บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ติดเซ็กซ์ ไม่รักชาติ!? ไขเรื่องลับ ไทเกอร์ วูดส์ เพราะบาดเจ็บจากข้างใน

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ของอดีตนักกอล์ฟมือวางอันดับ 1 ของโลกอย่าง  “ไทเกอร์ วูดส์” เมื่อถูกจับกุม ข้อหาเมาแล้วขับ ก่อนได้รับการประกันตัว โดยผลการตรวจไม่พบแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาได้ถูกจับในข้อหานี้มาก่อนเมื่อปี 2009 หลังขับรถชนต้นไม้ โดยมีผลพวงมากจากการทะเลาะวิวาทกับอดีตภรรยา เอลิน นอร์เดเกรน

หลังจากนั้นชีวิตของโปรกอล์ฟระดับโลกกลับดิ่งลงเหว เมื่อมีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องชู้สาว ซึ่งเขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นมากถึง 121 คนตลอดช่วงเวลา 5 ปี รวมทั้ง อาการติดเซ็กซ์ของเขาด้วย ส่งผลให้ภรรยาชาวสวีดิช เอลิน นอร์เดเกรน ฟ้องหย่าด้วยสาเหตุนอกใจ จนทำให้เขาต้องเข้าบำบัดรักษาอาการติดเซ็กซ์ ซึ่งจากเรื่องนี้ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นของอดีตยอดนักกอล์ฟมือหนึ่ง ตกลงไปอย่างน่าใจหาย 

ถึงแม้ว่าช่วงหลังมานี้ฟอร์มการเล่นของไทเกอร์เหมือนจะกลับมาเข้าที่ แต่ก็ต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณหลัง และต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 3 ครั้งในรอบ 19 เดือนด้วย


และนั่นก็เป็นเพียงภาพตัวตนภายนอกที่หลายคนได้รับฟังจากการรายงานข่าวในช่วงชีวิตขาลงของอดีตนักกอล์ฟมือ 1 ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่โดยเนื้อแท้แล้ว นักกอล์ฟลูกครึ่งไทย-อเมริกัน คนนี้เขาเป็นคนอย่างไร คนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะรู้ ซึ่งเชื่อว่าในเมืองไทยคงมีไม่กี่คนที่จะได้รู้จัก ใกล้ชิด พูดคุย สัมผัสตัวตนชายคนนี้

หนึ่งในบุคคลที่ว่านี้ คือ คุณนก “บัวบาน โชคมนทิน” อดีตนักข่าวสยามกีฬา ประจำประเทศสหรัฐฯ เธอได้ติดตามไทเกอร์ วูดส์ ตลอดระยะเวลาที่ทำข่าวที่นั่นถึง 5 ปี ได้พบเจอกว่า 30 ครั้ง ได้คุย 7-8 ครั้ง และเป็นนักข่าวสาวชาวไทยเพียงคนเดียว ที่เคยได้เห็น ได้สัมผัส ได้ใกล้ชิด ดาวดังระดับโลกในทุกหลุมที่เขาตี ตั้งแต่หลุมแรกจนหลุมสุดท้าย 4 วันติดต่อกันจนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ และเธอยังบอกด้วยว่าเป็นเรื่องราวที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ที่นี่เป็นที่แรก!

‘อะไรคือจุดพลิกผันที่ทำให้ไทเกอร์อันดับตกลงมาได้มากมายเช่นนี้’

คุณบัวบาน เล่าจากประสบการณ์ที่เคยสัมผัสตัวตนของโปรกอล์ฟมือ 1 ของโลก ว่า คิดว่าคงมีหลายๆ เรื่อง คนเราไม่ว่าทำอะไรใจเป็นเรื่องสำคัญ เขาไม่ได้บาดเจ็บแค่เพียงอาการภายนอก เขาบาดเจ็บจากข้างใน ในใจเขาไม่มีอะไรเยียวยา ความรักเป็นอันดับแรก การที่หย่าขาดจากภรรยาเป็นเพียงภาพภายนอก แต่ภาพภายในนั่นคือ เขาขาดความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว เพราะนั่นหมายถึงลูก ความรักของครอบครัว คุณพ่อเสียชีวิต หย่ากับภรรยา ลูกก็ไม่ได้อยู่ด้วยเป็นครอบครัว

