วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บอยรถหรูจ่อ ฟ้อง 'ดีเอสไอ' ละเมิด 50 ล้าน

“บอย ยูนิตี้” ประกาศฟ้องดีเอสไอข้อหาละเมิดเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท อ้างเหตุถูกปิดโชว์รูมรถหรู 2 แห่ง ทำให้ขาดความเชื่อมั่นและเสียชื่อเสียงยันรถทุกคันซื้อมาถูกต้องพร้อมเสียภาษีนำเข้าแล้ว 328 เปอร์เซ็นต์ ให้ทนายตรวจสอบกับทางอังกฤษว่า ประสานเรื่องรถหายมาที่ดีเอสไอจริงหรือไม่ ปูดเคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม สงสัยเป็นสาเหตุให้ถูกกลั่นแกล้ง ด้าน “กรวัชร์ ปานประภากร” รองอธิบดีดีเอสไอ ยันไม่หวั่นเรื่องฟ้องเรียก 50 ล้าน มีหลักฐานสำแดงเอกสารหลักฐานและราคานำเข้ารถไม่ถูกต้องมีส่วนต่างชัดเจน ดีเอสไอออกแถลงการณ์ เป็นเทคนิคของฝ่ายผู้ต้องหาเพื่อใช้อำนาจศาลตรวจสอบพยานหลักฐาน ดีเอสไอ-ศุลกากร หารือมาตรการช่วยเหลือเหยื่อที่หลงซื้อรถ ในส่วนรถหรูที่เสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริงจะไม่อายัดไว้ มอบให้ผู้ที่ซื้อเอากลับไปดูแล แต่ในส่วนรถที่ถูกขโมยมาจากอังกฤษยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะตามกฎหมายต้องส่งรถคืนให้ประเทศผู้เสียหาย

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจค้นโชว์รูมนำเข้ารถหรูเครือข่ายบริษัทนิชคาร์กรุ๊ป จำกัด อายัดรถสปอร์ตและรถยนต์หรูราคาแพง อาทิ โรลส์-รอยซ์ เฟอร์รารี่ แอสตัน มาร์ติน และแมคลาเรน ฯลฯ 160 คัน ต้องสงสัยว่าแจ้งประเมินราคาผ่านศุลกากรต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้รัฐเสียหาย 2,900 ล้านบาท นอกจากนี้ดีเอสไอยังได้รับการประสานจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS (National Vehicle Crime Intelligence Sevice) ว่า มีรถถูกขโมยจากประเทศอังกฤษ 60 คันส่งมาขายในประเทศไทย 42 คัน ดีเอสไอตามไปตรวจยึดได้แล้ว 13 คัน แบ่งเป็น 7 คันยึดที่โชว์รูมบริษัทเอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด ของนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ อีก 2 คันมีผู้ซื้อไปแล้ว อีก 3 คันพบที่บางกอกฟรีเทรด โซน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และอีก 1 คันพบในโกดังนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง อยู่ระหว่างขอข้อมูลจากประเทศอังกฤษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าจากโรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 มิ.ย. นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัทเอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด และบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมด้วยนายเจริญ แก้วยอดหล้า ประธานที่ปรึกษาบริษัทเอสทีที ออโต้เซอร์วิส จำกัด และนายไสว ทองโชติ ทนายความ แถลงข่าวเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากดีเอสไอ 50 ล้านบาท หลังถูกดีเอสไอปิดโชว์รูมไม่สามารถประกอบกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. นายอินทระศักดิ์เผยว่า รถยนต์ 34 คันที่ถูกดีเอสไอกล่าวหาว่านำเข้าผิดกฎหมาย ตนแสดงราคาอย่างถูกต้องตามหลักการประเมินของคณะกรรมการภาษีอากรกรมศุลกากร มีการเทียบราคากลางจากเว็บไซต์บริษัทผู้ผลิต โดยว่าจ้างบริษัทชิปปิ้งเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารและพิธีการทางศุลกากร รถ 1 คันต้องเสียภาษีร้อยละ 328

