บริการข่าวไทยรัฐ

'ศรีวราห์' ลงตราดสอบ 'จ่าอากาศ' เตรียมขายผลจับอีก 2 ราย

ลุยเอง!! "ศรีวราห์" ลงพื้นที่ จ.ตราด แถลงข่าวการจับกุม "จ่าอากาศ" ขนอาวุธปืนสงครามจำนวนมากขายให้ชนกลุ่มน้อย ประเทศพม่า ขณะที่เจ้าตัวยันทำคนเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และความวุ่นวายในบ้านเมือง ด้าน ตร.นำตัวผู้ต้องหาขออนุญาตศาลฝากขัง และจะสาวไปถึงผู้ต้องสงสัยอีกสองราย...

ความคืบหน้าคดี จ่าทหารอากาศ ลักลอบขนอาวุธสงคราม ที่ จ.ตราด ล่าสุดวันนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ทำการแถลงข่าวความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมกับนำตัว พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 203/1023 ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี พร้อมของกลางอาวุธสงคราม ป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลข กพ 7625 ขอนแก่น จำนวน 2 แผ่น, วิทยุติดรถยนต์พร้อมรีโมต จำนวน 1 ชุด และเงินสดอีกจำนวน 9,093 บาท บัตรประจำตัว กอ.รมน. ระบุชื่อ พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ มาทำการแถลงข่าว

โดย พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบค้าอาวุธสงครามจริง โดยนำเข้ามาจากประเทศกัมพูชา และจะส่งไปขายยังประเทศพม่า แต่ไม่ยอมบอกว่านำมาจากใคร และจะไปส่งให้ใคร ส่วนการค้าอาวุธสงครามได้ทำมาในลักษณะนี้แล้วประมาณ 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งตนเป็นผู้กระทำเพียงคนเดียวโดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้อง พร้อมกับยืนยันว่าอาวุธสงครามทั้งหมดถูกส่งไปขายยังประเทศพม่าเพียงอย่างเดียว และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ภายในบ้านเมือง แต่อย่างใด

พล.ต.อ. ศรีวราห์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคงเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบการค้าอาวุธสงครามและอาวุธปืนเถื่อน การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีดังกล่าว โดยให้มีการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำผิด และให้พิจารณานำมาตรการฟอกเงินมาใช้ด้วย สำหรับป้ายทะเบียนตรากงจักร 1510 ที่ใช้ติดรถยนต์ของผู้ต้องหานั้น ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทะเบียนปลอม ซึ่งผู้ต้องหาได้ซื้อมาจากร้านค้าของเก่า ย่านสะพานเหล็ก กรุงเทพฯ สำหรับบัตรประจำตัว กอ.รมน. ที่ระบุชื่อ พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ นั้นก็เป็นบัตรที่ออกมาโดยไม่ถูกต้อง เป็นบัตรปลอม สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิด อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรตามพฤติการณ์ และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งนี้ ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่รีบสอบสวนขยายผลให้เสร็จภายใน 7 วัน

ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ นายพิสิษฐ์ เลียง อายุ 29 ปี สัญชาติกัมพูชา และนายจักรพงษ์ ไกรเรือง อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 74 หมู่ 4 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวในวันที่เกิดเหตุ ยังคงให้การปฏิเสธ จึงยังไม่สามารถนำตัวมาแถลงข่าวได้นั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดและมั่นใจว่าผู้ต้องหาทั้งอีก 2 ราย มีความเชื่อมโยงกับการขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามในครั้งนี้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินการขออนุญาตศาลจังหวัดตราดในการฝากขังเพื่อดำเนินคดีและขยายผลต่อไป

สำหรับกรณีที่มีสำนักข่าวบางสำนักได้รายงานข่าวว่ารถยนต์ ยี่ห้อ แลนด์โรเวอร์ สีขาว ทะเบียน PHNOM PENH 2AD 5629 เป็นของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้าน โดยอ้างการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี ผกก.ตม.จว.ตราด ล่าสุด วันนี้ พ.ต.อ.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี ผกก.ตม.จว.ตราด ได้เดินทางเข้า สภ.แหลมงอบ ลงบันทึกแจ้งความดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวดังกล่าว เนื่องจาก พ.ต.อ.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี ผกก.ตม.จว.ตราด กล่าวว่า ตนไม่เคยให้ข่าวในลักษณะดังกล่าว ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตนเป็นอย่างมาก.