วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้ายาก ใครๆ ก็อยากเรียน! 4 ตำรวจเผยเคล็ดลับ พิชิตโรงเรียนนายร้อย

4 นายตำรวจรุ่นใหม่ไฟแรง กว่าจะมาเป็น "นักเรียนนายร้อยสามพราน" จุดเริ่มเตรียมสู่สนามสอบโรงเรียนเตรียมทหาร ฝ่าฟันทำคะแนนเรียน สู่การเลือกเหล่าเข้าเป็น "ตำรวจ" สอบยาก เรียนก็ยาก ประสบการณ์จริง "คุณพร้อมใช่ไหมที่จะเป็นตำรวจ"

ในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา กระแสสังคม สื่อกระแสหลัก, สำนักข่าวในประเทศ เผยแพร่ข่าวสารข้อเท็จจริง คลิป ภาพ และพฤติกรรม การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่เป็นไปในทางลบ-ลบ  ในขณะเดียวกัน ทัศนคติแง่คิดของคนในสังคมทวีคูณ "อคติ" ถาโถมโจมตีผู้ปฏิบัติหน้าที่ กดดัน จ้องปฏิรูป บั่นทอนกำลังใจคนทำงาน.... ถึงกระนั้นก็ตามที "ตำรวจ" ยังคงเป็นอาชีพในฝันของวัยรุ่นระดับมัธยม ที่เลือกจะลงสนามแข่งขันเตรียมตัวเพื่อสอบเข้า "โรงเรียนเตรียมทหาร" ขณะกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำไป 

และสำหรับ "ประตูสู่แดนดาว" โรงเรียนนายร้อยสามพราน "ไม่ใช่ใครก็ได้" ที่จะผลักเข้าไปนั่งจองโต๊ะ จ่ายแป๊ะเจี๊ยะแล้วเรียนจบกันง่ายๆ และถ้าหากคุณไม่ใช่นักเรียนที่ เรียนดี ยอดเยี่ยมระดับหัวกะทิ, ไม่มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง, ไม่มีความอดทนที่จะฝ่าฟันก้าวพ้นความยากลำบากในตำราเรียน และภาคปฏิบัติที่หนักหน่วง "โรงเรียนแห่งนี้ ไม่มีที่ยืนให้สำหรับคุณ"

"ไทยรัฐออนไลน์" นำเสนอบทสัมภาษณ์ นำไปสู่การสานฝันของใครหลายคนที่อยากจะเป็น "นักเรียนนายร้อยตำรวจ" อ้างอิงจากรุ่นพี่ที่เพิ่งจบการศึกษาออกไปรับราชการจริงในห้วงเวลาไม่เกิน 10 ปี วิชาความรู้ในรั้วโรงเรียน กับประสบการณ์หน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่ปัจจุบัน มีความสอดคล้องกันอย่างไร รวมไปถึงการเตรียมตัวสอบเข้า การใช้ชีวิตที่ ค่อนข้าง "ยาก" ขณะเล่าเรียน เพื่อเป็นวิทยาทานให้น้องๆ รุ่นหลังตัดสินใจ ก่อนเลือกมาเป็นตำรวจ "อาชีพที่ใครๆ จะมาหยามเกียรติกันง่ายๆ...ไม่ได้" 

คนแรก ร้อยตำรวจเอก อิสเรศวร์ ลักษมีพิเชษฐ์ นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 47 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 63 ตำแหน่งปัจจุบัน รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. (ทางหลวงนครปฐม) 


"ผมจบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น ร.ร.พระปฐมวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร.ร.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ตอนสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ผมได้มีการเตรียมตัวก่อนสอบเข้าเป็นอย่างดี โดยการอ่านหนังสือและฝึกทำข้อสอบ ทบทวนเนื้อหาที่ใช้สอบทั้งหมดก่อนล่วงหน้าประมาน 5-6 เดือน แต่ด้วยความที่ครอบครัวผมทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาอยู่แล้ว (โรงเรียนกวดวิชาศราโรจน์ SR Center) ซึ่งเป็นโรงเรียนกวดวิชาครบวงจรตั้งแต่ประถมถึงมัธยม ติวเข้าเตรียมทหารและนายร้อยตำรวจหญิง ขยันทำโจทย์ ขยันทบทวนจนแม่น อีกทั้งช่วงว่างผมก็ออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ จนเราพร้อมทั้งวิชาการและพลศึกษา ทำให้ผมสอบผ่าน ได้รับคัดเลือกเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อย"

ชีวิตความเป็นอยู่ ร.ร.นายร้อย เป็นความทรงจำที่ดีมาก เพื่อนในรุ่นรักกัน สามัคคีกัน แต่ละคนก็เก่งและมีความสามารถกันหมด หลากหลาย ถึงแม้ว่าใน ร.ร.จะฝึกหนัก แต่เราทุกคนในรุ่นก็พร้อมสู้และผ่านไปได้ด้วยดีด้วยกัน จนเมื่อเรียนจบ มิตรภาพเพื่อนๆ ในรุ่นก็ยังคงอยู่ ทำให้เราทำงานในชีวิตราชการตำรวจอย่างมีความสุข เป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือคน และเป็นเกียรติกับครอบครัว