นายอินทระศักดิ์เผยต่อว่า การที่ดีเอสไอมาอายัดรถที่บริษัททำให้ธุรกิจเสียหายหลายร้อยล้าน เพราะบริษัทเสียชื่อเสียง หมดความน่าเชื่อถือ ขณะอายัดไม่ได้แสดงเอกสารการเข้าค้นหรือหลักฐานว่ารถถูกโจรกรรมมา ตนยินดีเข้าไปชี้แจงดีเอสไอพร้อมหลักฐานเอกสารว่าซื้อรถมาถูกต้อง ขณะนี้ให้ทนายตรวจสอบไปยังประเทศอังกฤษว่า ประสานตรวจสอบรถมาตามที่ดีเอสไอกล่าวหรือไม่ แต่ยังไม่พบข้อมูล จึงฟ้องดีเอสไอข้อหาละเมิดเรียกค่า เสียหาย 50 ล้านบาท เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปิดทางเข้าโชว์รูมทั้ง 2 แห่งของตนโดยไม่มีหมายศาล เมื่อทวงถามไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าผิดอะไร ส่วนรถลัมโบร์กินีสีเขียวที่ดีเอสไอระบุว่า ถูกโจรกรรมมาจากต่างประเทศ ขอชี้แจงว่านำเข้ารถเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เสียภาษีเรียบร้อย ตำรวจกองปราบฯ ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกรมศุลกากรสงสัยขอตรวจสอบ สุดท้ายพบว่าเอกสารถูกต้อง

วันที่ 3 ก.พ.จึงลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะแถลงข่าวนายอินทระศักดิ์นำรูปถ่ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอปิดกั้นโชว์รูม และโชว์เอกสารรถ 2 คันที่กำลังส่งไปที่ฮ่องกงแล้วดีเอสไออ้างว่าเป็นรถผิดกฎหมาย ขณะนี้กำลังนำรถกลับมาให้ตรวจสอบ นอกจากนี้นายอินทระศักดิ์แฉว่า เคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม สงสัยอาจเป็นสาเหตุให้ถูกกลั่นแกล้ง

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ดีเอสไอไม่กังวลที่ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท เนื่องจากเป็นสิทธิสามารถทำได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อายัดรถหรูที่ถูกโจรกรรมไว้แล้ว ตามหลักฐานที่มียืนยันว่า สำแดงเอกสารหลักฐานและราคาไม่ถูกต้องมีส่วนต่างชัดเจน อีกทั้งราคารถที่ใช้เป็นหลักฐานดำเนินการเป็นราคาจากต่างประเทศ หลักฐานส่วนนี้นำไปต่อสู้และเอาผิดในชั้นศาลได้

ต่อมาดีเอสไอออกแถลงการณ์ประเด็นถูกฟ้อง 4 ข้อมีเนื้อหาโดยรวมว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดอายัดของกลางไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วจะคืนแก่ผู้ต้องหาหรือผู้ที่มีสิทธิร้องขอ เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด เห็นว่า การกระทำของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอเรียนว่า การสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอหลายคดีที่สำคัญ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นักการเมืองที่มีตำแหน่งและถืออำนาจรัฐ ผู้มีขีดความสามารถด้านการเงินสูง จะยื่นฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อศาลแพ่งหรือศาลอาญา ทั้งสุจริตบ้างและไม่สุจริตบ้าง เป็นเทคนิคของฝ่ายผู้ต้องหาเพื่อใช้อำนาจศาลตรวจสอบพยานหลักฐาน

สำหรับผู้บริโภคและผู้เสียหายที่ถูกบุคคลหรือคณะบุคคลหลอกลวงให้ซื้อรถโดยมิชอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงหารือร่วมกับกรมศุลกากรแล้วเห็นว่า สำหรับผู้เสียหาย หรือเจ้าของ หรือผู้ที่มีสิทธิเรียกร้อง ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นการกระทำผิดของผู้นำเข้า จะอนุญาตให้รับรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์โดยไม่มีประกันหรือมีประกัน สำหรับรถยนต์ของกลางที่ปรากฏหลักฐานว่า เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากต่างประเทศ เนื่องจากตามกฎหมายและข้อตกลงต้องส่งรถคืนให้ประเทศผู้เสียหาย ดีเอสไอไม่อาจอนุญาตให้เจ้าของนำรถของกลางกลับไปดูแลรักษา หรือใช้ประโยชน์ได้ในขณะนี้ ดีเอสไอและกรมศุลกากรอยู่ระหว่างหารือแนวทางแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคและผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน หากคืบหน้าจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบเป็นระยะ