วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนเส้นทาง Room39 ไม่ได้มีวันนี้เพราะ ทอม คนเดียว โอ-มน ก็สำคัญ

บนเสียงทางสายดนตรี ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าไม่พยายาม กว่าจะมีชื่อเสียงในวันนี้ นักดนตรีและนักร้องทุกคนต่างก็สู้ต่างก็พยายามด้วยกันทั้งนั้น ตลอดจนวิธีการที่ทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงขึ้นมา

ซึ่งในปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว โลกมีการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ด้วยเทคโนโลยี บางสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ก็สามารถเป็นไปได้

อย่างเช่น วงดนตรีหรือนักร้องที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมากตั้งแต่ยังไม่มีผลงานเป็นของตัวเอง ด้วยการคัฟเวอร์เพลงแล้วอัพโหลดลงยูทูบ เลยทำให้เพลงที่เคยคุ้นเคยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ในบ้านเรามีนักร้องที่เกิดจากการคัฟเวอร์เพลงลงยูทูบหลายคน มีทั้งเป็นมืออาชีพและไม่มืออาชีพ แต่น้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จจริงๆ

หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ วงดนตรีที่เรียกตัวว่า Room39 เกิดจากนักดนตรีวง Mosquito Bite ที่เล่นดนตรีในประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย ทอม อิศรา, มน ชุติมน วิจิตรทฤษฎี นักร้องนำ, แว่นใหญ่(โอ) โอฬาร ชูใจ หนุ่มแว่นโต มือกีตาร์ฝีมือฉมัง และเพื่อนๆ อีกหลายคน

ทั้งหมดรวมตัวกันร้องเพลงในร้านอาหารไทย ชื่อว่า เครื่องเทศ ที่แอลเอ เกิดการคิดสนุกๆ อยากทำเพลงเล่นๆ แบบขำๆ ลงยูทูบ เพราะคิดว่า ดนตรีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องอัดเพลง จึงรวมตัวกันในนาม Room39 ณ ห้องเลขที่ 39 ของแว่นใหญ่ ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ใจกลางแอลเอ

คัฟเวอร์เพลงที่ทำกันเองเล่นๆ สนุกๆ แล้วเอาลงยูทูบ โดยใช้กล้องธรรมดาสองตัวถ่ายวิดีโอพร้อมกัน แล้วก็อัดเสียงและตัดต่อ โดยใช้โปรแกรมธรรมดาๆ พร้อมความอ่อนทางทักษะการตัดต่อของเจ้าของห้อง Room39 จนกระทั่งมีคนไทยเข้าไปพบคลิปเพลงของวงนี้ในยูทูบ และแชร์ต่อๆ กันมา

ด้วยน้ำเสียงเพราะๆ ของนักร้องนำทั้ง 2 คน ทอมและมน บวกกับความพลิ้วเสียงกีตาร์ของ โอ แว่นใหญ่ ทุกอย่างจึงลงตัว คลิปเพลงของพวกเขาบนยูทูบ จึงได้รับความนิยมมากในขณะนั้น ไม่ว่าจะคัฟเวอร์เพลงอะไรออกมา ยอดวิวก็พุ่งขึ้นเหยียบหลักล้านเกือบทุกเพลง

ทำให้ช่วงนั้นกลายเป็นปรากฏการณ์วงดนตรีที่ถูกแชร์ผลงานผ่านอินเทอร์เน็ตมากที่สุด พวกเขาจึงถูกจับตาว่า เพลงต่อไปที่จะวงนี้จะหยิบมาคัฟเวอร์คือเพลงอะไร

และสุดท้ายก็เข้าตากรรมการจนได้ สมาชิกทั้ง 3 คน จึงได้ตัดสินใจทิ้งงานร้องเพลงที่ร้านอาหารที่แอลเอ แล้วบินกลับไทยโดยถาวร

เพราะมีอีเมลจากทางเจ้าพ่อเพลงรัก บอย โกสิยพงษ์ ชักชวนให้ทั้งสามมาร่วมงานในสังกัดค่าย Loveis (เลิฟ อีส) ซึ่งทั้ง 3 ก็ยอมรับว่า ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน พร้อมกับขนข้าวขนของกลับเมืองไทยแทบจะทันที

และเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดแบบเต็มตัว โดยมีซิงเกิ้ลแรกออกมา คือเพลง หน่วง ซึ่งชื่อเพลงอาจจะแปลกๆ แต่เนื้อเพลงเข้าหูคนฟัง จนทำให้เพลงนี้โด่งดังโดยใช้เวลาไม่นาน และยอดวิวในยูทูบ พุ่งขึ้นหลักล้านในเวลาอันรวดเร็ว

นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับศิลปินวงนี้ จากนั้นพวกเขาก็มีติดต่อเข้ามาจำนวนมากไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเดินสายโปรโมตเพลง งานคอนเสิร์ต จนมีชื่อเสียงเกิดขึ้นในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

จากที่แค่รู้จักกันในยูทูบเฉพาะกลุ่มคน จนมาทุกวันนี้ เรียกได้ว่า วง Room39 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง มีซิงเกิ้ลใหม่ออกมาเรื่อยๆ ก็ได้รับความนิยมแทบทุกเพลง

จนล่าสุดสมาชิกในวง ทอม Room39 ได้มีโอกาสไปในรายการ The Mask Single หน้ากากนักร้อง และได้เป็นแชมป์ของรายการในซีซั่นนั้น ด้วยความตลกขี้เล่นของหน้ากากทุเรียน ความตะมุตะมิน่ารัก

อีกทั้งพลังเสียงที่ที่คัฟเวอร์เพลงจนหลายคนชื่นชอบ ทำให้ทอมมาโด่งดังอีกครั้ง จนทุกคนรู้จักกันในชื่อ ทอม หน้ากากทุเรียน พร้อมกับมีคำยอดฮิต ตะมุตะมิ ตามอีกด้วย

จากนั้นไม่นาน งานอีเวนต์ของทอม หน้ากากทุเรียน ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด บางงานก็ไปกันทั้งวง บางงานก็เป็นงานโชว์ตัวของทอมคนเดียว

แฟนคลับต่างแห่แหนมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ทอมจึงเป็นที่รู้จักของคนทุกวัยเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับยกให้ทอมเป็นสามีแห่งชาติไปแล้ว

แต่ความโด่งดังนี้ เลยทำให้เกิดดราม่าขึ้นมา เมื่อเพื่อนร่วมวง Room39 อย่างสาว มน ชุติมน น้ำตาร่วงกลางงานอีเวนต์ ในชอตที่ถ่ายรูปที่แบ็กดรอป ทีมงานกลับให้ ทอม อิศรา ถ่ายเพียงคนเดียว โดยไม่อนุญาตให้ โอแว่นใหญ่ และ มน เข้าไปถ่ายด้วย นักร้องสาวเลยน้ำตาร่วงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่โดนกีดกันและไม่ให้เกียรติ

แต่สาวมนก็ได้แจงถึงเหตุการณ์นี้ว่า "ตอนแรกน้ำตาก็จะไม่ซึมแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ตรงนั้นก็มีพี่นักข่าวให้กำลังใจอยู่มุมนั้น แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า เขามาเป็นวงจะแยกเขาได้ยังไง

ส่วนตัวเป็นคนที่เซ้นซิทีฟอยู่แล้วพอได้ยินประโยคนี้และเจอกับช็อตนี้ก็เลยเก็บไม่อยู่ ทั้งที่ทุกคนในวงโอเคกันเพียงแต่ว่าไม่รู้ล่วงหน้าในงานเมื่อวาน

ยอมรับว่างงนิดหนึ่งเพราะว่าไปยืนสแตนด์บายรอถ่ายรูปที่หน้าแบ็กดรอปเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็มีทีมงานบอกว่าให้มนกับพี่โอถอย 2 ก้าวออกมาก่อน ทั้งที่ตอนนั้นทุกคนก็โพสท่าเตรียมถ่ายรูปแล้ว

ทอมเขาจะกังวลเสมอและจะมาคุยกับพวกเราว่า ขอโทษนะ เข้มแข็งนะ โดยที่บางครั้งพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร แต่ว่าก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะเจอมากกว่า"

ส่วนทางด้าน ทอม ก็ได้บอกว่า "ตอนที่อยู่ในเหตุการณ์ผมก็ยังกวักมือเรียกมนให้เข้ามาถ่ายด้วยกันอยู่เลย แต่ก็เห็นแล้วว่ามนเริ่มมีอาการนิดนึง เลยจับมือเขาและบอกว่าไม่เป็นไรเพราะว่าจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่พวกเราคุยกันเข้าใจแล้ว

อีกอย่างทางวงควรจะเป็นคนเลือกเองมากกว่าว่าจะไปแบบวงหรือจะไปแบบไหน ไม่ใช่การที่คนๆ หนึ่งจะมาบอกว่าชาตินี้ไม่เอาเธอหรือไม่เอาใคร ควรต้องคุยกันตั้งแต่แรกว่างานนี้จะเป็นแบบไหน"

แต่สุดท้ายแล้ว แม้จะมีปัญหาเพียงใด แต่สมาชิกทุกคนในวง ก็ยังรักกัน ห่วงความรู้สึกซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนต่างเติบโตมาจากห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เหมือนกัน งานนี้ไร้ปัญหาวงแตกแน่นอน...