วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ปลา 2 น้ำ! วิษณุแจง เซ็ตซีโร่กกต.

‘นิพิฏฐ์’ ดักคอ!ส่อเกมยื้อลต. พท.จี้สอบธปท.

“พรเพชร” เผย กรธ.ชงเองเซ็ตซีโร่ กกต. แจงขั้นตอนถ้า กกต.ไม่เห็นด้วยตั้ง กมธ.ร่วม ชี้เรื่องอาจถึงศาล รธน. สนช. 1 ใน 10 เข้า ชื่อขอให้วินิจฉัย กมธ.สำทับ กรธ.เสนอเซ็ตซีโร่ เพื่อให้งานราบรื่นไม่ต้องสรรหาหลายขยัก “วิษณุ” ชี้ กมธ.รื้อทิ้งกรรมการ กกต.ตามโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือนองค์กรอิสระอื่น ตัดปัญหาเรื่องปลา 2 น้ำ ยันไม่มีปัญหาตุงนังจนต้องขยับโรดแม็ป “นิพิฏฐ์” ไขรหัสแม่น้ำ 5 สายแยกเขี้ยวเถียงข้อ ก.ม.เกมยื้อเลือกตั้ง อาจเห็นรายการคว่ำ ก.ม.ลูก-แก้ รธน. มท.ลุยรับคำตอบจากคำถาม 4 ข้อนายกฯ 12 มิ.ย. เผยประชาชนต้องแสดงตัวตนละเอียดยิบ “บิ๊กตู่” ย้ำไม่คิดชี้นำ แค่ถามข้อห่วงใย ยันไม่เลิกบัตรทอง 30 บาท ชี้ปัญหาค้ามนุษย์ต้องแก้ที่จิตสำนึก คาดโทษหนักพวกอ้างเส้นใหญ่ ยังปิดปากงดจ้อสื่อ 1 สัปดาห์เต็มแล้ว

ยังเป็นประเด็นคุกรุ่นขบเหลี่ยมกัน สำหรับการออกแบบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมติของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุให้เซ็ตซีโร่ กรรมการ กกต.แบบยกชุด นำมาซึ่งความไม่พอใจของ กกต.บางคน อาทิ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นั้น

“พรเพชร” เผย กรธ.ขอเซ็ตซีโร่ กกต.

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งคณะ ว่า ตามร่างเดิมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอให้รีเซ็ตเฉพาะ กกต.ที่ขาดคุณสมบัติต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ กมธ.ปรับเปลี่ยนให้เซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งหมด ตนในฐานะเป็นประธาน สนช.ต้องวางตัวเป็นกลาง คงไม่เหมาะสมหากจะไปวิจารณ์มติของ กมธ. หรือความเห็นของผู้สงวน คำแปรญัตติ เพราะขณะนี้กระบวนการทั้งหมดยังไม่สิ้นสุด ต้องรอฟังเหตุผลของแต่ละฝ่ายในการประชุม สนช.วันที่ 9 มิ.ย.นี้ แต่เท่าที่ได้รับรายงานเจ้าของร่างคือ กรธ.เสนอให้เปลี่ยนจากรีเซ็ตเป็นเซ็ตซีโร่ ซึ่ง กมธ.ก็เห็นพ้องด้วย แต่ตนไม่ขอชี้นำว่าควรเป็นอย่างไร ส่วนการเซ็ตซีโร่ กกต.จะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มี หลายช่องทางที่นำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ ขั้นตอนการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ สมาชิก สนช.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 สามารถเข้าชื่อยื่นต่อประธาน สนช.ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ รวมทั้งถ้า กกต.ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว จะต้องตั้ง กมธ.ร่วมมาพิจารณาต่อไป

ตัดปัญหาสรรหา กกต.หลายขยัก

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง สนช. กล่าวว่า กมธ. ที่เสนอให้เซ็ตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบันคือ ตัวแทนจาก กรธ. เพื่อให้การทำงานของ กกต.ราบรื่น เพราะนอกจากจะมี กกต.ชุดปัจจุบัน 2-3 คน ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญปี 2560 แล้ว ยังมี กกต.อีก 1-2 คน กำลังจะมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งเช่นกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสรรหา กกต.หลายขยัก จึงเป็นเหตุผลให้ตัวแทน กรธ.เสนอให้เซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งชุด ซึ่ง กมธ.ก็เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

