วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

”ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ" : 5 มิ.ย.วันสิ่งแวดล้อมโลก 2560 รณรงค์สร้างจุดเชื่อมต่อคนไทยสู่ธรรมชาติ

“ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ (I’m With Nature)”

คำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2560 ซึ่งตรงกับทุกวันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี โดยทางโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nation Environment Programe : UNEP) องค์การสหประชาชาติ จะกำหนดเป็นประเด็นหลักในการรณรงค์ในแต่ละปี เพื่อเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง “มนุษย์กับธรรมชาติ” คือ การทำให้มนุษย์กลับไปเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เพื่อกอบกู้และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบถึงมนุษย์ที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างยั่งยืน

ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นแม่งานหลักในการรณรงค์สร้างความตื่นตัวต่อวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นประเด็นร่วมกันของทั่วโลกขณะนี้ นั่นก็คือ ปัญหา “โลกร้อน” หรือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

และล่าสุดสิ่งที่เหมือนจะช็อกทั้งโลก คือ การที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจนำสหรัฐอเมริกาออกจากข้อตกลง ปารีส (Paris Agreement) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนย่อมต้องส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาลดโลกร้อนหรือควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 2 องศาที่ทั่วโลกพยายามแก้ไขต้อง “สั่นคลอน”

นั่นย่อมรวมถึงประเทศไทยซึ่งเป็น 1 ใน 178 ประเทศที่ได้ให้สัตยาบันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลง ปารีส ด้วยเมื่อปี 2559 จริงอยู่ แม้ข้อตกลงปารีสจะยังไม่มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐบาลก็ขยับตัวลดผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนมาโดยตลอด ทั้งจัดทำแผนแม่บทและตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาแก้ปัญหา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงขั้นประกาศว่าภายใน 15 ปี ไทยจะต้องลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้อย่างน้อย 20-25%

“สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย คงยังบอกไม่ได้ในระยะนี้ เพราะเป็นกระแสโลก แต่เราจะทำให้ดีที่สุด เพราะทุกประเทศต่างเห็นความลำบากที่จะเจอกันถ้วนหน้ากับเรื่องโลกร้อน นอกจากนี้ เรายังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นที่ค่อนข้างน่าเป็น ห่วง ทรัพยากรธรรมชาติที่เคยมีอยู่ลดลงอย่างรวดเร็ว น่าใจหาย อาทิเช่น พื้นที่ป่าไม้ที่เคยมีอยู่ราว 171 ล้านไร่ หรือ 53.3% เมื่อปี 2540 ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 33% หรือ 102 ล้านไร่ สัตว์ป่า 562 ชนิดถูกคุก-คามจนใกล้สูญพันธุ์ ปริมาณน้ำต่อหัวของประชากร 3,877 ลบ.ม./คน/ปี และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ทรัพยากรดินมีอยู่ 321 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตรมากกว่าครึ่ง และอัตราการพังทลายของดินมีสูงถึง 108 ล้านไร่ต่อปี ปัญหามลพิษ เช่น น้ำเสีย พบว่า มีน้ำที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานถึงร้อยละ 37 ปัญหามลพิษทางอากาศมีมากในเขตเมืองบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ปัญหาขยะมูลฝอยจากชุมชนทั้งประเทศมีมากถึง 37,879 ตันต่อวัน ทั้งยังพบปัญหาของเสียอันตรายที่เกิดจากการประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ อีกมากมาย ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรฯ จะใช้โอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิ.ย.ทำกิจกรรมเปิดโอกาสประชาชนสามารถ “เชื่อมต่อ” และเข้าถึงธรรมชาติได้มากขึ้น โดยจะมีการให้คำมั่นในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันของคนในชาติผ่านลงทะเบียนในเว็บไซต์ World Environment Day และถ่ายรูปเพื่อโพสต์บนโซเชียลมีเดียด้วย hashtag #WithNature” รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวเพื่อฉายให้เห็นภาพสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศไทย พร้อมกับกิจกรรมที่จะมีขึ้น

ที่สำคัญทุกองคาพยพของ ทส.จะร่วมกันรณรงค์และจัดกิจกรรม เพื่อให้ประชาชนได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ ตามคำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลก “ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ”

โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะใช้วันที่ 5 มิ.ย.วันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้ เป็นวันดีเดย์ลดการใช้ถุงพลาสติกโดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ เปิดแคมเปญรณรงค์งดให้บริการถุงพลาสติกทุกวัน “จันทร์-พุธ-ศุกร์” และวันสำคัญทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เป็นต้นไป เพื่อลดปริมาณถุงพลาสติกตั้งแต่แหล่งกำเนิดและแก้ไขปัญหาถุงพลาสติกในประเทศ ไทยอย่างจริงจัง เพราะขยะจากถุงพลาสติกถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญของประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งขยะอุดตันท่อระบายน้ำ น้ำท่วม และขยะล้นเมือง

ส่วน กรมป่าไม้ จะแจกกล้าไม้พันธุ์ดี 50 ล้านกล้า ให้ประชาชนเพื่อนำไปปลูกลดโลกร้อน โดยบุคคลทั่วไปสามารถขอรับกล้าไม้เพื่อนำไปปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเองได้รายละ 1,500 กล้า ขณะที่ กรมอุทยานฯ ลดค่าที่พักในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 30% ขณะที่กรมอื่นๆ ก็ยกเว้นค่าบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และดูแลแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า “มนุษย์และสิ่งแวดล้อม” ย่อมมีความสัมพันธ์กันอย่างที่ไม่อาจแยกจากกันได้ จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องตระหนักและร่วมช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจัง หลังจากที่สิ่งแวดล้อมถูกทำร้ายและทำลายโดยน้ำมือมนุษย์จนเข้าขั้นวิกฤติในปัจจุบัน และเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าธรรมชาติเอาคืน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การที่เราช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดความเสียหาย แน่นอนที่สุดว่าสิ่งแวดล้อมก็จะดูแลเราเช่นกัน.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม