วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอขมายาย 'แอ๋ม' อโหสิให้ แก๊งเปรี้ยวหั่นศพ (คลิป)

ทำแผนหวิดโดนประชาทัณฑ์ ตร.ปูพรมค้นหาจนเจอ‘เลื่อย’ ฝากขังค้านประกัน-นอนคุก

ตำรวจระดมพล ปจ. 2 กองร้อยคุมตัว 3 สาวอำมหิต “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” แก๊งฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 7 จุด ตั้งแต่รีสอร์ตสถานที่หั่นศพ ร้านค้าซื้อวัสดุอุปกรณ์ จุดที่ขับรถไปรับเหยื่อไปถึงจุดที่นำศพไปฝังใน อ.เขาสวนกวาง ชาวบ้านนับพันแห่ดูโฉมหน้าแก๊งฆาตกรสาวตะโกนด่าทอดังลั่น ตำรวจพากลุ่มผู้ต้องหากราบขอขมาญาติเหยื่อ สาวเปรี้ยวย้ำคำไม่ได้ตั้งใจ ยายน้องแอ๋มอโหสิกรรมให้แต่ยังข้องใจพูดเหมือนไม่สำนึก หลังทำแผนฯนำตัวฝากขังที่ศาลค้านประกันก่อนส่งเข้าเรือนจำ ศปก.ตร.ออกคำสั่งห้ามตำรวจถ่ายรูปผู้ต้องหาไปเผยแพร่ หลังถูกกระแสโซเชียลถล่มยับ “ศรีสุวรรณ” จ่อยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกรณีบันทึกจับกุมมีรายชื่อตำรวจกว่า 90 นายร่วมปฏิบัติการ

กลายเป็นคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจ หลังจากตำรวจพม่าส่งมอบตัว น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต 3 สาวสวยอำมหิตผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะเมืองขอนแก่น ตำรวจนำตัวขึ้นเครื่องบินจาก จ.เชียงราย ไปให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สอบปากคำพร้อมแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ เผยปมแค้นเรื่องหนี้สินและเรื่องยาเสพติดที่ผู้ตายซัดทอดให้ตำรวจจับกุมสามีของ น.ส.เปรี้ยว จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามกลับไป จ.ขอนแก่น เมื่อตอนค่ำวันที่ 4 มิ.ย. ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ท้องที่เกิดเหตุสอบปากคำดำเนินคดี

ความคืบหน้าที่ สภ.เขาสวนกวาง เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก. (สอบสวน) นำทีมพนักงานสอบสวนร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาภายในห้องปฏิบัติการงานสอบสวนชั้น 1 โดยเบิกตัวผู้ต้องหาจากห้องคุมขังชั้น 2 เข้าสอบปากคำทีละคน เริ่มจาก น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ตามด้วย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ โดยมีกำลังตำรวจหญิงชุดควบคุมฝูงชน หรือกองร้อยน้ำหวานประกบผู้ต้องหาลงมาชุดละ 2 นาย มีกำลังตำรวจชายตั้งแถวคอยคุ้มกันชั้นนอกเพื่อป้องกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสื่อมวลชนเข้ามาในพื้นที่การสอบสวนเด็ดขาด

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวว่า กำลังตำรวจที่ประจำอยู่หน้าห้องคุมขังมีทั้งหมด 6 นาย สับเปลี่ยนกำลังทุก 2 ชม. เช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบโรงพักยังคงมีกำลังตำรวจเฝ้าประจำอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจมาก การสอบสวนผู้ต้องหาได้แยกสอบปากคำทีละคนเพื่อให้สำนวนรัดกุมและละเอียดที่สุด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ได้เข้าเก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของผู้ต้องหาทั้งหมดไปตรวจสอบตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นางสาคร ภาษี แม่ของ น.ส.เปรี้ยว พร้อมครอบครัวที่มาเฝ้ารอลูกสาวตั้งแต่หัวค่ำ ยังคงปักหลักนอนรออยู่บริเวณชั้นล่างของ สภ.เขาสวนกวาง ด้วยความหวังจะได้พบหน้าหรือพูดคุยลูกสาว แต่เนื่องจากเลยกำหนดเวลา ตำรวจจึงไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม

ต่อมาเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางไปที่ บช.ภ.4 จ.ขอนแก่น เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวน พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง พร้อมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสำนวนคดีและเตรียมนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน 2 กองร้อยและกำลังตำรวจหญิงคุมเข้มพื้นที่ 7 จุดที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนฯทุกขั้นตอน

จากนั้นเวลา 09.00 น. ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขึ้นรถตู้จาก สภ.เขาสวนกวาง มาถึง บช.ภ.4 อ.เมืองขอนแก่น ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและท่าทางอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ถูกสวมใส่กุญแจมือ ใส่หมวกแก๊ป และใส่หน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูก โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว ต้องสวมใส่เสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อความปลอดภัย เริ่มการทำแผนฯจุดแรกที่ห้องพักรีสอร์ตพื้นที่บ้านหัวถนน หมู่ 5 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น สถานที่หั่นศพผู้ตาย ท่ามกลางความสนใจของประชาชนนับพันคนพากันมามุงดูกันแน่นขนัด ใช้เวลาทำแผนฯประมาน 10 นาที จากนั้นไปจุดที่สองร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเยื้องตลาดสดบ้านโนนทัน ต.ในเมือง ที่ น.ส.เปรี้ยว ลงไปซื้อถุงขยะสีดำ จุดที่สามร้านวัสดุก่อสร้างอยู่ใกล้กันที่นายวศินและเพื่อนๆลงไปซื้อวัสดุต่างๆ จุดที่สี่ร้านขายปูนซีเมนต์สำเร็จรูปที่ น.ส.เปรี้ยว ลงไปซื้อปูนคนเดียว จุดที่ห้าทั้งหมดนั่งในรถฮอนด้าซีอาร์วีไปรับผู้ตายใกล้กับหอพัก ถนนสายหน้าเมืองเหล่านาดี ต.ในเมือง แต่ละจุดใช้เวลาทำแผนฯประมาณ 10-20 นาที

จากนั้นตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปทำแผนฯ จุดที่ 6 น.ส.เปรี้ยว ให้การว่า นำเลื่อยที่ใช้หั่นศพไปทิ้งในป่าข้างทาง บ้านหนองหารจาง หมู่ 8 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง เป็นถนนลูกรังที่มุ่งหน้าไปบ้านคำบง ต.สะอาด อ.น้ำพอง ระยะทางกว่า 5 กม.ถึงถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายเข้าพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง แต่ไม่พบเลื่อยที่ใช้หั่นศพเพราะผู้ต้องหาจำไม่ได้ว่านำไปทิ้งบริเวณใด และจุดที่ 7 บ้านโนนสง่า หมู่ 9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จุดที่ฝังศพผู้ตาย มีชาวบ้านแห่กันมารอดูโฉมหน้าแก๊งฆาตกรสาวนับพันคน ตำรวจต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่าง จำลองเหตุการณ์ตามคำให้การของผู้ต้องหา ขับรถฮอนด้าซีอาร์วีถอยหลังเข้าไปจอด ผู้ต้องหาช่วยกันยกถังสีดำบรรจุชิ้นส่วนศพแล้วช่วยกันขุดหลุมฝังก่อนขับรถหลบหนี จุดนี้ใช้เวลาทำแผนฯประมาณ 30 นาที ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านตะโกนด่าทอสาปแช่งเสียงดังลั่น

หลังทำแผนฯ ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเข้าไปขอขมานางสำราญ เพลียแก่น และ น.ส.สกุณตรา เพลียแก่น ยายและน้าสาวของน้องแอ๋ม พร้อมกลุ่มญาติที่เดินทางมานั่งรอดูการทำแผนฯในจุดที่ฝังศพหลานสาว โดยถอดกุญแจมือผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่นั่งคุกเข่าเรียงกันต่อหน้าญาติเหยื่อสาวก่อนก้มลงกราบลงที่พื้น ยายและน้าสาวของน้องแอ๋มถามว่า สงสารน้องบ้างไหม น.ส.เปรี้ยว ตอบว่า “หนู ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษครอบครัว ที่มามอบตัวเพราะไม่ได้ตั้งใจ ถ้าหนูตั้งใจทำคงหนีไปแล้ว” ขณะนั้นยายน้องแอ๋มให้ น.ส.เปรี้ยวถอดหน้ากากอนามัยที่สวมใส่เพื่อมองเห็นหน้าให้ชัด พร้อมบอกว่า หลังจากนี้อย่าไปทำกับคนอื่นนะ ขอให้น้องแอ๋มเป็นรายสุดท้าย หลังจากนั้น มีการพูดคุยระหว่างญาติผู้ตายกับ น.ส.เปรี้ยวเล็กน้อย ก่อนที่ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถตู้เดินทางกลับ สภ.เขาสวนกวาง ระหว่างนั้นมีชาวบ้านขว้างปาขวดน้ำพลาสติกใส่รถตู้พร้อมตะโกนด่าทอผู้ต้องหาต่างๆนานา แต่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