“วิษณุ” ชี้เซ็ตซีโร่ตามโครงสร้าง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มีมติให้ กกต.ชุดปัจจุบันพ้นวาระเมื่อร่าง พ.ร.บ.ประกาศใช้ว่า เท่าที่อ่านเรื่องนี้เห็นว่าสื่อมวลชนยังจับประเด็นไม่ถูก ไม่เข้าใจเหตุผลแท้จริงของ กมธ.ที่ต้องการให้เซ็ตซีโร่ กกต. สิ่งที่โฆษก กมธ.ระบุไม่อยากให้เกิดปัญหาทำงานแบบปลาสองน้ำคือเหตุผลที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องของคุณสมบัติ แต่เกี่ยวกับการเพิ่มจำนวน กกต.จาก 5 มาเป็น 7 คน ทำให้โครงสร้าง กกต.เปลี่ยนไป แต่องค์กรอิสระอื่นอาทิ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง แต่หนังสือพิมพ์ทุกฉบับกลับไปพูดถึงเรื่องคุณสมบัติว่าคนที่คุณสมบัติครบควรได้อยู่ต่อไป ทั้งที่จริงๆ แล้ว กกต.มีปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และอำนาจหน้าที่

กมธ.ตัดปัญหาเรื่องปลา 2 น้ำ

“ถ้าถามว่าทำไมไม่คงกรรมการเดิม 5 คนเอาไว้ แล้วสรรหาใหม่ 2 คน เป็นเพราะ 2 คนที่มาใหม่ถือเป็นปลาอีกน้ำ ได้รับการสรรหามาอีกแบบ มีคุณสมบัติต่างกัน และ กกต.เดิม บางคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติต้องพ้นจากตำแหน่งอยู่แล้ว แม้จะเซ็ตซีโร่หรือไม่ก็ตาม ทุกคนจึงควรมาดูที่ประเด็นเหล่านี้ 7 คน มาทำงานด้วยกัน 2 คน มาอย่างหนึ่งอีก 5 คน มาแบบหนึ่ง วาระต่างกัน ต่างคนต่างอยู่ ที่เขาพูดถึงปลาสองน้ำก็คือตรงนี้ ปัญหาอย่างนี้ถ้าเกิดในองค์กรไหนก็ต้องโดนอย่างเดียวกัน นี่คือสูตรของกรรมาธิการฯ ถ้าถามผมว่าเห็นด้วยหรือไม่นั้น ผมไม่พูด แต่ผมอธิบายในสิ่งที่ กมธ.ออกมาแถลง นี่คือคำนิยามของเซ็ตซีโร่ที่เป็นการสรรหาใหม่เพื่อให้ที่มาเหมือนกันทั้งหมด ไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติ” นายวิษณุกล่าว

ยันโรดแม็ปไม่ขยับแม้แต่วันเดียว

เมื่อถามว่า การที่ กกต.บางคนคัดค้านการเซ็ตซีโร่ดังกล่าว เป็นเพราะเข้าใจผิดเหตุผลของคณะกรรมาธิการฯ ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ตนไม่ทราบ มิฉะนั้นจะกลายเป็นคนไปปะทะกับเขา ต่อข้อถามว่า เรื่องนี้มีบางฝ่ายมองว่าอาจทำให้การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปได้ รองนายกฯตอบว่า ไม่เห็นเกี่ยวกัน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ทั้งนี้ จะต้องมี กกต.ชุดใหม่ 7 คนเข้ามาก่อนภายในปีนี้ โดยการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่กำลังจะออกมานั้นระบุว่าต้องสรรหา กกต.ชุดใหม่ให้ได้ภายในกี่วัน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบเวลา 8 เดือน โดยภาพรวมถือว่าทุกอย่างอยู่ตามกรอบเวลาเดิม ไม่มียืดเวลาออกไปแม้แต่วันเดียว ตนมองเห็นด้วยซ้ำไปว่ากฎหมาย กกต.จะผ่าน สนช. เดือนไหน ได้ กกต.ใหม่เดือนไหน และไปอีกนานเท่าไหร่กว่าจะครบกำหนด 8 เดือน กกต.ชุดใหม่จะเป็นคนจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน แต่ถ้า สนช.ไม่เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่ กกต.ปัจจุบันนี้จะเป็นคนดูแลการเลือกตั้ง ต้องไปรอดูผล สนช.ตัดสินในวันที่ 9 มิ.ย.ว่าจะเป็นอย่างไร