คนเราเมื่อมันขึ้นสู่จุดสูงสุดมาก่อนมันไม่มีแรงบันดาลใจอะไรมากไปกว่า “ความรัก” ขาดความอบอุ่นในครอบครัว ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนรอบข้าง มันก็เลยขาดความมั่นใจ เป็นระดับของความล้มเหลว พอขาดความมั่นใจต่อให้มือตีได้ กอล์ฟกับลูกเล็กๆ หากขาดความมั่นใจตีไม่โดนอยู่แล้ว

กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่มาจากภายใน และมันจึงส่งผลให้ไม่ได้ตามคาดหวัง ไม่เกิดความมั่นใจในเกมกอล์ฟ พอเกิดขึ้นบ่อยๆ อาการบาดเจ็บก็ตามมา เพราะไทเกอร์เป็นคนเล่นกอล์ฟสไตล์ดุดัน ใช้กำลังเยอะ ตีหนักหน่วง พอไม่ได้ดั่งใจ ไม่เป็นไปตามคาดหวัง การฝึกซ้อมที่เข้มข้นขึ้นในสภาพที่ไม่พร้อม อาการบาดเจ็บก็จะตามมา ผลงานก็จะแสดงออกมาให้เห็นจากอันดับ

คุณบัวบาน กลั่นคำพูดออกมาจากใจว่า รู้สึกเห็นใจ เข้าใจ มากกว่า เพราะได้เห็นทั้งความดี และความผิดพลาดในชีวิตของไทเกอร์ ซึ่งมันเป็นเรื่องของปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง มีช่วงเวลาที่ดี มีช่วงเวลาที่แย่ในชีวิต มีวันขึ้นจุดสูงสุดและตกต่ำ มีวันที่ผู้คนห้อมล้อมมาเอาอกเอาใจ เวลาเดินทางไปที่ไหนมีแต่คนเอาผู้หญิงมาเสนอให้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องความผิดพลาดในชีวิตของเขาที่เขามีภรรยาอยู่แล้ว และก็มีวันที่ผู้คนทิ้งเขา

แต่ในคุณความดีที่เขาได้ทำให้กับส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิไทเกอร์ วูดส์ มูลนิธิเพื่อเด็กยากจน เพื่อเด็กพิการ คุณความดีที่เขา ไปเล่นกอล์ฟเพื่อการกุศล เขาเสียสละชีวิตเขาทั้งชีวิต นับตั้งแต่เด็กกระทั่งถึงวันนี้เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหลายๆ คนหันมาเล่นกอล์ฟ เพียงแต่น่าเสียดายที่เขาพลาด และขาดโอกาสมีคนใกล้ชิดดีๆ ที่จะมาช่วยปกป้องเขาจากความผิดพลาด

‘เขาว่า...ไทเกอร์ไม่รักชาติ เป็นลูกครึ่งไทยแต่กลับไม่ลงเล่นให้ทีมชาติ’

คุณบัวบาน เล่าถึงประเด็นนี้ให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า เป็นเรื่องที่เล่าลือมา แต่วงในก็บอกได้ว่าคุณแม่ของไทเกอร์เคยพยายามเสนอผู้ใหญ่ให้ไทเกอร์มาเล่นกอล์ฟในนามทีมชาติไทย แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากเงื่อนไขหลายอย่างอาจจะไม่เข้าใจกัน ไทเกอร์ อยู่อเมริกาและขอที่จะซ้อมที่นั่น แต่ทางไทยตอนนั้นต้องการให้มาซ้อม ซึ่งเท่าที่ทราบจากพี่ๆ ในวงการสมัยนั้น คุณแม่ขอว่า ขอให้ซ้อมที่อเมริกา และคงมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่ไม่ลงตัว การมาร่วมทีมชาติไทยจึงไม่เกิดขึ้น ส่วนที่จะให้มาเล่นในนามทีมชาติไทยหลังจากนั้นเป็นไปได้ยากอยู่แล้ว ไทเกอร์เป็นลูกครึ่งเมื่อเขาเลือกที่จะเริ่มเล่นให้ทีมชาติสหรัฐฯ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยหลายๆ อย่างพร้อมและเหมาะสมมากกว่า

"ไทเกอร์ตอนนั้นก็อายุ 10 กว่าขวบ เรื่องที่เขาอยากเล่นให้ทีมไหนคงเป็นการตัดสินใจของคุณพ่อคุณแม่แต่ถ้าเรื่องที่ได้ฟังมาเป็นจริง เขาก็คงได้ทราบเรื่องว่ามาเล่นให้ทีมไทยไม่ได้ด้วยเหตุผลต่างๆ เด็กเท่านั้นอาจจะคิดไปต่างๆ นานา ได้ แต่เชื่อว่าประเด็นเรื่องเล่นทีมชาติไทยสำหรับไทเกอร์ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปคาดหวังนัก เพราะโดยสัญชาติและการถือกำเนิดเขาเป็นอเมริกันเต็มตัว เกิดและเติบโตที่นั่น มีคุณแม่เป็นคนไทยเลือดไทยก็จริงค่ะ" อดีตนักข่าวผู้ใกล้ชิด เล่าเบื้องลึก

‘เขาว่า...ไทเกอร์หยิ่ง’

หลายต่อหลายคนยังมองว่า ไทเกอร์หยิ่ง คนที่ไม่ได้ลายเซ็นก็เอามาเขียนด่า แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าไทเกอร์เซ็นลายเซ็นให้คนเดียว คนทั้งสนามจะวิ่งกรูกันเข้ามาหา หรือนักข่าวที่อยากถามคำถามแต่ไม่ได้ถามก็มองว่าหยิ่ง คนที่ได้ถามก็ดีใจ นักกอล์ฟระดับโลกแบบนี้ ต้องมีกำแพงปกป้องตัวเองอยู่ เพราะเขาเป็นมืออาชีพ!

คุณบัวบาน เล่าว่า โดยมารยาทและกติกานักข่าวจะไม่ค่อยขอลายเซ็นหรือถ่ายภาพกับนักกีฬา เพราะถือว่าเรามีโอกาสใกล้ชิดมากกว่าแฟนๆ ยิ่งในประเทศสหรัฐฯจะมีกฎข้อห้ามของนักข่าวเลย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นครั้งแรกครั้งเดียวที่ขอลายเซ็นนักกีฬา ซึ่งก็คือ ไทเกอร์ วูดส์ โดยเหตุเกิดที่ลานจอดรถ ขณะที่ต่างคนต่างกำลังจะกลับบ้าน

“พี่มองหน้า ไทเกอร์ก็ยิ้มให้ พี่ก็เดินเข้าไปบอกว่า ‘Can I have your autograph?’ ไทเกอร์หัวเราะแล้วบอก ‘Of course, what do you want for?’ เขาแกล้งพี่ๆ ก็บอกว่า ‘Keep it’ เขาก็ยิ้มๆ แล้วก็เซ็นใส่หน้าปกสมุดกอล์ฟเล่มหนึ่งให้” อดีตนักข่าว เล่าถึงความน่ารักของยอดนักกอล์ฟระดับโลก

นอกจากนี้ ยังแอบกระซิบอีกว่า หากเรียกชื่อไทย “คุณต้น พี่ต้น” ไทเกอร์จะหันมายิ้มให้ หรือบางครั้งก็เดินมาเซ็นลายเซ็นให้เลยด้วย

แท้ที่จริง...เขาเป็นคนฉลาด และช่างสังเกต

คุณบัวบาน เล่าต่อว่า ปกติไม่ใช่นักข่าวทุกคนจะเดินตามทุกหลุมทุกช็อต บางทีจะยืนดูตอนทีออฟและเดินไปดักรอที่หลุมสุดท้าย หรือกลับเข้าไปดูหลุมที่สวยๆ เพื่อให้ได้ภาพและข่าวเท่านั้น นี่คือนิสัยนักข่าว แต่มีนักข่าวน้อยคนมากที่จะดูไทเกอร์ทีออฟตั้งแต่ช็อตแรกจนช็อตสุดท้ายจริงๆ

ขณะที่เธอเป็นนักข่าวสาวเอเชียเพียงคนเดียวที่เดินตามพญาเสือตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายทุกหลุม และตอนภาคบ่ายที่ธงชัย ใจดี ลงเล่นก็กลับไปดูนักกอล์ฟไทย โดยเธอบอกว่า เดินวันละ 36 หลุม และทุกครั้งที่ไทเกอร์เล่นเธอจะมาเดินดูเขาทุกหลุม และนั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไทเกอร์จดจำนักข่าวสาวชาวไทยอย่างเธอได้นั่นเอง

