วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเซลไม่ต้องอ่าน! เรื่องของหัวเทียนที่ทำให้คุณเวียนหัว

หัวเทียนทำหน้าที่หลักในการจุดระเบิดจากอัตราส่วนของน้ำมันและอากาศที่ถูกส่งเข้าไปในห้องเผาไหม้ในเครื่องยนต์เบนซิน ส่วนปลายสุดของหัวเทียนจึงต้องโผล่เข้าไปในห้องเผาไหม้ เพื่อเป็นตัวจุดระเบิดทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ตามปกติ ตำแหน่งที่ติดตั้งหัวเทียนอยู่ที่ฝาสูบ เครื่องยนต์บางรุ่นโดยเฉพาะเครื่องยนต์รุ่นใหม่มักมีแผ่นปิดครอบทับหัวเทียนทำให้หายาก จึงเป็นหน้าที่ของช่างในการบำรุงรักษาตรวจสอบหรือเปลี่ยนหัวเทียนเมื่อมันหมดอายุการใช้งาน 

อายุการใช้งานของหัวเทียนประมาณ 20,000-30,000 กิโลเมตร ปัจจุบัน รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทั่วไปจะใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ในการลำเลียงเชื้อเพลิงเบนซินเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทำให้อายุการใช้งานของหัวเทียนยาวนานขึ้นมาก ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานเกิน 40,000 กิโลเมตรขึ้นไปทั้งนั้น หัวเทียนบางชนิดเป็นแบบพิเศษแต่ดันมีอายุการใช้งานสั้นจู๋แค่ 10,000 กิโลเมตรเท่านั้น 

การใช้งานหัวเทียนนั้นคุณสามารถเทียบเบอร์หัวเทียนที่มีราคาถูก โดยนำมาใช้ได้แบบประหยัดเงินค่าดูแลรักษา แต่อายุการใช้งานของหัวเทียนในลักษณะเทียบเบอร์ก็จะหดสั้นลงตามราคาค่าตัวที่ถูกกว่า (เล็กน้อย) ควรสังเกตเบอร์ของหัวเทียนจากสมุดคู่มือประจำรถที่มักจะถูกเก็บอยู่ในช่องเก็บของโดยไม่เคยหยิบออกมาอ่านซะมากกว่า! 

รถยนต์ที่ขับใช้งานในเมืองเป็นหลักมักใช้หัวเทียนแบบร้อน หรือสูงกว่าเบอร์ที่กำหนดในคู่มือ 1 เบอร์ เพื่อทำให้การเผาไหม้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์สันดาปจุดระเบิดได้ตามปกติ ลดอาการหัวเทียนบอด ส่วนท่านที่ชอบลากรอบวิ่งทางไกลยาวๆ ทุกวี่วัน ก็ต้องหาหัวเทียนเย็นโดยลดเบอร์หัวเทียนลง 1 เบอร์ เท่านั้นก็จะได้หัวเทียนเย็นสำหรับการลากทางไกลยาวๆ เป็นประจำ

อาการเสื่อมสภาพของหัวเทียนมักเกิดขึ้นจากการกัดกร่อนของน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงความร้อนที่เกิดขึ้นจากการจุดระเบิดอย่างต่อเนื่อง เขม่าของน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องที่พอกเกาะอยู่ตรงปลายหัวเทียนทำให้หัวเทียนทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ คุณภาพของเชื้อเพลิงกับสารหล่อลื่นในเครื่องยนต์ (น้ำมันเครื่อง) หากเลือกใช้ของดีมีคุณภาพก็จะช่วยยืดอายุหัวเทียนให้ยาวนานยิ่งขึ้น  

อุณหภูมิในห้องเผาไหม้ที่สูงถึง 600 องศาเซลเซียสทำให้เกิดซัลเฟอร์ที่เกิดขึ้นจากการเลือกใช้เชื้อเพลิงเบนซินไม่มีคุณภาพ หรือใช้น้ำมันเครื่องเกรดต่ำเป็นประจำ ทำให้เกิดคราบสกปรกหรือซัลเฟอร์เพิ่มสูงขึ้น

ส่วนการเกิดออกไซด์ ที่อุณหภูมิสูง 800-1,000 องศาเซลเซียส อัตราส่วนของเชื้อเพลิงที่มากเกินไป (หนา) ทำให้การเผาไหม้ขาดประสิทธิภาพที่ดี สารเคมีที่เกิดขึ้นจากความร้อนจะเกาะติดแกนฉนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดนเฉพาะการขับใช้งานในเขตที่มีรถติดทุกวัน ใช้รถวิ่งที่ความเร็วต่ำ หยุดๆ จอดๆ ไหลไปได้นิดเดียวก็ต้องหยุดรอ แม้จะเอาไปลากให้รอบเครื่องสูงขึ้นในบางครั้ง หรือนำรถออกไปวิ่งทางไกลก็ไม่สามารถขจัดคราบที่เกาะอยู่ตรงแกนของหัวเทียนออกได้ทั้งหมด คราบสกปรกที่เกาะแน่นกลายเป็นตัวการทำให้หัวเทียนทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลไปถึงการจุดระเบิดเกิดอาการสะดุดหรือดับกลางอากาศไปเลยก็มี

ค่าความร้อนของหัวเทียนก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ ควรเลือกหัวเทียนให้ตรงกับเบอร์ที่กำหนดไว้ในคู่มือประจำรถ ส่วนชนิดของหัวเทียนก็มีให้เลือกใช้ทั้งแบบเย็นและแบบร้อน

หัวเทียนร้อน 
มีปลายฉนวนที่ยาวกว่าหัวเทียนเย็น วัสดุพวก Electrode ทำให้การถ่ายเทความร้อนไปยังระบบระบายความร้อนที่ฝาสูบทำได้ช้า เกิดความร้อนสะสมแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้และมีเขม่าน้อย 

หัวเทียนเย็น
มีปลายฉนวนที่สั้นกว่าหัวเทียนร้อน สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าหัวเทียนร้อนทำให้ตัวหัวเทียนไม่เกิดการสะสมความร้อน มักใช้กับเครื่องยนต์ที่มีรอบจัดจ้าน มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง หรือต้องการใช้งานเครื่องยนต์ในระยะเวลานานๆ แบบวิ่งยาวทั้งวันเพื่อไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมในหัวเทียนมากจนเกินไป

การใส่หัวเทียนเป็นหน้าที่ของช่างในอู่หรือศูนย์บริการมากกว่าเจ้าของรถจะลงมือเองเนื่องจากมีเครื่องไม้เครื่องมือในการถอดและใส่หัวเทียนรวมถึงระยะของการขันหัวเทียนกับรูบนฝาสูบอีกด้วย การใส่ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ หากไม่ระวังอาจทำให้เกลียวในหัวเทียนเกิดความเสียหายตามมา ควรถอดหัวเทียนตอนที่อุณหภูมิของเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ไม่ควรถอดตอนร้อนๆ เพราะจะถอดได้ยาก ช่างเขี้ยวๆ บางคนจะทาสารหล่อลื่นลงไปบนเกลียวของหัวเทียนเพื่อการใส่ที่ง่ายดายขึ้น ควรทำความสะอาดช่องใส่หัวเทียนก่อนทุกครั้งที่จะลงมือเปลี่ยนของใหม่.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail  chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/