"ผมมีความภาคภูมิใจ ที่คิดถูกแล้วที่ได้มาเรียนในโรงเรียนนี้ ได้รับราชการ รับใช้ชาติ ดูแลประชาชน ถึงแม้จะเป็นอาชีพที่เหนื่อยและเสียสละ แต่หากเราทำด้วยความภูมิใจ อุปสรรคต่างๆ ก็จะผ่านไปได้ครับ น้องๆ คนไหนที่มีความฝันอยากก้าวเข้ามายังรั้ว ร.ร.นายร้อย หากน้องๆ เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งวิชาการและร่างกาย พี่รับรองว่าน้องๆ จะผ่านมันไปไ้ด้ และประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ"

คนที่สอง  ร.ต.ท.วงศกร วรรณสมบูรณ์ (หมวดไท้) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 52 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 68 ตำแหน่งปัจจุบัน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ปฏิบัติราชการนายตำรวจติดตาม ผบก.จว.สระแก้ว

ผมมีความตั้งใจที่จะเป็นตำรวจมาตั้งแต่ต้น การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญ ผมจบมัธยมที่ ร.ร.เบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา เตรียมตัวก่อนสอบเข้าประมาณ 1 ปี เรียนพิเศษแทบทุกวัน (ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย) ที่สำคัญคือ ผมออกกำลังกาย วิ่ง และว่ายน้ำทุกวัน เป้าหมายในหัวคือ ผมต้องสอบให้ได้ ต้องติด ตำราเรียน หนังสือ สถานที่เรียนพิเศษตรงไหนใครแนะนำว่าดี เราก็เลือกดูและไปเรียน เรียกได้ว่าขยันมากที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิต (ทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว)

พอสอบเข้าได้ภาคภูมิใจมาก เพราะทุกคนที่สอบเข้ามาได้ก็เรียกได้ว่าระดับหัวกะทิทั้งนั้น ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะหนักมาก คิดว่าคงไม่หนักกว่าการฝึกลูกเสือตอนมัธยมสักเท่าไร แต่ปรากฏว่ามาเจอของจริง ทำให้เรารู้สึกว่ามันหนักมากกว่าที่คิดไว้เยอะทีเดียว เพราะถูกกดดันทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่ก็คิดถูกที่เลือกเรียน เพราะเมื่อได้จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และจากการได้สัมผัสเพื่อนต่างเหล่า รวมถึงการได้มาทำงานเป็นตำรวจจริงๆ ก็คิดว่าการเป็นตำรวจนั้นเหมาะสมกับความเป็นตัวเรามากที่สุดแล้ว


"ตอนเด็กๆ ผมมีภาพในความคิดว่า ตำรวจนั้นเท่มาก น่าจะมีเงินเดือนสูง มีแต่คนนับหน้าถือตามากมาย แต่เมื่อได้มาทำงานเป็นตำรวจจริงๆ พบว่าบางสิ่งบางอย่างมันไม่ใช่ ต้องเผชิญกับความยากลำบาก และอุปสรรคต่างๆ สำหรับน้องๆ ที่อยากจะสอบเข้ามาเป็นตำรวจ โดยเฉพาะมาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ อยากแนะนำและให้แนวทางว่า น้องๆ จะต้องมีความตั้งใจที่แน่วแน่ ขยันเรียนและอ่านหนังสือ หมั่นทำข้อสอบต่างๆ เพื่อฝึกฝนฝีมือและพัฒนาตนเอง และต้องคิดไว้เสมอว่าตนเองนั้นทำได้ แล้วจะประสบความสำเร็จ" 

คนที่สาม ร.ต.ท.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง (หมวดป้อง) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 53 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 69 ตำแหน่งปัจจุบัน รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ช่วยราชการที่กองกำกับการ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (โรงเรียนเตรียมทหาร)

"ผมจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง มีความฝันที่จะเป็นตำรวจ และเริ่มตั้งใจจะสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารตอนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยเริ่มกวดวิชากันในช่วงเวลาปิดเทอม ในวัยเด็กตอนนั้นเราเห็นเพื่อนๆ ได้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมพักผ่อน ก็มีความคิดที่อยากจะตามเพื่อนๆ บ้าง แต่ความฝันของเราในตอนนั้นมันยิ่งใหญ่สำหรับหนุ่มน้อยที่ใช้คำนำหน้าชื่อว่า "เด็กชาย" ผมจึงมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อทำให้สำเร็จ 

เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปเรียนร่วมรุ่นกับเพื่อนเตรียมทหารทั้ง 4 เหล่าทัพ เพื่อนๆ ทุกคนต่างตั้งใจจริง และเรียนดีด้วยกันทั้งนั้น ด้วยความที่จบ ม.ต้น จึงต้องตั้งใจเรียนให้มากกว่าเพื่อนที่จบ ม.4, ม.5 มา และเมื่อจบออกมาจริงๆ ก็มีหลายอย่างที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สังคม และประชาชน ซึ่งหลายสิ่งหลายอย่างอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่เราเรียนหรือได้ยินมา จึงต้องทำตัวเปรียบเสมือนสสารที่เป็นของเหลว คือน้ำที่สามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามภาชนะที่บรรจุ แต่ก็ต้องไม่ลืมกรอบและอุดมการณ์ที่เรายึดมั่นถือมั่น

"สำหรับผม น้องๆ คนไหนที่อยากเป็นตำรวจ อันดับ 1 คือ ต้องเตรียมตัวมาดี ตั้งใจแน่วแน่ มีความแข็งแรงทั้งสมองและร่างกาย เมื่อเราเข้าไปอยู่ร่วมกับเพื่อน เราต้องไปในทิศทางเดียวกัน ต้องเรียนให้ทันกัน เพื่อนช่วยเราติว ช่วยกันเรียนได้ แต่ถึงเวลาสอบ หากเราคะแนนด้อย หรือช้ากว่าคนอื่น ไม่มีใครรอเรา" 

คนที่สี่ รต.นันทวุฒิ ใบงาม นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 55 หัวหน้านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 71 (กำลังศึกษาปีสุดท้าย) 

"จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” ผมเตรียมตัว 2 ปี เพื่อจะสอบเข้าเตรียมทหาร นอกจากการอ่านหนังสือทบทวนแล้ว ผมได้เรียนกวดวิชาที่ @Evolutionchonburi ตลอดทั้งปีในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดเทอม จริงอยู่ว่าบางคนอาจจะมองว่า การอ่านหนังสือเองก็สามารถสอบติดได้ ก็เป็นเรื่องจริงครับแต่สำหรับอัตราส่วนคนที่สอบติดต่อรุ่น คนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชาและสอบติดมีนะ แต่ก็ค่อนข้างมีจำนวนที่น้อยมาก ข้อดีของการเรียนกวดวิชาคือ การที่จับคนที่มีความฝันและจุดมุ่งหมายเดียวกันมารวมตัวกันนั้น จะทำให้เกิดการผลักดันซึ่งกันและกัน ได้เรียนรู้เทคนิคในการทำข้อสอบจากครูผู้สอน สำคัญอยู่ที่การออกกำลังกาย และเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ" 


เมื่อรู้ว่าตัวเองสอบติด ก็รู้สึกดีใจมาก แต่สิ่งที่เห็นและเป็นภาพติดอยู่ในใจถึงทุกวันนี้ คือวันที่ประกาศผลสอบทางอินเทอร์เน็ต "แต่ดูเหมือนคุณพ่อจะดีใจที่สุด ดีใจจนร้องไห้ที่ลูกชายสอบติด" ภาพๆ นั้นเป็นแรงบันดาลใจในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในรูปแบบของการฝึกที่ไม่เคยเจอมาก่อน ปรับตัวจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาสู่นักเรียนเตรียมทหาร และการสอบนั้นสามารถสอบได้ทั้ง 4 เหล่าทัพ และสอบติดทั้งสี่เหล่าทัพ เหล่าที่ได้คะแนนดีที่สุดคือ ทหารเรือ และรองมาคือตำรวจ ตอนแรกปรึกษาคุณพ่อ จะเลือกเหล่าอะไรดี "ท่านบอกว่า อาชีพเลือกแล้วมันเปลี่ยนยาก เลือกที่เราชอบดีกว่า" จึงตัดสินใจเลือกตำรวจ เพราะว่าคิดว่าเป็นอาชีพที่ใกล้ชิดกับสังคม ประชาชน และคนที่เรารัก จึงสามารถดูแลได้อย่างเต็มที่

"สำหรับเรื่องจบออกมาทำงาน จะต่างกับความคิดในตอนนี้ไหม กระผมยังไม่ทราบครับ แต่ได้มีโอกาสไปฝึกหัดปฏิบัติงานตำรวจที่ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ เป็นระยะเวลา 42 วัน ก็พอจะเห็นภาพของการทำงานของตำรวจ ก็มีทั้งสิ่งที่ตรงกับที่คิดไว้ แต่มีบางเรื่องที่เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่ ซึ่งไม่มีในตำราที่สอนกันในห้องเรียน ตำรวจต้องมีความอดทนในเรื่องการทำงานภายใต้ภาวะกดดัน สำหรับน้องๆ รุ่นหลังที่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นตำรวจ กระผมอยากให้น้องๆ ลองถามตัวเองดูว่า พร้อมหรือเปล่าที่จะเผชิญกับความกดดันจากสังคมบางกลุ่ม เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พวกเขาเห็นว่า เราคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถ้าพร้อมก็ยินดีต้อนรับสู่เส้นทางนี้ครับ.