วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เดียวดาย! สมคิด ปลุกเอเชีย สู้การเปลี่ยนแปลงโลก

รองนายกรัฐมนตรี ปลุกชาติเอเชีย รวมพลังต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ หลังเกิดความไม่แน่นอนมากมาย จาก ทรัมป์ ป่วนโลก เชื่อเอเชียเป็นความหวังใหม่ พร้อมขับเคลื่อนโลกได้แน่นอน...

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ภายในงานการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 23 “อนาคตของเอเชีย” หรือ 23nd International Conference on The Future of ASIA จัดโดย Nikkei ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต้องการชี้ให้ชาติเอเชียร่วมกันมือกันพัฒนาภูมิภาคให้แข็งแกร่ง เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นโอกาสของเอเชียแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงโลก แต่อยู่ที่ว่าเอเชียจะร่วมมือกันเพียงพอหรือไม่ ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนภูมิภาคและโลก ท่ามกลางหมอกควันแห่งความไม่แน่นอนที่แผ่กระจายไปทั่วโลกในขณะนี้

สำหรับความไม่แน่นอนดังกล่าว เกิดขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงผู้นำใหม่ ส่งผลให้ประกาศถอนตัวออกจากการเจรจา จัดทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) เพื่อป้องกันผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าการดูแลพันธมิตร มีการออกคำสั่งพิเศษ (Executive Order) เพื่อตรวจสอบและตอบโต้ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ เป็นต้น นอกจากนี้การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) กำลังเขย่าเสถียรภาพของอังกฤษ ส่วนการเลือกตั้งผู้นำฝรั่งเศส ยังไม่แน่นอนว่าจะหยุดยั้งการสลัดตนเองออกจากยุโรปได้หรือไม่ เป็นความไม่แน่นอนที่ไม่มีใครชี้ชัดเจนว่าโลกในอีก 1 ปีจะเป็นเช่นไร ดังนั้นการก้าวไปข้าวหน้าจึงเป็นความท้าทายของเอเชียที่ต้องสร้างพลังแห่งเอเชีย เพื่อให้เป็นความหวังใหม่ประคองเศรษฐกิจโลก

นายสมคิด กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14-15 พ.ค.ที่ผ่านมา จีนได้ขยับตัวประชุมเส้นทางสายไหมใหม่ (OBOR) เพื่อเชื่อมเอเชียและภูมิภาคต่างๆ ของโลก นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังพยายามผลักดันให้ TPP เดินหน้าโดยไม่มีสหรัฐฯ ซึ่งไทยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เอเชียต้องร่วมมือกันสร้างพลังขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม หากชาติเอเชียขจัดปัญหาและอุปสรรค 4 ประการนี้ได้ จะทำให้เอเชียเข้มแข็งและขับเคลื่อนภูมิภาคได้อย่างแน่นอน ได้แก่ 1. การเชื่อมโยงภูมิภาค ทั้งการคมนาคมขนส่ง ห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงด้านการค้าเสรี การลงทุน แรงงาน 2.ยุทธศาสตร์ร่วมแห่งการพัฒนา เพราะหลายประเทศมีการพัฒนาที่แตกต่างกัน ทั้งทรัพยากรมนุษย์ ความก้าวหน้าด้านวิทยาการ จึงต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกัน

3.การพัฒนาทรัยากรมนุษย์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักหน่วงของรัฐบาล แต่ต้องทำให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในการพัฒนาภูมิภาค โดยต้องอาศัยความร่วมมือของญี่ปุ่นช่วยพัฒนาด้วย 4.ความสงบและความไว้เนื้อเชื่อใจกันของเอเชีย ดังนั้นเอเชียต้องอดกลั้น ทุ่มเท ไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อสร้างอนาคตแห่งเอเชียร่วมกัน ขณะนี้โอกาสเปิดให้เอเชียแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างกัน

ทั้งนี้ไทยอาจเป็นประเทศเล็กๆ ในเอเชีย แต่ได้เปลี่ยนโอกาสทางการเมือง มีการปฏิรูปประเทศ และก้าวพ้นวิกฤติ ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าปีนี้จะเติบโตมากกว่าร้อยละ 3.5 โดยการร่วมมือของภาคเอกชนและรัฐบาล นับจากนี้ เอเชียมีบทบาทและภารกิจที่ยิ่งใหญ่ร่วมกันมากกว่าเป้าหมายของแต่ละประเทศ จึงต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ เชื่อมั่นว่าเอเชียจะเป็นความหวังใหม่ของโลก และเป็นเครื่องจักรเครื่องใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

สำหรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย (EEC) รัฐบาลไทยต้องการทำให้เป็นยุทธศาสตร์ประเทศระยะยาว เพราะมีการออกกฎหมายรองรับ แม้รัฐบาลใหม่มาก็ต้องเดินตามยุทธศาสตร์นี้ สำหรับเวลาที่เหลืออีก 1 ปีครึ่งก่อนการเลือกตั้ง มั่นใจว่ารัฐบาลจะปฏิรูปประเทศได้อย่างสมบูรณ์.