บริการข่าวไทยรัฐ

"เปรี้ยว" สั่นโซเชียล ไทยมุงแบบไทยๆ

“เสียดายภาษีชาวบ้าน เสียดาย น้ำมันเครื่องบินเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ พื้นที่ข่าวกับผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพที่ก่อปัญหาให้กับสังคม...เยอะ...เว่อร์...อลังการ” @Peter Teerasak Areeyaorachun

เสียงนี้อยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชน ที่ติดตามมาด้วยมุมมองของเพื่อนร่วมแสดงความคิดเห็นที่ว่า ข้องใจ...ตรงที่ไม่ใส่กุญแจมือ นั่งกินรับรองอย่างดี ดูดบุหรี่ กินของว่าง นอนพื้น ไม่นอนห้องขัง...อ้อลืมไป...เห็นมาส์กหน้าอีก แต่งหน้าด้วย เฮ้ออ...งงจัง

คดีอุกฉกรรจ์ ทำไมไม่มีเครื่องพันธนาการใดๆเลย?

ถ้อยแถลงจาก พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า เชื่อว่าเขาจะไม่หลบหนีและก็อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจและก็มีความคิดที่จะมอบตัว

@Thunya Sarasit บางทีก็สงสัยนะว่ามีสักกี่คนที่เคยเห็นตำรวจนั่งสอบปากคำผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์จริงๆ เห็นว่าอย่างโน้นอย่างนี้ไม่เหมาะสม ไม่ใส่กุญแจมือ ไม่ดูเกรงขาม...ต้องให้ผู้ต้องหาใส่กุญแจมือนั่งคุกเข่ากับพื้นไหมครัช

“การคุยกับผู้ต้องหาบางทีมันก็ซื้อใจกัน นั่งคุยกันเหมือนเพื่อนนี่แหละ จะได้ไม่เกร็ง คุยกันแบบหมดเปลือกเปลือยใจ จบคดีกันไป อยากได้อะไรก็ขอมา ตำรวจจัดให้ได้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง หรือคิดว่าอยากได้ความจริงจากผู้ต้องหา ต้องตบโต๊ะ ต้องซ้อมถึงจะเหมาะ ในเมื่อคุยกันดีๆได้ ทำแบบนี้ช่วยลดความเครียดให้ผู้ต้องหาด้วย เคยเห็นข่าวนี่นาผู้ต้องหาหลายคนเครียดจนฆ่าตัวตาย...ถ้าเป็นแบบนั้นใครโดนด่าอีก”

เขาฆ่าคนตาย ใช่...ผิด แต่คนผิดไม่ได้แปลว่า ไม่ควรจะได้รับสิทธิ์การดูแลขั้นพื้นฐาน นอนก็นอนคุก กินข้าวก็ข้าวกล่อง เครื่องสำอางก็ของเขาป่ะ และมันก็ทำได้แค่ตอนควบคุมตัวเท่านั้น ส่งศาลก็เข้าสู่ระบบแล้ว

“ถ้าจะบอกว่า ผู้ต้องหาคนอื่นไม่ได้สิทธิ์ขนาดนี้ รู้ได้ไงว่าพวกเขาไม่ได้สิทธิ์แบบนี้ หรือแค่สื่อไม่ได้ถ่ายมา อย่าดูละครมากไป อยู่กับความจริงด้วย ปล.แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ไปถ่ายเซลฟี่กับผู้ต้องหา”

สุ้มเสียง มุมมองทรรศนะส่วนตัวมากมายผุดขึ้นมาผ่านหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว “สกู๊ปหน้า 1” ขออนุญาตนำเสนอเกาะกระแสเคล้าบรรยากาศ @Chart Kobjitti “ดูข่าว ดูคน”...สี่ห้าวันมานี้คงไม่มีข่าวไหนดังทั่วประเทศเท่ากับคดีหั่นศพ เมื่อคืนมีการจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรได้ นำตัวจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกลับมาประเทศไทย มีคนไปเฝ้าดูหน้าที่คุมขังเพื่อดูหน้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นร้อยๆคน ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตน

อันนี้เข้าใจได้เพราะเป็นข่าวดัง แล้วคนบ้านเราที่ไม่มีงานทำและมีนิสัยสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นนั้นมีจำนวนมาก

วันนี้ตอนสิบเอ็ดโมง นั่งกินข้าวเช้าอยู่ในครัว ดูข่าวทีวี มีการถ่ายทอดสดข่าวนี้เป็นชั่วโมง มีผู้สื่อข่าวรายงานตลอด เฝ้าอยู่หน้าสถานที่ที่ควบคุมตัวผู้ที่ถูกกล่าวหา เพื่อรอส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ นั่งดูไปกินข้าวไม่อร่อย นึกไปถึงเรื่องดีๆไม่เคยเห็นถ่ายทอดสดได้นานขนาดนี้แต่นี่เป็นเรื่องของความรุนแรง ความเหี้ยมโหด ข่าวทีวีกลับให้ความสนใจกันขนาด...สู้อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนมาเฝ้าคอยตัดรายงานสดเข้าทางสถานีอันนี้ไม่เข้าใจ

มีนายแพทย์ทางจิต มีผู้รู้ ออกมาวิเคราะห์อาการทางจิตของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีอาการทางจิต...ภาพที่วิจารณ์กันว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนรักสวยรักงาม ก่อนนอนยังต้องดูแลหน้าทาแป้ง เห็นหน้าตาชัดเจน

นี่เขาเป็นเพียง “ผู้ถูกกล่าวหา” เท่านั้น ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่ากระทำความผิด เราควรจะเอาเขามาประจานกันถึงขนาดนี้ไหม ถึงตกเป็นผู้ต้องหาแล้วเราก็ควรจะให้เกียรติในส่วนสิทธิส่วนบุคคลของเขา ควรจะคาดหน้าคาดตาเขาบ้าง....ไม่ทราบอะไรมากนัก ดูข่าวเผินๆมีอะไรสะดุดใจก็นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังตามประสา

“ในกรณีนี้ที่มีจิตแพทย์ออกมาวิเคราะห์ว่า ผู้ถูกกล่าวหานั้นมีอาการป่วยทางจิต จะจริงหรือไม่จริงผมไม่รู้ รู้แต่ว่าข่าวนี้มีผู้ป่วยทางจิตหลายคนเข้ามาเกี่ยวพัน ดูได้จากภาพนอนทาหน้าที่กล่าวไปแล้วข้างต้นเป็นตัวอย่าง คนไม่ป่วยจริง ทำไม่ได้หรอกครับ”

@สุวรรณา บุญกล่ำ หนึ่งชั่วโมงที่ต้องดูข่าวข่าวเดียว เปรี้ยว เอิร์น แจ้ และคำถาม คำตอบของ ผบ.ตร.ที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เราเข้าใจ (เอาเอง) ว่าเป็นคดีที่คนดูต้องสนใจมาก และคิดว่ามีตัวชี้วัดคือลูกสาววัย 21 ปี และลูกชายวัย 19 ปี

ปรากฏว่า...มันไม่จริงเสมอไป

พวกเขาไม่อยากได้ยินคำว่า “ฆ่าหั่นศพ” ซ้ำไปซ้ำมา ไม่อยากรับรู้ว่าหั่นกี่ท่อน ฝังศพยังไง ไม่อยากรู้อะไรมากไปกว่าผู้ต้องหาถูกจับกุมได้แล้วและจะถูกลงโทษอย่างไร

เรามาสะดุดข้อมูลหนึ่งที่ข่าวช่องหนึ่งอ้างคำพูดของแม่เปรี้ยว... “คิดว่าลูกเป็นแบบนี้เพราะเห็นพ่อตบตีแม่ตั้งแต่ยังเด็ก” หะ... “ไม่ใช่ละๆ ถ้างั้นทุกครอบครัวที่มีปัญหาแบบนี้ก็อ้างทำความรุนแรงได้สิ ฟังไม่ขึ้น” เธอสวนทันควัน #เลิกติดตามข่าวนี้

เสียงสะท้อนตามมาสอดคล้อง ดูข่าวนี้แล้วจิตตก...มาคู่กับข่าวสามเณรที่นครฯ ต้องลึกไปถึงต้นตอของปัญหา ความอยากมี อยากได้เงินโดยไม่ต้องทำงานสุจริต ทำอะไรง่ายๆ “วัตถุนิยม”

สรุป...ดูข่าว เด็กล้างส้วมหาเงินแลกข้าว ดูแลพ่อแม่...ส่งเสียตัวเองเรียนดีกว่า

@Warat Karujit หนึ่งในจรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดของสื่อมวลชนคือการยึดถือ “ประโยชน์ของสาธารณะ (public interest)” เหนือสิ่งอื่นใด เพราะฉะนั้นคำถามของผมคือ ผู้ที่เรียกตัวเองว่ามีวิชาชีพ “สื่อมวลชน” ได้ให้ประโยชน์อะไรต่อสาธารณะในการนำเสนอข่าวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพเป็นเวลานานหลายวันบ้าง

นอกจากตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องโลกียะและวิธีการหั่นศพ?

ถ้าบอกและยกตัวอย่างที่ทำไปแล้วได้ ผมจะยอมให้คุณทำข่าวนี้ต่อไปเรื่อยๆโดยไม่บ่นเลย

“....ไม่ได้บอกว่าไม่ควรทำข่าวเลย เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ แต่ไหนๆทำแล้วก็ขอเติมประโยชน์ให้กับสาธารณชนบ้าง เท่าที่เห็นคือมีแต่เรื่องดราม่าเอาไมค์จ่อปากคนโน้นคนนี้”

ทำไมไม่พลิกให้เป็นเรื่องมุมอื่นๆบ้าง เช่น การสังเกตและป้องกันความรุนแรง...ทำอย่างไรเมื่อพบว่าบุตรหลานของท่านยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติใกล้ตัวมากกว่าที่คิดอย่างไร หรือแม้กระทั่งเลี้ยงลูกยังไงไม่ให้เป็นฆาตกร ฯลฯ

ปล.ไม่ได้ติดตามใกล้ชิดเพราะเบื่อ...อาจจะไม่เห็นก็ได้

บทสรุปเตือนใจที่ถูกส่งต่อๆกันมาในโลกออกไลน์ ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของความคิด เนื้อหาน่าสนใจ “คดีเปรี้ยว...เป็นผลผลิตของสังคม ของครอบครัว ถ้าเรามองกันว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร คงจะได้สติ...ข้อเตือนใจไปใช้ มากกว่าแค่จะเสพข่าวความรุนแรง กระแสดราม่า”

สังคมไทย ราชการ และพวกเรา จะป้องกันไม่ให้มีเปรี้ยวเกิดขึ้นในสังคมได้อีกอย่างไร?

“สาวบ้านนอกพ่อแม่หาเช้ากินค่ำ มีลูกตั้งแต่อายุน้อยๆ...โตขึ้นมาเสพติดโซเชียล ชอบโชว์ อยากได้อยากมี อยากอวดของดี มีชีวิตหรูหรา อยากสวย ไม่รู้จัก...ไม่ได้ถูกสอนให้เรียนรู้เส้นทางทำมาหากินสุจริต เพราะรู้ว่ามันเหนื่อย ลำบาก จึงปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความจริงว่าที่ลูกมีเงินกินมีใช้ฟู่ฟ่านั้น...ลูกทำงานอะไร?

คดีดัง “เปรี้ยว” สนั่นสั่นโลกโซเชียล ควรสั่นสะท้านสังคมไทยไปด้วย พ่อแม่ครอบครัวต้องใส่ใจดูแลลูกยึดถือการทำมาหากินที่สุจริต อย่ายึดติดวัตถุ ทรัพย์สินเงินทอง ความสวยงามแต่ภายนอก สังคมที่หรูหรา

เป็น “คนดี” ไม่ใช่เพราะมีเงิน หากแต่ดีเพราะดีที่ใจคิดดี ปฏิบัติแต่สิ่งดีๆ.