วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เปรี้ยว” ฆ่าหั่นศพ ปมคดีเงินกับยา

รู้หน้าไม่รู้ใจ.. ย้อนไปดูคลิปความ ยาว 12 นาที “เปรี้ยว” ไลฟ์สด ก่อนที่จะไปก่อคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ...ฝังดินสาวคาราโอเกะ ที่ถูกแชร์ส่งต่อกันจนกลายเป็นกระแส

แทบไม่น่าเชื่อว่า...ในคลิปมีการพูดคุย ไลฟ์สดเหมือนปกติของสาววัยรุ่นในโลกออนไลน์ทั่วๆไป แต่หลังจากนั้นจะไปร่วมก่อเหตุสะเทือนขวัญ

จนมีคำถามตามมา...เธอป่วยหรือมีอาการทางจิตรึเปล่า?

คำตอบจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นฯ ชี้ว่า พฤติกรรมของเปรี้ยว ไม่ใช่ผู้ป่วยทางจิต เนื่องจากยังอยู่ในความเป็นจริงและโต้ตอบในสิ่งต่างๆได้ แต่อาจเข้าข่ายป่วยจิตเวช ชนิดบุคลิกภาพผิดปกติ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดอาการจิตหลอน เว้นแต่จะมีอาการทางจิตร่วมด้วย

เช่น หากเสพสารระเหยระดับหนึ่งแล้วมีอาการทางจิตร่วมด้วย ประกอบกับผู้ป่วยแบบนี้จะขาดความยับยั้งชั่งใจ กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า และหากใช้ยาเสพติดร่วมด้วยก็ยิ่งจะทำให้กระทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ป่วยโดยทั่วไปที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล มีประวัติการใช้สารเสพติดด้วย บางส่วนเกิดอาการทางจิตจากการใช้สารเสพติด ซึ่งอยู่ในอันดับที่สามและสี่ของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา

“สารเสพติดออกฤทธิ์ต่อสมอง ส่งผลให้เกิดภาวะหลงผิด หูแว่ว ประสาทหลอนได้ ทำให้เกิดโรคทางอารมณ์ได้ แต่จะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาหนึ่ง ไม่ยาวนาน เว้นแต่ว่าไปเกิดกับคนที่มีโรคจิตเรื้อรังอยู่แล้ว สารเสพติดจะไปกระตุ้นให้โรคแสดงอาการขึ้นมาได้”

ไม่ว่าเปรี้ยวจะป่วยหรือไม่ป่วยมากน้อย แต่ดูเหมือนว่า ตัวเปรี้ยวเองก็จะรู้ว่าชีวิตนี้คงจะไม่ได้กลับบ้านอีกแล้ว ด้วยข้อมูลเปิดเผยจากผู้เป็นแม่ที่ว่า ลูกสาวนั้นรู้ตัว โทรศัพท์ฝากพี่สาวให้ดูแลพ่อแม่และลูกของเธอที่เกิดกับอดีตสามีวัย 8 ขวบ

“...คงต้องปล่อยทิ้งบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จไป หลังลูกสาวหนีคดี เกิดเรื่องช่างก็หยุดทำงาน ตอนนี้ไม่มีเงินเพราะน้องเปรี้ยวไม่มีเงินมาให้แม่นานแล้ว”

ปมสำคัญที่อาจจะยังติดตรึงเป็นแผลใหญ่อยู่ในหัวใจ แม่เปรี้ยว เล่าว่า ตอนน้องอายุ 5 ขวบ พ่อกับแม่ทะเลาะกันประจำ ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันจนเลือดออกต่อหน้าลูก เปรี้ยวจะเข้ามาช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้ ทำได้แต่ตะโกนเสียงดังและร้องไห้หนักมาก อาจเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้น้องเป็นคนเก็บกด มีพฤติกรรมรุนแรง

“แม่อยากขอโทษลูก ขอโทษสังคมกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

ถึงตรงนี้...หัวอกคนเป็นแม่ คงได้แต่ทำใจและอดทน

ก่อนแถลงข่าวคดีใหญ่ ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน ก็มีกระแสในโลกออนไลน์ว่า เปรี้ยวยังห่วงสวย ขอมาส์กหน้าก่อนนอนในห้องสอบสวน

ภาพที่ว่านี้ 3 ผู้ต้องหานอนอยู่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย สภาพอิดโรย นอนอยู่บนพื้นมีผ้าห่มคลุมร่างกาย สิ่งที่สังเกตเห็นก็คือคนที่นอนอยู่ตรงกลางทาครีมหรือแป้งในลักษณะพอกหน้า

ถ้อยแถลงนับจากออกหมายจับ ติดตามจับกุม ผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 1 คน สอบถามผู้ต้องหาก็มีความตั้งใจที่จะมอบตัวตั้งแต่แรก แต่ก็คิดว่าจะมอบยังไง ลังเล แต่สุดท้ายก็ติดต่อเข้ามอบตัว

คำถามจากสื่อ...และคนไม่น้อยในสังคมที่สนใจอยากจะรู้ แน่นอนว่าอันดับหนึ่งก็คือ เหตุผลและสาเหตุทำไม?ต้องฆ่า และทำไมต้องถึงขั้นฆ่าแล้วต้องหั่นศพ?