“พลังชล” แนะทำให้เป็นมาตรฐาน

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณี กกต.บางคนออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ว่า หลักการร่างกฎหมายควรเริ่มจากการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กรณีนี้ เมื่อรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจหน้าที่ จำนวน รวมถึงคุณสมบัติของ กกต. การออกกฎหมายลูกก็ควรรับฟังความคิดเห็นของ กกต. นำไปประกอบการพิจารณา ไม่เช่นนั้นจะเกิดความคลางแคลงใจต่อการร่างกฎหมาย แล้วยิ่งผลออกมาเป็นการเซ็ตซีโร่ก็เกิดคำถามมากมาย คนที่เกี่ยวข้องต้องอธิบายให้เขาเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องสรรหากันใหม่ทั้งหมด และเมื่อดำเนินการกับ กกต.เช่นนี้แล้วก็ควรยึดเป็นแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกันกับหน่วยงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่เช่นนั้นความคลางแคลงใจที่มีอยู่จะลุกลามกลายเป็นความขัดแย้ง

“นิพิฏฐ์” ถอดรหัสยื้อเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข้อถกเถียงการเซ็ตซีโร่ กกต. ว่า คณะกรรมาธิการ รวมทั้ง กรธ. และผู้เกี่ยวข้องกำลังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก พูดถึงจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ อาจถึงขั้นตั้ง กมธ.ร่วม ถ้าส่วนหนึ่งในแม่น้ำห้าสายที่ คสช.ตั้งเองกับมือ เห็นต่างเอาเป็นเอาตายในกฎหมายของ คสช.เองถือเป็นเรื่องแปลก ถ้าตั้ง กมธ.ร่วมจริง ก็เลิกพูดถึงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้เลย การกำหนดว่าถ้ากฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับเสร็จก่อน ให้จัดเลือกตั้งภายใน 150 วันได้คงไร้ผล เขาพยายามทำให้ทั้ง 4 ฉบับไม่เสร็จ ถ้าตั้ง กมธ.ร่วมจริง คงต้องใช้เวลาเต็ม 240 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้แน่ หาก กรธ.ส่งกฎหมายลูก 2 ฉบับแรกให้ สนช.ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. มีเวลาทำต่อ 60 วันคือต้องเสร็จในวันที่ 18 มิ.ย. ส่วนอีก 2 ฉบับที่เหลือไม่รู้ไปถึงไหน กรธ.อาจส่งอีก 2 ฉบับในวันที่ 239 ก็เป็นอำนาจเขา แสดงให้เห็นว่า อาจไม่ได้เอาเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่เอาเจตนารมณ์ผู้มีอำนาจมาเป็นหลักว่าจะจัดเลือกตั้งเมื่อไหร่

อาจเห็นเกมคว่ำ ก.ม.ลูก-แก้ รธน.

“เห็นภาพว่าการเลือกตั้งอาจจะใช้เวลายาวที่สุดตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าถ้าจะยื้อไปไม่มีกำหนด หรือไม่มีการเลือกตั้งต่อไปเรื่อยๆ ก็ต้องเกิดการคว่ำกฎหมายลูก โดยมือ สนช.เอง หลังจากขั้นตอน สนช. คว่ำแล้ว จะเกิดสุญญากาศไม่มีทางออกตามรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าถึงเวลานั้น อาจจะมีแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่ ผมไม่เคยเร่ง ไม่เคยกดดัน คสช.จะอยู่นานแค่ไหน บอกแต่ต้นแล้วให้อยู่ยาวจนถือไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชร อยู่จนเศรษฐกิจดีไปเลย แล้วค่อยเลือกตั้ง คะแนนนิยมจะได้ดีๆ คนจะได้หนุนพรรคทหาร” นายนิพิฏฐ์กล่าว

“องอาจ” ตอก “วันชัย” นิ่มๆคิดเองได้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแนวคิดของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านการเมือง ที่เสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. และ คสช. ร่วมกันจับมือต้านระบอบทักษิณว่า เป็นเรื่องที่แต่ละองค์กรพิจารณาดำเนินการ เพราะแต่ละองค์กรอาจมีความเห็นร่วมกันบางประเด็น แต่ก็อาจมีความเห็นต่างกันบางประเด็นด้วยเช่นกัน ดังนั้นแต่ละองค์กรสามารถดำเนินการในจุดยืนของตนเองที่เป็นอิสระ อะไรที่เห็นพ้องก็ดำเนินการร่วมกัน แต่อะไรที่เห็นต่างกันก็ดำเนินการไปตามจุดยืนแต่ละองค์กร สำหรับพรรคประชาธิปัตย์กับ กปปส. ก็มีความเป็นเอกภาพเช่นเดิม เพราะ กปปส.เองก็เป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว และกลับมาทำงานทางการเมือง

ปชป.–กปปส.กอดคอสู้ระบอบทักษิณ

ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. ที่ต่อต้านระบอบทักษิณเหมือนกัน ส่วน คสช.จะคิดอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่สามารถตอบแทนได้ ส่วนตัวเห็นด้วยหากจะมีการรวมกันสู้กับระบอบทักษิณ ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกัน เพราะหลักการต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตนในฐานะลูกพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันตามหลักการประชาธิปไตย ที่จะสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แต่สถานการณ์ในอนาคตหลังผลการเลือกตั้งออกแล้ว นอกจาก ส.ส.แล้ว ก็มีเงื่อนไขที่ให้ ส.ว.ร่วมลงมติเลือกนายกฯ ยังไม่อาจรู้ได้ว่าเกมการเมืองในขณะนั้นจะมีการเสนอนายกฯคนนอกหรือไม่ เมื่อถึงเวลานั้นพรรคอาจต้องประชุมใหญ่อีกครั้ง แต่การพูดคุยระหว่างแกนนำพรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่า การเดินหน้าสู้กับระบอบทักษิณจะเป็นไปด้วยความสามัคคีกลมเกลียว มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในพรรค

เปิดรับ 4 คำตอบนายกฯ 12 มิ.ย.

วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าดำเนินงานเกี่ยวกับคำถาม 4 ข้อของนายกฯ ที่ได้กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำถามทั้ง 4 ข้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนเดินทางมาแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป

ในเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยจะทำหนังสือสั่งการเรื่องดังกล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดินทางมาแสดงความคิดเห็นนั้น จะต้องเดินทางมาด้วยตัวเองพร้อมกับบัตรประชาชน และจะต้องเซ็นลงนามกำกับเอาไว้ด้วยเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ทั้งนี้ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อคำถามของนายกฯ ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมส่วนกลางที่กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตของ กทม. และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล

เผยต้องสแกนตัวตนละเอียดยิบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำถามทั้ง 4 ข้อของนายกฯ นั้น ผู้ที่จะแสดงความคิดเห็นจะต้องระบุชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ อายุ เพศ อาชีพ การศึกษา และหมายเลขโทรศัพท์ และท้ายแบบ สอบถามจะมีหมายเหตุระบุให้ผู้ตอบคำถามต้องลงชื่อกำกับไว้ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของคำถามทั้ง 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ 2.หากไม่ได้จะทำอย่างไร 3.การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศและเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และ 4.ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีก แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร โดยในคำถามข้อ 4 นี้มีการขีดเส้นใต้คำถามเอาไว้ด้วย

นายกฯยันไม่เลิกบัตรทอง 30 บาท

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (มินิคาบิเนต) ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) โดยมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ป.ย.ป. นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วม โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูประบบสาธารณสุขไทยยังมีปัญหาอีกหลายประการ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาระดับนโยบายที่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติ เพราะมีคนหลายกลุ่ม หลายระดับรายได้ ส่วนกรณีที่มีผู้แอบอ้างยกเลิกระบบบัตรทองหรือโครงการหลักประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรคนั้น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้เกิดการบูรณาการในส่วนงบประมาณสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อให้ตรงความต้องการและตามนโยบายรัฐบาล

