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. จะต้องส่งรถคืนวันที่ 22 พ.ค. แต่ น.ส.เปรี้ยวขอเช่าต่อ และนำรถมาส่งคืนช่วงเย็นวันที่ 23 พ.ค.

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสอบสวนอายัดรถคันดังกล่าวส่งให้ ศพฐ.4 ตรวจหาสิ่งของหรือวัตถุ ที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของ น.ส.วริศรา ในรถก็พบคราบปูนซีเมนต์ เสื้อยืดมีคราบเลือดซุกในที่เก็บยางอะไหล่ เศษเนื้อเล็กๆ บริเวณที่วางของหลังรถ ทุกอย่างต้องผ่านการตรวจพิสูจน์ว่า ตรงกับวัสดุที่ใช้ฆ่าผู้ตายที่เก็บจากจุดฝังศพหรือไม่ ซึ่งการพิสูจน์ในหลักฐานบางชิ้นต้องใช้เวลาสักระยะ

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า เมื่อทางการสืบสวน และสอบสวน ได้หลักฐานที่ชัดเจน รวมทั้งพยานที่ให้เบาะแสว่า น.ส.เปรี้ยว น่าจะเกี่ยวข้องกับการฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา อีกทั้ง น.ส.เปรี้ยว กับเพื่อนสนิท หายตัวไปจากขอนแก่น ไม่ไปทำงาน จึงได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับรวม 5 คน เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ในข้อหาเดียวกันคือข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝัง ซ่อนเร้นหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์หรือรับของโจร

ระยะเวลาการทำงานตั้งแต่วันที่พบศพ จนถึงการจับกุมผู้ต้องหา 5 คน เป็นระยะเวลา 11 วัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็ทำหน้าที่ตัวเองในการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาตามที่ต่างๆ ส่วนการสอบสวนก็สอบสวนครบทั้ง 5 คน มีเพียง น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ที่ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องในการลงมือฆ่า หรือเตรียมการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเบนซ์ อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วผู้ต้องหา 4 คนไปหาเบนซ์เท่านั้น การลงมือต่างๆ จึงมีเพียง นายวศิน น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น น.ส.แจ้ ที่ร่วมกัน ทั้งการซื้อวัสดุ การลงมือหั่น การฝัง การทิ้งของกลาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวน ได้ทำการสอบสวนแล้ว

ทั้งนี้ การสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้แยกสอบ ซึ่งก็จะทราบละเอียดว่าใครทำอะไรบ้าง ใครลงมือฆ่า ใครซื้อวัสดุชิ้นใด ใครหั่น ใครช่วย ใครฝัง รายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดของกลางได้ครบหมดทุกชิ้นแล้ว ซึ่งสองชิ้นสุดท้ายที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการแยกร่างของ น.ส.แอ๋ม เป็นสองท่อน คือเลื่อยธนู และมีดอีโต้ ที่ใช้หั่นศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสวนกวาง งมเจอในหนองน้ำข้างทาง ที่ใช้สัญจรระหว่างบ้านหนองหารจาง ต.น้ำพอง ไปบ้านคำบง ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เขตติดต่อกับ อ.เขาสวนกวางพื้นที่ที่ฝังศพ

สรุปว่า ในคดีนี้เกิดจากความแค้นส่วนตัว ระหว่างคนตายกับ น.ส.เปรี้ยว ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีความแค้นหรือโกรธเคือง แต่ช่วยเปรี้ยวในฐานะเพื่อนสนิทกัน ส่วนการพัวพันยาเสพติดนั้น ผู้ต้องหาบางคนเป็นเพียงผู้เสพ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ถึงแม้ไม่มีคดีฆ่าหั่นศพ เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่สืบสวนจับกุมในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ก็ทำหน้าที่ตัวเองมาโดยตลอด ใครเสพก็คุมตัวส่งเข้าบำบัด ใครค้า ใครขายก็นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนทางการเงินของผู้ต้องหาแต่ละคนนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็มีการตรวจสอบอยู่เช่นกัน

ขณะที่ เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการทำสำนวนในคดีฆ่าหั่นศพแอ๋ม จาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ทราบว่า การทำสำนวนการสอบสวน คดีฆ่าหั่นศพแอ๋มนั้น การจับกุม ได้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา 4 คน คือ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น น.ส.แจ้ และนายวศิน มีเพียง น.ส.เบนซ์ ให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา เพราะขณะเกิดเหตุทำงานอยู่ที่ กทม. ขณะนี้ผู้ต้องหาหญิง ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น ส่วนผู้ต้องหาชาย ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วนหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในคดี ตอนนี้ได้มาครบแล้ว ส่วนการสอบสวนนั้น เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ เจ้าหน้าที่ต้องทำสำนวนให้รอบคอบ ทั้งผลตรวจพิสูจน์ต่างๆ ต้องมีผลการตรวจที่ละเอียด การทำสำนวนก็ต้องรอบคอบ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวน มีอำนาจในการทำเรื่องฝากขังได้ทั้งหมด 7 ครั้งๆ ละ 12 วัน ซึ่งเท่ากับว่า พนักงานสอบสวนมีเวลาในการทำสำนวน 84 วัน ฉะนั้นในระยะเวลาดังกล่าว จะต้องทำสำนวนให้รัดกุม ชัดเจน ส่วนจะแล้วเสร็จเมื่อใด พร้อมส่งสำนวนเมื่อใดนั้น ตอบไม่ได้ แต่ยืนยันว่าทำกันอย่างรอบคอบและต้องให้แล้วเสร็จตามวันเวลาดังกล่าว และในช่วงฝากขัง หากจะสอบสวนเพิ่มเติม ก็ประสานทางเรือนจำขอนแก่นและทันฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เข้าไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป.