บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธปท.แจงผ่อนคลายเงินทุน ตลาดผิดหวังมาตรการดัน “บาทแข็งต่อ”

“วิรไท” แจง 4 แนวทางผ่อนคลายเกณฑ์เงินตราต่างประเทศ ชี้ลดต้นทุนเอกชนได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท ด้านตลาดเงินผิดหวังมาตรการ ธปท. ส่งผลค่าบาทหลุด 34 บาท ก่อนกลับมายืนได้ช่วงปิดตลาด

น.ส.วชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงแนวทางการผ่อนคลายการแลกเปลี่ยนเงิน เพิ่มความสะดวกให้กับธุรกิจของภาคเอกชน ว่า ภายในปี 60 นี้ ธปท.จะเร่งดำเนินการผ่อนคลายเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินใน 4 เรื่องหลัก ประกอบด้วย เรื่องที่ 1.การลดขั้นตอนและเอกสารการขอแลกเปลี่ยนเงินลง โดยบางส่วนยกเลิกไปเลย และบางส่วนให้ใช้การยื่นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์แทน เรื่องที่ 2 ยกเลิกและผ่อนคลายเกณฑ์การบริหารความเสี่ยง โดยขยายการอนุญาตให้สามารถยกเลิกสัญญาการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำไว้ได้ในทุกกรณี รวมทั้งอนุญาตให้บริษัทในเครือป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบาทแทนกันได้

เรื่องที่ 3 เป็นการช่วยรายย่อยบริหารจัดการต้นทุนเงินตราต่างประเทศได้ดีขึ้น เช่น ธปท.จะอนุญาตให้บริษัทรับโอนเงินระหว่างประเทศ (Money Transfer Agent : MT) โอนเงินออกนอกประเทศ เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้ และให้ตัวแทนรับแลกเปลี่ยนเงิน (Money Changer : MC) ซื้อขายธนบัตรกับตัวแทนรับแลกเปลี่ยนเงินในต่างประเทศได้ เพื่อช่วยสนับสนุนการค้าชายแดนที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้น ยังผ่อนคลายให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้เงินบาทให้ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ลงทุนในไทย หรืออนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ที่เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยได้อีกด้วย

ส่วนการผ่อนคลายในเรื่องสุดท้ายในเรื่องที่ 4 นั้น จะทำในช่วงสิ้นปีนี้ เป็นเรื่องการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน เช่น การผ่อนคลายให้บุคคลธรรมดาที่เป็นรายย่อย มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 50 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท สามารถออกไปลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านตัวแทนการลงทุน ในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี และอนุญาตบริษัทหลักทรัพย์สามารถได้รับอนุญาตซื้อขายเงินตราต่างประเทศได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ธปท.ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายเงินทุนดังกล่าวออก ปรากฏว่า ค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นทันที โดยหลุด 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯไปช่วงหนึ่งก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากผิดหวังในมาตรการที่ ธปท.ออกมาว่า ไม่มีมาตรการที่ช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

ทั้งนี้ น.ส.วชิรากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้เป็นผลจากปัจจัยความผันผวนจากต่างประเทศเป็นหลัก และอาจจะมีความคาดหวังของตลาดในด้านต่างๆผสมอยู่ เพราะส่วนหนึ่งก็มีการเล่นเพื่อเก็งกำไร แต่เท่าที่ติดตามอยู่อย่างใกล้ชิด เงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับภูมิภาค ขณะที่ค่าความผันผวนของเงินบาทก็ต่ำกว่าหลายประเทศ ซึ่งถ้าค่าเงินสอดคล้องกับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะอยู่ที่อัตราใด ธปท.รับได้

ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้ เป็นเรื่องของความยากง่ายในการทำธุรกิจ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของภาคเอกชนที่ประเมินเป็นตัวเลขได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี แต่เรื่องของมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราประกาศครั้งนี้ โดยมาตรการป้องปรามเป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม และมีมาตรการที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์.