ปัญหาค้ามนุษย์อยู่ที่จิตสำนึก

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 มอบรางวัลผู้ปฏิบัติงานหน่วยงาน และสื่อมวลชนดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และผู้ชนะรางวัลการประกวดภาพวาดเด็กและเยาวชน หัวข้อประเทศไทยปลอดภัยจากการค้ามนุษย์ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ตลอด 3 ปีอย่างต่อเนื่อง วันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ตั้งแต่ปี 2552 ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ทุกคนทราบดีว่าการค้ามนุษย์มีอย่างต่อเนื่อง มีหลายรูปแบบเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แอบแฝงมาในรูปธุรกิจการค้าและการบริการต่างๆ แม้จะมีกฎหมายมากมายเพียงใด ถ้าคนไม่มีจิตสำนึก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจมุ่งหวังแต่ผลกำไรก็ไม่มีวันแก้ได้ สิ่งสำคัญต้องสร้างจิตสำนึกดูแลผู้มีรายได้น้อยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะขอทาน โสเภณี แรงงาน

คาดโทษพวกอ้างเส้นใหญ่โดน 3 เท่า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา เราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียหาย เน้นแต่เพียงการจับกุม ต้องระมัดระวังเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย อย่างน้อยต้องทำให้ประเทศไทยปลอดจากการค้ามนุษย์ และสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมาย TVPA (ทิปป้า) ในการจัดระดับในรายงานประจำปีสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report เราต้องทำให้ต่างชาติเห็น อย่ามามัวทะเลาะกันเอง 3 ปีที่ผ่านมาแก้ปัญหามาตลอดและต้องทำให้ดีที่สุด กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ทำบทลงโทษให้เข็ดหลาบไม่ให้เข้าวงจร ทุกคนทั้งเจ้าหน้าที่ เหยื่อ ต้องช่วยกัน แม้จะยึดทรัพย์สินได้มาก ตนไม่ดีใจ ต้องยึดให้มากกว่านี้ ยึดให้เลิกกันไปเลย หลายคนอยู่ในวงจรแบบนี้มาตลอด หากรัฐบาลใดไม่ให้ความสำคัญ มันก็จะกลับมาอีก ต้องจับให้หมด การทำสำนวนต้องไม่ละเลย ไม่หลุดไปได้ แล้วมีคนไปกล่าวอ้างใครบอกมีเส้น ไม่มี ยิ่งเส้นนายกฯให้เพิ่มไป 3 เท่าเลย เส้น คสช.ก็เหมือนกัน ถ้าพบการใช้แรงงานผิดกฎหมายในธุรกิจจะต้องปิดโรงงานทันที

ย้ำข้อกังวลใจ ยันไม่คิดชี้นำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอบคุณสหรัฐอเมริกาที่เตือนเรื่องการค้ามนุษย์ ใครเตือนมาก็ทำหมด ส่วนการทำประมงผิดกฎหมายต้องจับ ขณะที่ประมงพื้นบ้านก็ต้องดูแลเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เข้าไปอยู่ในวงจรการค้ามนุษย์ ขณะเดียวกันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยกับเจ้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และถ้าแก้ปัญหาไม่ดี ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบฝ่ายเดียว ทั้งต้องประชาสัมพันธ์ภัยแฝงที่มากับค้ามนุษย์เพื่อแจ้งเตือนประชาชน และขอให้มีการปฏิรูปได้เลือกตั้งต้องได้คนดี นั่นคือความกังวลของตน ไม่ได้ชี้นำใครเลย ชี้นำไม่ใช่ชี้นำไปในทางที่ไม่ดี ชี้นำไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้ทุกคนช่วยทำให้ได้คนดี

ปิดปากไม่จ้อสื่อ 1 สัปดาห์แล้ว

กระทั่งเวลา 14.50 น. ภายหลังเสร็จพิธีเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2560 พล.อ.ประยุทธ์ยังคงปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนซึ่งเป็นเวลาครบหนึ่งสัปดาห์ ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปที่จะเดินทางไปเยือนสหรัฐฯพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนก.ค.นี้ มีการกำหนดวันหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า “ยังไม่มีการคอนเฟิร์ม”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังการประชุม ครม.ในวันที่ 6 มิ.ย. สื่อมวลชนยังคงสามารถที่จะตั้งคำถามล่วงหน้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ตามเดิม หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร โดยให้คณะทำงานโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ส่งคำตอบเผยแพร่ลงในแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่มสื่อประจำทำเนียบรัฐบาลเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา

“บวรศักดิ์” เผยจ่อริบเงินค้างท่อเข้ารัฐ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค มีการประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย (ทปก.) โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ในฐานะอนุกรรมการและโฆษก แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมพิจารณาร่างกฎหมายเร่งด่วน โดยเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องมาชี้แจง 3 ฉบับแล้วคือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ร่าง พ.ร.บ.มาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ และ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจ เพื่อสังคม จากนี้จะนำสู่การพิจารณาของ ป.ย.ป.เร็วที่สุด

ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน ทปก. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พูดถึงการนำเงินค้างท่อมาใช้ เช่น เงินในบัญชีธนาคารที่ไม่มีการเคลื่อนไหว 15 ปี เพราะมีเงินพวกนี้อยู่จำนวนมาก ในประเทศอังกฤษหากเงินในบัญชีธนาคารไม่มีความเคลื่อนไหว 15 ปี เขาจะให้ประกาศว่าเป็นเงินของใคร หากมีคนมารับก็คืนไป แต่หากไม่มีคนมารับ จะโอนเข้าบัญชีที่ทำประโยชน์ให้สาธารณะต่อไป

“บิ๊กเจี๊ยบ” ชี้ท่องเที่ยวหล่อลื่น ศก.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้เหตุผลเศรษฐกิจซบเซาเพราะรัฐบาลปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายจนขาดเงินหมุนเวียนในระบบว่า เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การท่องเที่ยวของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่เกื้อกูลต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยถือว่าประสบความสำเร็จ สร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก เป็นไปตามเป้าหมายที่ประเมินไว้ อยากขอให้คนไทยช่วยเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยเป็นหูเป็นตาเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ เมื่อถามว่า มีการประเมินการท่องเที่ยวอย่างไร หลังจากมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า รัฐบาลพยายามเน้นย้ำให้คนไทยเที่ยวในประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ก่อให้เกิดความรักชาติ ชาวต่างชาติจะมาหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อยากบอกว่าทุกพื้นที่ทั่วโลกมีเหตุรุนแรงด้วยกันทั้งสิ้น จึงอยู่ที่ว่าเราจะช่วยกันอย่างไร

ปชป.ชี้คนละเรื่อง ศก.ฝืด–ปราบโกง

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า เศรษฐกิจไม่ดีเนื่องจากการใช้นโยบายปราบปรามการทุจริตของรัฐบาลนั้น ต้องถามว่าการปราบทุจริตที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลของท่านเอง หรือยุครัฐบาลก่อนๆ อย่าพูดให้กำกวม เพราะเรื่องทุจริตโครงการรับจำนำข้าวก็เป็นงานค้างของฝ่ายค้านเดิม วันนี้คดียังไม่คืบหน้าถึงไหน หรือคดีวัดพระธรรมกายฟอกเงินหมื่นล้านบาท ที่ระดมเจ้าหน้าที่เป็นพันปิดล้อมวัดก็ไร้ผลงาน สองคดีใหญ่ไม่เห็นลงโทษ หรือนำเงินคืนเข้ารัฐและประชาชนได้แต่อย่างใด ดังนั้นงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกับการปราบทุจริตเป็นคนละเรื่องกัน อยากถามรัฐบาลว่า ถ้าท่านแก้ไขการทุจริตแล้ว ทำไมถึงเกิดเรื่องการทุจริตเงินงบประมาณที่รัฐบาลอุดหนุนให้จังหวัด และผู้นำชุมชน และผู้นำท้องถิ่น ความเหลื่อมล้ำยิ่งห่างมากขึ้นระหว่างคนรวย คนจน ประชาชนต่างคาดหวังให้นายกฯยกเครื่องปรับ ครม.เศรษฐกิจ ถ้าไม่ปรับก็ขอให้เลือกตั้งโดยเร็ว

