บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คสช.สั่งคุมเข้มยาเสพติด อาวุธสงคราม แรงงานเถื่อน ครอบคลุมทุกพื้นที่

คสช.วอน ปชช.ร่วมมือกันเร่งระบายน้ำ แก้ปัญหาอุทกภัย พร้อมสั่งเข้ม ขยายผล ปราบยาเสพติด อาวุธสงคราม แรงงานเถื่อน ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 60 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. โดยกล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ กทม. โดยโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ร่วมกับหน่วยงานราชการ ประชาชน และจิตอาสา เข้าสำรวจขุดลอกคูคลองและท่อระบายน้ำที่อุดตัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของ คสช. และรัฐบาลขอให้ทุกส่วนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.ให้ใช้เครือข่ายผู้นำชุมชนและศักยภาพของกรุงเทพมหานครเป็นหลัก ในการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ สำหรับในพื้นที่ปริมณฑลและในต่างจังหวัด ให้รีบเตรียมการไว้ล่วงหน้าสำหรับรองรับปริมาณน้ำ ที่จะเพิ่มขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ ควบคู่ไปกับการหาวิธีการอื่นๆ ที่จะช่วยเสริมหรือแก้ปัญหาอุทกภัยได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ ระบุต่อว่า นอกจากนี้ เลขาธิการ คสช.กล่าวว่า อยากให้ข้อสังเกตในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้วยมาตรการที่เข้มข้น ขณะที่ผู้กระทำผิดพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการและรูปแบบต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบและจับกุม ล่าสุด มีการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กและระบบรับส่งพัสดุทางไปรษณีย์ในการลักลอบค้ายาเสพติดและอาวุธสงคราม รวมทั้งการจับกุมอาวุธสงครามได้ในพื้นที่ชายแดน แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวในเรื่องการค้าอาวุธอยู่ ทั้งนี้เลขาธิการ คสช.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบค้นและขยายผลไปให้ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งมอบหมายให้ทุกกองทัพภาคดำเนินการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวด้วย สำหรับในพื้นที่ชายแดนได้เน้นย้ำในด่านตรวจต่างๆ มีความรัดกุมในการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย การตรวจยานพาหนะทุกประเภทไม่เว้นแม้แต่รถของทางราชการ หรือรถส่วนบุคคลที่นำป้ายสัญลักษณ์ของทางราชการมาติดเพื่ออำพราง เพื่อให้การสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้กระทำผิดให้มากที่สุด นอกจากนี้ ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเข้มงวดเป็นพิเศษ ในการตรวจสอบแรงงานผิดกฎหมายที่พบ ว่า ยังคงมีขบวนการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ โดยให้ตรวจสอบครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางที่ใช้แรงงาน และให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบเป็นไปตามขั้นตอน