คำตอบที่ได้ก็คือ หนึ่งเรื่องยาเสพติด สองเรื่อง...หนี้สิน(เงินไม่กี่หมื่น)

ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด แต่แบ่งหน้าที่กันทำ

ย้ำพุ่งเป้าไปที่ประเด็น “ยาเสพติด” ถ้อยแถลงระบุว่าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ อย่างที่สื่อในโลกออนไลน์เผยแพร่ หากแต่เป็นการเสพในพื้นที่ขอนแก่นเท่านั้นเอง

เหตุเพราะถูกจับ และเจ้าหน้าที่มีการขยายผลไปไม่ใช่ขบวนการค้ายาอย่างที่เชื่อมโยงกันในโลกโซเชียล เมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลคดีออกไปความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ทำให้สับสนมากกว่า

สรุปการทำหน้าที่ในคดีร่วมกันของผู้ต้องหา คงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะเกี่ยวโยงกับข้อต่อสู้ในทางคดี ผู้ต้องหาที่ถูกจับทั้งสามคนนี้มีความตั้งใจที่จะมอบตัวบวกกับเจ้าหน้าที่ก็กดดันประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านในเวลาเดียวกัน

สาเหตุที่เลือกเส้นทางหนีไปเชียงราย ข้อมูลจากเบนซ์เพื่อนที่อยู่ที่กรุงเทพฯจากคำให้การระบุว่า เคยทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านก็คงจะแนะนำบอกทางให้ แล้วก็ไปติดต่อกันเอง

ข้อกล่าวหาที่แจ้งผู้ต้องหาทั้งหมดคือ “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝังซ่อนเร้นย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุการตาย และอีกข้อหาก็คือปล้นทรัพย์และรับของโจร”

น้ำหนัก “แก๊งค้ายาข้ามชาติ” ในทางสืบสวนไม่มีน้ำหนัก ยืนยันว่าเป็นความอาฆาตแค้นส่วนตัว สื่อลงเยอะมากในทิศทางข่าวที่ผ่านมา

คำรับสารภาพบางส่วนในบางช่วงบางตอนที่เปิดเผย สะท้อนหนักแน่นว่าก็แค่ต้องการสั่งสอนผู้ตายเท่านั้นเอง ทั้งๆที่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นปีแล้ว แต่วันเกิดเหตุไปเจอกันที่จุดนัดพบ

มูลเหตุที่แท้จริง...นับเนื่องจากเหตุที่เกิดตั้งแต่ปลายปี 2559 กลุ่มผู้ตายเล่นยาไอซ์เสพยาเสพติดกัน ถูกจับและถูกขยายผลสาวไปถึงตัวเปรี้ยวจนเป็นเหตุให้เกิดความคับแค้น

ผู้ตายถูกจับ และให้ข้อมูลขยายผล...จนกลายเป็นเรื่องบาดหมางส่วนตัว

ถึงตรงนี้ให้รู้ต่อไปอีกว่า เส้นทางการหลบหนีหลังจากผู้ต้องหาเดินทางไปจังหวัดเชียงราย ถึงชายแดนแม่สาย...ก็ค่ำแล้ว แวะตระเวนพักตามอาคารร้างตามจุดต่างๆในพื้นที่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งออกมาชายแดนท่าขี้เหล็กตามที่เป็นข่าว

หลายคนอาจจะสงสัยอยู่ดีๆหนีไปไกลขนาดนั้นแล้ว มามอบตัวง่ายๆแค่นั้นเองหรือ? ถ้อยแถลงจาก พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า คดีนี้เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก เจ้าหน้าที่พยายามทำทุกทางที่จะกดดัน ดูแล้วก็ไม่ใช่คดีที่สลับซับซ้อน เส้นทางการหลบหนี แม้แต่การพักอาศัย อีกทั้งผู้ต้องหาก็ตัดสินใจมอบตัวอยู่ ตั้งสติได้แล้วว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด ก็หาวิธีคิดที่จะมอบตัวอยู่แล้ว

เขาก็บอกว่า...ไม่อยากให้คนที่เขาไปพักอาศัยอยู่ด้วยเดือดร้อน

“การหั่นศพ” กระทำเพื่ออำพรางคดีแค่นั้นหรือไม่? “เขาก็คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงเพราะศพเริ่มแข็งแล้ว...”

บทสรุปคดี “เปรี้ยว” เดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่สำหรับหัวอกแม่คงดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกอีกครั้ง...มอบตัวในคุกยังมีความปลอดภัย อยู่แดนไกลต่างถิ่นฐานบ้านเกิดจะอยู่กับใคร กิน...นอนอย่างไร ก็ไม่เหมือนบ้านเรา.