“ยิ่งลักษณ์” ภูมิใจช่วยชาวนา

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กว่า 5 มิ.ย. วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ข้าวเป็นอาหารหลักมีวัฒนธรรมประเพณีเกี่ยวพันกับคนไทยลึกซึ้ง เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ อุทิศหยาดเหงื่อ แรงกาย กรำแดด หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลมีโอกาสดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนาจนสามารถลืมตาอ้าปากได้ ทำให้ราคาข้าวเหมาะสมกับต้นทุนการผลิต คุณภาพชีวิตชาวนาดีขึ้น รวมถึงโครงการอื่นในการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านแนวคิด เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายขยายโอกาส อยากให้ชาวนาทุกท่านภูมิใจที่เป็นผู้ปลูกข้าวเลี้ยงดูคนไทยทั้งประเทศ และยังผลิตข้าวคุณภาพเป็นที่ยอมรับระดับโลก แต่เชื่อว่าชาวนายังทุกข์ยากกับปัญหาต้นทุนการผลิตข้าวที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมและรอการช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญระลึกถึงชาวนาผู้เป็นกำลังสำคัญ และไม่ทอดทิ้งชาวนา

ร้อง “บิ๊กตู่” สอบ ธปท.ขาดทุนยับ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบผลการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า กรณีผลการดำเนินงานของ ธปท. เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2559 ขาดทุนสูง 139,533 ล้านบาท และในงบแสดงฐานะการเงินด้านหนี้สินและทุน มีตัวเลขหนี้สินรวม 4,963,953 ล้านบาท โดยมีตัวเลขผลขาดทุนสะสมสูงถึง 805,835 ล้านบาท ขณะที่ ธปท.มีทุนประเดิมเพียง 20 ล้านบาท หากเทียบสัดส่วนผลขาดทุนสะสมจะสูงถึง 40,921 เท่า น่ากังวลต่อฐานะการคลังของรัฐบาล จึงขอให้ นายกฯเร่งตรวจสอบสถานะทางการเงินและตัวเลขดังกล่าวและนำไปแก้ไขเพราะอาจจะมีผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและการคลังของรัฐ

42 องค์กรจี้นายกฯเร่งปฏิรูป ตร.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นางสมศรี หาญอนันทสุข ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ พร้อมแนว ร่วม 42 องค์กร เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เรียกร้องให้เร่งปฏิรูปตำรวจเป็นตำรวจจังหวัด และแยกงานสอบสวนเป็นอิสระออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นางสมศรีกล่าวว่า ที่นายกฯระบุว่า ควรปรับโครงสร้างเป็นตำรวจจังหวัดนั้น ถูกต้อง จึงขอให้นายกฯเร่งรัดทำเรื่องนี้ ตำรวจควรไปอยู่ในจังหวัด ภายใต้กรมปกครองของ 9 หน่วยงาน เป็นการกระจายอำนาจเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ รวมทั้งในการสอบสวนควรใช้กล้องบันทึกให้ปากคำด้วยกล้องเพื่อไม่ต้องมาถกเถียงกัน โดยกล้องที่บันทึกจากปากคำผู้ถูกสอบสวน ตำรวจ อัยการ ดูข้อมูลได้ว่าเคยมีการให้ปากคำตามนี้จริงหรือไม่

ส่งสารเชิดชูเกียรติวันชาวนา

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีสารเนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ 5 มิ.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า ขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวนาไทย อาชีพทำนามีความสำคัญกับประเทศไทย และผูกพันกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของไทยมาแต่โบราณ ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนาให้ดีขึ้น จึงส่งเสริมและสนับสนุนให้เปลี่ยนแปลงการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเกษตรสมัยใหม่ เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการสร้างนวัตกรรม ใช้แนวทางประชารัฐ เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร และมีศักยภาพเป็นผู้นำข้าวในตลาดโลก จะส่งผลให้เกษตรกรชาวนามีรายได้เพิ่มมากขึ้นพึ่งพาตนเองได้ สร้างชาวนารุ่นใหม่เพื่อทดแทนชาวนาปัจจุบันที่มีอายุมาก เพื่อให้การผลิตข้าวของประเทศไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ขอให้คนไทยทุกคนยกย่องเชิดชูเกียรติอาชีพชาวนา