บริการข่าวไทยรัฐ

โจทย์ภายในยากกว่า

เมื่อ “เปรี้ยว-น้องเปรี้ยว-อีเปรี้ยว” กลายเป็นปรากฏการณ์

ประจาน “ไทยแลนด์โอนลี” เมืองไทยแห่งเดียวที่ “ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพ” กลายเป็น “เน็ตไอดอล” โด่งดังราวกับเป็นคนสำคัญระดับประเทศ

เหตุเกิดในสังคมไทยยุคสื่อโซเชียลมีเดียทรงอิทธิพล

“หลักการ” ถูกกระแสคลื่นแห่งอารมณ์เสพสื่ออย่างฉาบฉวยพัดล้มจนแทบไม่เหลือ

ผิด ชอบ ชั่ว ดี มาทีหลังเรื่องของความเด่นดัง

เอาเป็นว่า ปรากฏการณ์ “เปรี้ยว” ได้รับความสนใจจากสังคมมากกว่าการรับรู้ความเป็นไปในบ้านเมือง โดยเฉพาะข่าวการเมืองที่วนซ้ำไปซ้ำมากับเรื่องของความขัดแย้ง

ล่าสุดถึงคิวขัดลำกันเองของทีมงานแม่น้ำ 5 สาย

กับกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่ให้ กกต.ชุดปัจจุบันทั้ง 5 คน อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระนำไปสู่วาทกรรม “เซ็ตซีโร่” กกต.

สร้างความไม่พอใจให้กับ 5 เสือ โดยเฉพาะรายของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. คนดังที่ตั้ง “4 คำถาม” ย้อนศรกันแบบแสบๆคันๆ

นั่นไม่เท่ากับเสียงทักดักคอดังๆจากฝั่งนักการเมืองที่คัดค้าน ต่อต้านยุทธการเซ็ตซีโร่ กกต.ที่ส่อล้มกระดานฝ่ายจัดการเลือกตั้ง

เป็นมุกเลื่อนเลือกตั้งแบบไม่เนียน

เซียนการเมืองช่วยกันแห่กระแส ระแวงเกมลากยาวของรัฐบาลทหาร

ทุกอย่างถูกผูกเงื่อนไว้กับสถานการณ์เลือกตั้ง

ไฟต์บังคับตามสัญชาตญาณของนักการเมืองอาชีพที่โหยหาเวทีสภา อยากหวนคืนสนาม หลังจากตกงานมา 3 ปีจนเข้าสู่ปีที่ 4 ทนอดอยากปากแห้งต่อไปไม่ไหวแล้ว

ตามแนวโน้มสถานการณ์แบบเนียนๆที่โคตรเซียนยี่ห้อประชาธิปัตย์ใช้ฉากการหวนคืนถ้ำของทีมงาน กปปส. จัดอีเวนต์โชว์สื่อในห้องกาแฟของพรรค

กระตุกกระแสกองเชียร์ให้กลับมาคึกคักแต่หัววัน

ทั้งๆที่ คสช.ยังไม่ได้ปลดล็อกกฎเหล็กห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมแต่อย่างใด

ที่แสบกว่านั้นก็คือการแท็กทีมแตะมือกับพรรคเพื่อไทยเปิดยุทธการเบิ้ล บลัฟ วิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลในรอบ 3 ปี

ประชาธิปัตย์เป็นค่ายเดียวที่ตีกินกระแสได้แทบทุกช็อต

และก็เหมือนเพิ่งตั้งหลักได้ ตามจังหวะที่รัฐบาล คสช. เริ่มปฏิบัติการแถลงโชว์ผลงานครบรอบ 3 ปี ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทยทางสถานีโทรทัศน์

เน้นไปที่การแก้ปัญหาธงแดงไอเคโอ สางปมปัญหามาตรฐานการบินพลเรือน

ตามรูปการณ์ช็อตต่อไปก็คงจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาสินค้าประมงจากปมการค้ามนุษย์ที่โดนแบนจากต่างประเทศ สามารถปลดล็อกจากระดับเทียร์ 3 กลับมาสู่เทียร์ 2 ได้สำเร็จ

2 ช็อตสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นโบแดงของรัฐบาลอำนาจพิเศษ

คสช.ต้องเฟ้นเนื้องานที่จับต้องได้ แก้เหลี่ยมเกมประจานกันลอยๆแบบนักการเมือง

ตามท้องเรื่องมาถึงจุดนี้ ดูท่าแรงเสียดทานภายในจากการทุบทำลายความเชื่อมั่นกันเอง ของขบวนการร่วมด้วยช่วยกันเขย่ารัฐบาลทหาร คสช. เร่งเกมเลือกตั้ง

จะกลายเป็นโจทย์ที่เคลียร์ยากกว่าแรงเสียดทานนอกประเทศ

ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญทางเศรษฐกิจ

ล่าสุดที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ขนคณะใหญ่บินไปโรดโชว์เมกะโปรเจกต์ที่ประเทศญี่ปุ่น เชิญให้มาร่วมลงทุนที่เมืองไทย

อีกด้านก็มีโปรแกรมที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เตรียมเหินฟ้าไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคม ตามคำเชิญของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”

สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมถึงจีน ขาใหญ่โลกที่รัฐบาล คสช.ต้องเหนื่อยในการประคองดุลอำนาจ

และถึงที่สุดเลย เมื่อเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันลงตัวก็จบโดยดี

แต่ที่ไม่จบก็คือการเมืองไทยที่ไร้ซึ่งคำว่า “สปิริต” เพื่อชาติ.

ทีมข่าวการเมือง