บริการข่าวไทยรัฐ

แก้มังคุดตะวันออกราคาตก เปิดประมูลแบบยางพารา

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า จากการรวมกลุ่มชาวสวนผลไม้ เพื่อเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาสวน ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ทำให้ปีนี้มังคุดภาคตะวันออกมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ในพื้นที่ จ.จันทบุรี มีผลผลิต 284,874 ตัน จ.ระยอง 16,766 ตัน เพื่อให้เกษตรกรขายผลไม้ได้ในราคาเป็นธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เปิดตลาดประมูลผลไม้ขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นครั้งแรก โดยใช้ ศพก.คิชฌกูฏ เป็นแหล่งรวบรวมผลผลิต ให้พ่อค้า ผู้ส่งออกเจรจาซื้อขายด้วยวิธีประมูลเหมือนยางพารา เพราะชาวสวนผลไม้ไม่เหมือนอาชีพอื่น ใน 1 ปี จะมีรายได้เพียงครั้งเดียว

“วิธีการประมูลแบบนี้เกิดขึ้นมาจากมีการนำชาวบ้านกลุ่มผู้ปลูกไม้ผลไปดูงานตลาดประมูลยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ หลังกลับมาจึงได้มีการจัดทำโครงการตลาดประมูลผลไม้ขึ้น โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และช่วยดึงพ่อค้าผู้ส่งออกให้เข้ามาประมูลแข่งกัน ซึ่งมีวิธีการก่อนเปิดตลาดซื้อขายแต่ละครั้ง จะให้พ่อค้าผู้ส่งออกเดินตรวจคุณภาพมังคุด 30 นาที จากนั้นจะให้พ่อค้าแต่ละรายเสนอราคาแข่งกัน และการเสนอราคาแต่ละครั้งราคาจะขยับตั้งแต่ 5-10 บาท ทำให้ชาวสวนขายผลไม้ได้ในราคาดีขึ้น เนื่องจากชาวสวนสามารถกำหนดราคาเริ่มต้นได้ จึงทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย”

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ตลาดประมูล ศพก.คิชฌกูฏ เริ่มเปิดประมูลครั้งแรกมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ค้าไม่ถึง 10 ราย แต่หลังจากเปิดตลาดประมูล 20 ครั้ง ตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นเดือน พ.ค. มีผู้ค้าผู้ส่งออกสนใจเข้าร่วมประมาณ 30 ราย ส่งผลให้มังคุดคัดเกรดหน้าสวนขายได้ราคา กก. 68-73 บาท สูงกว่าจากเดิมที่ได้แค่ กก.ละ 50 บาทเท่านั้น

อนึ่งการเปิดตลาดซื้อขายมังคุดด้วยวิธีการประมูลนี้ เริ่มมีการใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ส่งผลให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่สามารถจำหน่ายมังคุดคัดเกรดส่งออกได้สูงถึง กก.ละ 125 บาท เพราะการเปิดตลาดด้วยวิธีประมูลไม่เพียงช่วยให้ชาวสวนไม่ตัดราคาแย่งตลาดกันเอง ยังช่วยให้เกษตรกรตระหนักเรื่องคุณภาพ เกิดความมั่นคงด้านราคา และทำให้เกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกมังคุดมีความเข้มแข็งมากขึ้น.