น.ส.สกุณตรา น้าสาวของน้องแอ๋ม กล่าวว่า อยากขอความเป็นธรรมให้กับหลานสาว เพราะอย่างที่ทุกคนได้ยินผู้ต้องหาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ฆ่าตายไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีความสุขสักเท่าไหร่ หลังจากนี้จะทำบุญให้แอ๋ม ขณะที่นางสำราญ ยายของน้องแอ๋มกล่าวว่า อโหสิกรรมให้เพราะหลานสาวก็ตายไปแล้ว ตอนนี้วิญญาณคงสงบสุขอยู่บนฟ้า มองคนทำผิดถูกดำเนินคดีและชดใช้กรรมที่ก่อไว้ แต่ดูจากการมากราบขอขมาเหมือนเปรี้ยวและพวกยังไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำไป 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากคำพูดยังแข็ง ไม่มีความอ่อนน้อม เหมือนยังไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ถึงอย่างไรก็ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ที่ สภ.เขาสวนกวาง ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมชุดสอบสวน ร่วมกันแถลงว่า การทำแผนครั้งนี้สอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหา จุดที่ซื้อปูนและจุดที่นำเลื่อยไปทิ้งเป็นจุดที่เพิ่มเติมจากคำให้การของ น.ส.เปรี้ยว แต่ยังไม่เจอเลื่อยเพราะจุดที่ทิ้งเป็นป่ารกมีบริเวณกว้าง ผู้ต้องหายังไม่สามารถบอกจุดที่แน่นอนได้ อาจต้องใช้เวลาการค้นหาอีกนิด ส่วนรายละเอียดการลงมือ ใครทำหน้าที่อะไรช่วยอย่างไรนั้นอยู่ในสำนวนการสอบสวน แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือ น้องแอ๋มตายในรถฮอนด้าซีอาร์วีแล้วนำศพไปไว้ในรีสอร์ต ก่อนที่ทั้งหมดจะออกมาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปหั่นศพ และนำไปฝังทั้งหมดร่วมมือกัน ส่วนการใส่เสื้อเกราะให้ น.ส.เปรี้ยว เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้ต้องหาคนสำคัญ

ต่อมาเวลา 14.30 น. ตำรวจนำตัว น.ส.ปรียานุช น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันท์ ขึ้นรถออกจาก สภ.เขาสวนกวาง ไปยังศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลผัดแรก 12 วัน ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝังซ่อนเร้นหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย และปล้นทรัพย์หรือรับของโจร ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนค้านประกันตัวผู้ต้องหา ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง ไม่มีญาติหรือทนายความของผู้ต้องหามายื่นขอประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามขึ้นรถไปส่งยังเรือนจำกลางขอนแก่น

นายวีรชัย เพชรรัตน์ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ต้องหาใหม่ทั้ง 3 คนจะต้องถูกปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังใหม่คนอื่นๆ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เมื่อมาถึงจะเข้าในพื้นที่แรกรับ เจ้าหน้าที่หญิงตรวจร่างกายและทรัพย์สิน หากมีของมีค่าจะจัดเก็บไว้ ก่อนเข้าการตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียด พบจิตแพทย์ และรับประทานอาหารเย็นที่เรือนจำเตรียมไว้สำหรับผู้ต้องขังใหม่ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการทำประวัติและส่งตัวให้กับแดนหญิง ผู้ต้องขังทั้ง 3 ที่เข้ามาใหม่จะถูกแยกการคุมขังออกจากกัน เป็นวิธีปฏิบัติของการควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีเดียวกัน สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องขังหญิง 4 คนที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำแดนหญิงดำเนินการอย่างรัดกุม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงศ์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ผู้คนในโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ปรากฏภาพและคลิปวีดิโอในอิริยาบถที่ผ่อนคลายจนเกินพอดีว่า ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว แต่เชื่อว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจะต้องมีจิตวิทยาเพื่อผ่อนคลายที่จะทำให้ผู้ต้องหาเปิดเผยข้อมูล ขอให้มั่นใจว่าตำรวจไม่เลือกปฏิบัติกับผู้ต้องหารายใดเป็นพิเศษ

ขณะที่ พล.ต.อ.กวี สภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ 10) มีคำสั่งในที่ประชุม ศปก.ตร.กำชับทุกหน่วยให้แจ้งตำรวจในสังกัดทุกนายทราบ ให้พึงระวังหรือไม่กระทำการใดๆ เช่น การถ่ายภาพวีดิโอ เผยแพร่แชร์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีเข้าสู่สังคมออนไลน์หรือส่งต่อให้บุคคลอื่น เนื่องจากมีการกระทำ ลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการถ่ายภาพผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพในอิริยาบถต่างๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์ วิจารณ์การทำงานของตำรวจทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมากว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ไม่ เหมาะสม จึงขอให้ตำรวจทุกนายพึงระลึกไว้เสมอ ว่าการทำงานของตำรวจต้องมีความเป็นกลาง มีจิต สำนึกว่าการกระทำใดๆจะสร้างความเสียหายให้แก่องค์กร หรือหน่วยงานตนเองหรือไม่

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่บันทึกจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่ ตม.เชียงราย เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 21.00 น. ปรากฏมีรายชื่อนายตำรวจตั้งแต่ระดับสัญญาบัตรจนถึงชั้นประทวนมากกว่า 90 คนร่วมจับกุมนั้น มีข้อสังเกตจากสาธารณชนว่ารายชื่อที่ปรากฏเป็นผู้ร่วมจับกุมจริงหรือไม่ เพราะในชั้นพิจารณาคดีจำเลยจะออกหมายเรียกให้ไปเป็นพยาน หากตอบคำถามไม่ได้จะทำให้คดีเสียหายมาก ซึ่งในคดีอาญาศาลจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง เป็นเหตุยกฟ้องได้

“ทางสมาคมฯจะไปยื่นคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบในวันที่ 6 มิ.ย. หากไม่ได้ร่วมปฏิบัติการจับกุมจริงจะถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์อื่นใดในตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือไม่ นอกจากนี้ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอความเห็นไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระเบียบว่าด้วยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาเสียใหม่ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อรูปคดีในอนาคต และไม่เป็นภาระการเงินการคลังของรัฐต่อไปด้วย” นายศรีสุวรรณกล่าว

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.เป็นประธาน นพ.เฉลิมชัย เครืองาม สปท. ขอหารือถึงการนำเสนอข่าวของสื่อกระแสหลัก และสื่อโซเชียล เกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นศพที่ จ.ขอนแก่น เป็นห่วงว่าการนำเสนอข่าวจะเลยเถิดเป็นการชื่นชมผู้ต้องหาไปถึงขั้นว่ามีความกตัญญูเลี้ยงดูครอบครัว เกรงว่าอาจทำให้มีพฤติกรรมเลียนแบบเกิดขึ้น เป็นความป่วยของสังคมแล้ว ในนามของ สปท.เห็นว่า ก่อนที่เยาวชนจะเสพสื่อเหล่านี้จนเป็นโทษต่อสังคมเกินจะเยียวยาได้ ดังนั้น เพื่อให้บรรลุแนวทางการปฏิรูปขอให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนออกแถลงการณ์หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้เยาวชนเกิดความสับสนเรื่องนี้ น.ส.วลัยรัตน์ รับจะนำไปพิจารณาในที่ประชุมวิป สปท.ต่อไป

ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน ตำรวจพบเลื่อยที่ใช้หั่นศพน้องแอ๋มแล้ว โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง เผยว่า หลังเสร็จสิ้นการทำแผนฯ ได้ระดมกำลังตำรวจลงพื้นที่บ้านหนองหานจาง ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง ตามคำให้การของ น.ส.เปรี้ยว ที่ระบุว่า ได้ทิ้งเลื่อยคันธนูที่ใช้หั่นศพผู้ตายในป่าข้างทางเส้นทางไปบ้านคำบง ต.สะอาด อ.น้ำพอง ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ในที่สุดก็พบเลื่อยอยู่ในหนองน้ำข้างทาง ที่คันเลื่อยยังมีพลาสติกใสหุ้มเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตมและมีคราบสนิมที่ใบเลื่อยเนื่องจากอยู่ในหนองน้ำหลายวัน นำส่งให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีต่อไป