บริการข่าวไทยรัฐ

AI : ปัญญาประดิษฐ์พลิกโลก

ไม่กี่วันที่ผ่านมา เทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial intelligence (AI) ของกูเกิล ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการถล่มเซียนหมากล้อมชั้นนำของโลกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ล่าสุดมือหนึ่งแชมป์โลกจากประเทศจีน โดนถลุงไป 3 นัดซ้อน

AlphaGo (อัลฟาโกะ) ถูกพัฒนาขึ้นด้วยการศึกษารูปแบบการเล่นหมากล้อมเดิมๆ และทำการฝึกฝนรูปแบบการเดินหมากด้วยตนเอง ถูกมองว่าสมควรที่จะขึ้นชั้นมาเป็นครูฝึกให้มือสมัครเล่นและมืออาชีพสำหรับการยกระดับฝีมือการเล่นหมากล้อม

เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แต่ถูกพัฒนาตามลำดับมาหลายสิบปีต่อเนื่อง “ปัญญาประดิษฐ์” เป็นส่วนหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป็นความชาญฉลาดที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ที่เกี่ยวพันกับระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผลและระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล โดยมีการแตกแขนงการพัฒนาออกเป็นจำนวนมาก

เป้าหมายที่แท้จริงก็คือการพัฒนาเพื่อมารับใช้มนุษย์เราให้มีความสะดวกสบายและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง แต่มีผู้มองว่าด้วยความชาญฉลาดขึ้นทุกวัน ด้วยการพัฒนาไปสู่ยุคล้ำอาจจะเป็นจุดจบของมนุษยชาติในที่สุดดังเช่นในภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์หลายยุคสมัยที่สะท้อนถึงการหวั่นวิตกนี้

ในวันนี้มนุษย์เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับ AI กันมากมาย บางคนก็รู้ บางคนอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่เราสื่อสารอยู่นั่น เป็นการสื่อสารกับ AI ไม่ใช่กับมนุษย์ ที่เห็นชัด ใช้กันมากและรู้จักแพร่หลายก็คือแอพพลิเคชั่น Siri ของแอปเปิล ที่เริ่มต้นการพัฒนาการระบบ AI ให้เป็นจริงขึ้นมา

มาพร้อมความสามารถอัจฉริยะคือ ใช้ภาษาของมนุษย์โต้ตอบกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานเสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยตอบคำถามให้กับเรานั่นเอง ทางแอปเปิลมองอนาคตของสมาร์ทโฟนว่า มันจะไม่หยุดอยู่ที่การใช้งานด้วยมือ แต่จะสั่งการใช้งานด้วยเสียง, การเคลื่อนไหว, สายตาได้หมด

ล่าสุดแอปเปิลได้ทุ่มทุนซื้อกิจการสตาร์ตอัพที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อนำไปพัฒนา Siri ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ถึงคำสั่งใหม่ๆ และมีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นและพร้อมกับการแข่งขันระหว่างผู้ช่วยส่วนตัวที่มีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงไม่ว่าจะเป็น Alexa ของ อเมซอน Cortana ของไมโครซอฟท์และ Google Assistant เป็นต้น

ขณะเดียวกัน Chatbot ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นที่นิยมในการใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดและเข้าถึงลูกค้าสมัยใหม่ เรียกได้ว่าดูแลกันไม่บกพร่องตลอด 24 ชั่วโมง และ 7 วันเต็มตลอดสัปดาห์ ต้องพึ่งเทคโนโลยี AI เพื่อให้เข้าใจภาษามนุษย์เพื่อที่จะสนองตอบต่อความต้องการและตอบคำถามที่ลูกค้าต้องการ ช่วยเหลือมนุษย์ในการดูแลเว็บและดูแลลูกค้าได้ทั่วถึงรวมไปถึงการเชื่อมต่อธุรกิจต่างๆ ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายล้วนแต่ใช้เครื่องมือนี้ทั้งนั้น

สำหรับการนำไปใช้ช่วยรักษาพยาบาล การดูแลสุขภาพในวงการแพทย์ คาดกันว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จากการเรียนรู้ข้อมูลทางด้านการแพทย์จะทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูล วินิจฉัยอาการป่วยของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และแนะแนวทางการรักษาแบบเรียลไทม์ สำหรับโรคมะเร็งหรือเบาหวานสามารถวิเคราะห์โรคออกมาได้เพียงไม่กี่นาที ที่สำคัญจะช่วยลดขั้นตอนและลดค่าใช้จ่ายในการรักษา

ด้านอาชีพกฎหมาย ถูกมองว่าจะเป็นอาชีพที่เทคโนโลยี AI จะทำงานร่วมกับมนุษย์เพราะขีดความสามารถการอ่านเอกสาร เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางด้านข้อกฎหมายจะช่วยเหลือนักกฎหมายได้เป็นอย่างดี หรือการนำมาใช้เขียนบทความ การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ และอีกสารพัดที่จะเห็นได้ในยุคนี้

เทคโนโลยี AI จะยิ่งมีความสำคัญในอนาคต ธุรกิจจะอยู่รอดหรือไม่นั้นจะปรับตัวรับและนำไปใช้อย่างไร ทางผู้บริหารไมโครซอฟท์มองว่า ควรนำมาใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่นำมาทำงานแทนมนุษย์ ขณะที่ผู้พัฒนาอัลฟาโกะ ในเครือกูเกิลได้ออกตัวว่า ไม่ได้หมายความว่า “AI” จะมีความชาญฉลาดกว่ามนุษย์อาจถึงขั้นพัฒนาตนเองมาทำลายล้างมนุษยชาติ

แต่หมายความว่าต่อไปจะถูกพัฒนาจนมีขีดความสามารถแย่งงานของมนุษย์เรา เตรียมตั้งรับให้ดี!!

ธวัชชัย ขจรวานิชไพบูลย์