“ไทเกอร์เป็นคนที่ฉลาดมาก เขาเห็นทุกคน เขารู้ว่านักข่าวคนไหนตามหรือไม่ตามเขา หรืออยู่ดีๆ มาถามที่ห้องแถลงข่าว แต่ไม่เคยมาเดินตามเขาเลย เขารู้ และเขาจำเราได้ว่าเราเป็นนักข่าวสาวเอเชียที่เดินตามเขาตั้งแต่หลุมแรกจนหลุมสุดท้าย” คำบอกเล่าจากอดีตนักข่าวผู้มากประสบการณ์กว่า 16 ปี

คำถามสุดประทับใจ จากนักข่าวสาวชาวไทยถึงไทเกอร์ วูดส์

ขณะที่ วันนั้นหลังจากอดีตนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก ได้แชมป์ PGA Championship 2006 ที่ รัฐอิลลินอยส์ ตอนที่อยู่ในห้องแถลงข่าว มีนักข่าวรอสัมภาษณ์สุดยอดแชมป์กว่า 200 คน หลายต่อหลายสำนักข่าวต่างยกมือขึ้นเพื่อที่จะถามคำถาม รวมทั้ง นักข่าวสาวชาวไทยอย่างคุณบัวบานด้วยเช่นกัน และที่น่าตื่นเต้นไปมากกว่านั้น เมื่อนักกอล์ฟระดับโลกชี้มาที่เธอ เพื่อให้เธอถามคำถามแก่เขา ทุกสายตาในห้องต่างจับจ้องไปที่ผู้หญิงเอเชียคนนี้ทันที

“เราลุกขึ้นยืนและลุกขึ้นถามเป็นภาษาอังกฤษ แปลความได้ว่า ‘ขอแสดงความยินดีกับชัยชนะครั้งนี้ ฉันเดินดูคุณมาตลอดทั้งวัน สิ่งหนึ่งที่ฉันเห็นและเป็นสิ่งที่สะดุดตาฉัน ก็คือ ฉันเห็นข้อความๆ หนึ่ง บนหัวครอบไดฟ์เวอร์ของคุณ ปักด้วยด้ายเป็นภาษาไทย ว่า 'รักจากแม่' มันมีความหมายอย่างไรกับคุณ’ ไทเกอร์เงียบและยิ้มกว้างมาก ประหนึ่งว่ามีนักข่าวถามเรื่องดีๆ ก็เป็น

และไทเกอร์ก็ตอบกลับมาแปลได้ว่า ‘มันมีความหมายมากสำหรับผม มันหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง แม่ทำให้ผมและก็เปลี่ยนทุกปี ถึงแม้บางครั้งแม่ไม่สามารถที่จะมาดูผมในสนามได้ แต่ทุกครั้งที่ผมมองไปเห็นข้อความว่า รักจากแม่ เหมือนกับแม่อยู่กับผมเสมอ’ หลังจากนั้น แมกกาซีนชื่อดังเกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ ก็เอาเรื่องนี้ขึ้นปก ไปสัมภาษณ์เป็นเรื่องเป็นราวอีกยาว เพราะไม่เคยมีนักข่าวคนไหนถามเรื่องนี้ ไม่มีใครอ่านภาษาไทยออก” อดีตนักข่าวสาว เล่าถึงความประทับใจในครั้งนั้น

และหลังจากนั้น เธอได้เจอไทเกอร์อีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเจอโดยบังเอิญหรือที่สนาม ไทเกอร์จะหยุดและก็ยิ้มให้เธอ และเขาก็จำเธอได้จากเหตุการณ์ในวันนั้น

“ส่วนอีกเหตุการณ์ที่ประทับใจเช่นกัน โดยในวันนั้น เราเดินตามไทเกอร์ตอนที่ได้แชมป์ และได้เห็น เอลิน นอร์เดเกรน อดีตภรรยาได้เข้ามาสวมกอดเขา ก่อนที่จะเดินเข้ามาพูดกับเรา ทั้งๆ ที่เอลินไม่รู้จักเรา ทั้งๆ ที่เราทั้งคู่ไม่เคยคุยกัน เอลินเดินเข้ามาหาเราๆ จึงบอกไปว่า Congratulation เอลิน ตอบกลับมาว่า Thank you , You from Thailand แล้วเอลินก็ส่งรอยยิ้มให้ ก่อนพูดต่อว่า I love Thai foods” คุณบัวบาน เล่าถึงความประทับใจในสุดยอดโปรกอล์ฟ

จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่เธอไม่ได้พูดว่ามาจากเมืองไทย แต่เพราะอะไร ทำไมเอลินถึงรู้จักเธอ นั่นก็อาจหมายความได้ว่า ซุปเปอร์สตาร์วงการกอล์ฟกับแม่ของเขา ต้องเล่าให้เอลินฟังว่า เธอคนนี้มาจากเมืองไทยอย่างแน่นอน

รู้หรือไม่? พญาเสือ พูดไทยชัดมาก

ขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่งของความประทับใจที่เธอจำได้ไม่มีลืมเลย นั่นเป็นรายการ WGC ที่ไมอามี หลังเสร็จจากงานแถลงข่าวเธอเดินออกจากห้องไป ซึ่งไทเกอร์ได้เดินแทรกเข้ามา เธอจึงทักทายเขาเป็นภาษาอังกฤษไปแปลได้ว่า “สวัสดีไทเกอร์ คุณรู้จักประหยัด มากแสงไหม” ไทเกอร์ก็ตอบว่า “รู้จัก” เธอก็เลยบอกว่า “วันนี้แม่คุณชวนประหยัดไปกินข้าวด้วยนะ” จนกระทั่ง เดินถึงที่ยิม มีการ์ดสองคนตัวใหญ่ยืนบังอยู่ เธอเลยบอกไปว่า “I’m sorry” ไทเกอร์บอกว่า “It’s OK” แล้วยกมือไหว้ พร้อมพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยสำเนียงคนไทยเลยว่า “ขอบคุณครับ สวัสดีครับ” พูดชัดจนนักข่าวสาวอึ้ง นั่นจึงทำให้เธอเปลี่ยนทัศนคติทั้งหมด เธอเลยตอบว่า “ขอบคุณค่ะไทเกอร์” แล้วก็เดินออกมาจากห้องยิมด้วยความประทับใจ

โปรกอล์ฟไทย ใครๆ ต่างรักไทเกอร์ วูดส์

“ไทเกอร์น่ารักมาก นักกอล์ฟไทยระดับอาชีพทุกคนทั้ง ธงชัย ใจดี, ประหยัด มากแสง, โปรอาร์ม เราพูดแทนทุกคนได้เลย ว่า ทุกคนรักไทเกอร์ วูดส์ มากๆ” เสียงยืนยันจาก คุณนก บัวบาน โชคมนทิน อดีตนักข่าวสยามกีฬา ประจำประเทศสหรัฐฯ เมื่อพูดถึงสุดยอดนักกอล์ฟระดับโลกที่ปัจจุบันกำลังตกเป็นข่าวฉาว

คุณนกยังบอกอีกว่า “เราชื่นชมเขาในฐานะนักกอล์ฟที่มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม มีพรแสวงคือความหมั่นเพียรฝึกตัวเองมาตั้งแต่เด็ก มันไม่มีใครทำได้อย่างนี้ เขาเป็นคนที่ทำให้วงการกอล์ฟตื่นตัวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เราชื่นชมคุณความดีของเขา” 

ในท้ายที่สุดนี้ ถึงแม้ไทเกอร์ วูดส์ จะประสบพบเจอกับมรสุมชีวิตอันหนักหนาสาหัสจากผลแห่งการกระทำในอดีต แต่คนเคยใกล้ชิดตัวตนของเขาอย่างคุณบัวบาน กล่าวอย่างน่าเก็บไปคิดตามว่า...

“เขาบอกว่า ไม่มีพระเจ้าเดินบนโลกใบนี้ และ ไทเกอร์ วูดส์ ก็คือ มนุษย์คนหนึ่งที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้ โลกใบนี้ที่มีแต่มนุษย์ ปุถุชนธรรมดา มีถูก มีผิด อยู่ที่เราจะเลือกมองในมุมไหน และที่สำคัญ เป็นเราเองนี่แหละที่จะเลือกซ้ำเติม หรือให้กำลังใจเขา เพื่อให้คนๆ หนึ่งกลับมาทำหน้าที่ หรือกลับมาทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมได้อีกครั้ง” 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน