บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บอย ยูนิตี้’ ฟ้องดีเอสไอ 50ล. ทำธุรกิจเสียหาย โอดโดนบิ๊กยธ.กลั่นแกล้ง

"บอย ยูนิตี้" ไฮโซชื่อดัง ควงทนายแถลงฟ้อง "ดีเอสไอ" เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน กรณีโชว์รูมถูกสั่งปิด รถหรูโดนอายัดอีก 34 คัน ทำให้ธุรกิจเจ้าตัวเสียหายหลายร้อยล้าน โอดเคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงยุติธรรม ทำให้โดนกลั่นแกล้ง...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 มิ.ย.60 ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ถนนเลียบทางด่วนอาจณรงค์รามอินทรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัดและบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมด้วยนายเจริญ แก้วยอดหล้า ประธานที่ปรึกษาบริษัท เอสทีที ออโต้เซอร์วิส จำกัด นายไสว ทองโชติ ทนายความ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากดีเอสไอมูลค่า 50 ล้านบาท หลังบริษัทโชว์รูมรถของตนโดนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอปิดทำการและไม่สามารถประกอบกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายอินทระศักดิ์ เปิดเผยว่า รถยนต์ทั้งหมดจำนวน 34 คันที่ถูกดีเอสไอกล่าวหาว่ามีการนำเข้าโดยผิดกฎหมายนั้น ตนได้มีการแสดงราคาอย่างถูกต้องตามหลักการการประเมินของคณะกรรมการภาษีอากรกรมศุลกากร ที่จะมีการเทียบราคากลางจากเว็บไซต์บริษัทผู้ผลิต โดยทางบริษัทนำเข้าได้ว่าจ้างบริษัท ชิปปิ้ง เป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารและพิธีการทางศุลกากร ซึ่งรถยนต์ 1 คันจะต้องมีการเสียภาษีร้อยละ 328

นายอินทระศักดิ์ เปิดเผยต่อว่า การที่ดีเอสไอเข้ามาอายัดรถในบริษัทของตน ทำให้ธุรกิจเสียหายหลายร้อยล้าน เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเสียชื่อเสียงและหมดความน่าเชื่อถือ และขณะเจ้าหน้าที่ทำการอายัดรถก็ไม่ได้มีการแสดงเอกสาร การเข้าตรวจค้นหรือหลักฐานว่ารถเป็นที่ถูกโจรกรรมมา ซึ่งตนยินดีชี้แจ้งพร้อมนำหลักฐานเอกสารการซื้อรถอย่างถูกต้องถ้าดีเอสไอจะเรียกเข้าไปชี้แจงถึงรถยนต์จำนวน 34 คัน ที่ถูกอายัด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังกล่าวว่าได้รับการประสานจากประเทศอังกฤษให้เข้าตรวจสอบรถดังกล่าวนั้น ขณะนี้ทางบริษัทได้ให้ทนายความตรวจสอบไปยังประเทศอังกฤษว่ามีการประสานงานมาเพื่อตรวจสอบรถตามที่ดีเอสไอกล่าวหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว

"วันนี้ผมจึงดำเนินการฟ้องดีเอสไอในข้อหา "ละเมิด" และเรียกร้องค่าเสียหาย 50 ล้านบาท เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเนื่องจากนำกำลังและรถยนต์มาปิดหน้าทางเข้าโชว์รูมรถทั้ง 2 ที่ของตน โดยไม่มีหมายจากศาลแต่อย่างใด และเมื่อทวงถามไป กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าตนมีความผิดอะไร ทราบเพียงว่าต้องการอายัดรถของตนกว่า 30 คัน ในข้อหา "สำแดงเท็จ" เท่านั้น และไม่ได้มีหลักฐานที่ระบุว่ารถในโชว์รูมตนมาจากการโจรกรรมตามที่กล่าวอ้าง จึงอยากฝากถามไปถึงดีเอสไอว่าการกระทำดังกล่าวนั้นถูกต้องแล้วหรือ ทั้งนี้ นายอินทระศักดิ์ ยังยืนว่า มีเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง รถทุกคันมีเลขตัวถัง ไม่มีการโจรกรรมมา รวมทั้งมีการเสียภาษีในประเทศไทยอย่างชัดเจน" บอย ยูนิตี้กล่าว

นายอินทระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนรถลัมโบร์กินี สีเขียว ที่ดีเอสไอระบุว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากต่างประเทศตามที่เป็นข่าวนั้น ตนชี้แจงว่าวันที่นำเข้ารถคันดังกล่าวคือเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนำเข้าตนเสียภาษีเรียบร้อยแล้ว โดยทางตำรวจกองปราบ ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกรมศุลกากร สงสัยว่ารถดังกล่าวจะเข้ามาผิดกฎหมาย จึงขอตรวจสอบ ซึ่งสุดท้ายก็พบว่ารถดังกล่าวมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย กระทั่งวันที่ 3 ก.พ. ตนจึงลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า รถคันดังกล่าวดำเนินการทุกอย่างถูกต้อง

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะแถลงข่าว ได้มีการนำรูปถ่ายที่เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ มาปิดกั้นโชว์รูม และเอกสารรถจำนวน 2 คัน ที่ถูกส่งไปประเทศฮ่องกงที่เกิดปัญหาขึ้น โดยทางดีเอสไอ อ้างว่า เป็นรถที่ดีเอสไอบอกว่าผิด ขณะนี้ตนกำลังนำรถดังกล่าวมาให้ตรวจสอบ นอกจากนี้ นายอินทระศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งตนสงสัยว่าอาจจะเป็นสาเหตุที่ตนโดนกลั่นแกล้งในครั้งนี้.