บริการข่าวไทยรัฐ

อายัดบช. ผัวเมียมาเฟีย ฆ่าฝังเณร

จับเพิ่ม1หนี2 แย่งศพ-ยุติ แบ่งอัฐิ2ส่วน

ตามลากคอได้อีก 1 คน ผู้ต้องหาร่วมทีมสังหารฆ่าฝังโบกปูน “สาม-เณรปลื้ม” วัดวังตะวันตก เมืองคอน หลังจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก 3 คน นำตัวฝากขังศาล ส่วนคนร้ายที่เหลือยังหลบหนีอีก 2 คน ด้าน ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช สั่งการตำรวจชุดสืบสวนไปอายัดบัญชีธนาคาร และทรัพย์สินของอดีตพระเด่นชัยกับภรรยา สองผู้ต้องหาที่เป็นคนดูแลผลประโยชน์ในวัด หากพบเป็นเงินและทรัพย์สินที่มาจากรายได้ของวัดจะส่งมอบคืนให้แก่ทางวัด ขณะที่โยมบิดามารดาสามเณรผู้ตายเปิดศึกแย่งศพตกลงกันได้ แบ่งกันจัดงานศพและเถ้าอัฐิคนละครึ่ง

จากคดีฆาตกรรมอำพรางนายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี หรือสามเณรปลื้ม สามเณรวัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ถูกคนร้ายฆ่าฝังดินโบกปูนทับภายในวัด เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จับกุมผู้ต้องหาร่วมทีมสังหารได้ 3 คน คือนายเด่นชัย หรือพระเด่นชัย ภูมินิยม อายุ 36 ปี ไวยาวัจกรวัดวังตะวันตก นางปิยฉัตร หรือบิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี ภรรยานายเด่นชัย และนายสุริยา กุศลสุข อายุ 18 ปี อดีตสามเณรสุริยา ส่วนปมสังหารนายเด่นชัยอ้างว่า ผู้ตายขโมยเงินและสร้อยทองของนางปิยฉัตร จับตัวไปรุมซ้อมบังคับให้นำทรัพย์สินมาคืนจนขาดใจตายทารุณ ก่อนนำศพไปฝังดินทำลายหลักฐาน ส่วนผู้ต้องหาได้นำตัวไปฝากขังศาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ต.วันชัย เอก–พรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมก่อคดีสังหารสามเณรปลื้มที่ยังหลบหนีอีกจำนวน 3 คน ล่าสุด ได้จับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 คน คือนายนที หรือเบส หรือเบ็นซ์ ศรีดอน อายุ 24 ปี ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน และยังหลบหนีชื่อนายพิสิฎฐ์ หรือป้าหลา บุษบรรณ อายุ 55 ปี และนายอาร์ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง

พล.ต.ต. วันชัยกล่าวต่อว่า สำหรับทรัพย์สินและเงินสดในธนาคารของนายเด่นชัย ภูมินิยม และ นางปิยฉัตร หรือบิว อรุณสกุล ภรรยา ที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของวัดวังตะวันตกมานานหลายปี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไปอายัดบัญชีธนาคาร และทรัพย์สินต่างๆ ของผู้ต้องหาทั้งสองคน เพื่อตรวจสอบหาที่มาของเงิน และทรัพย์สินต่างๆ ว่าได้มาจากไหนอย่างไร หากผลการตรวจสอบพบว่า เป็นเงินที่ได้มาจากรายได้ของวัดวังตะวันตก ก็จะส่งมอบคืนให้แก่ทางวัดต่อไป

ด้านพระครูพรหมเขตคณารักษ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก คนใหม่กล่าวว่า ได้รับมอบ หมายจากเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้มาจัดการแก้ไขปัญหาภายในวัดวังตะวันตก ที่หมักหมมมานาน ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องผลประโยชน์เงินรายได้ต่างๆของวัด จะตรวจสอบว่าที่ผ่านมา อยู่ที่ไหน และหายไปไหนหมด ใครเป็นคนเก็บไว้ จะร่วมกับพุทธบริษัทรอบๆวัด ช่วยกันล้างวัดให้สะอาด รวมทั้งจะสอบถามไปยังธนาคารต่างๆ ว่าบัญชีของวัดเงินเหลือเท่าไหร่ เพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย รวมทั้งจะตั้งคณะกรรมการวัดขึ้นมาใหม่เพื่อดูแลผลประโยชน์ของวัด เพราะที่ผ่านมาไม่มีกรรมการวัดตรวจสอบเรื่องนี้เลย

สำหรับกรณีนายชวน เอกเกียรติกุล อายุ 42 ปี และนางกัญญา มินกระโทก อายุ 40 ปี โยมบิดาและมารดาของสามเณรปลื้ม ได้แย่งศพสามเณรปลื้มไปบำเพ็ญกุศล วันเดียวกัน พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้เรียกนายชวนและนางกัญญามาเจรจาไกล่เกลี่ย และทำบันทึกข้อตกลงในการแบ่งวันจัดงานศพสามเณรปลื้ม ให้นายชวนนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดปากเหมือง ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย. จากนั้นให้นางกัญญานำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดวังไทร ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 7-9 มิ.ย. จนครบ 7 วัน จะฌาปนกิจศพในวันที่ 11 มิ.ย. ที่วัดวังไทร จากนั้นจะแบ่งเถ้าอัฐิคนละครึ่ง ส่วนเงินที่ได้จากการทำบุญให้เจ้าภาพแต่ละฝ่ายจัดเก็บกันเอง ก่อนลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน มี พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.สส.ภ.จ.นครศรีธรรมราช และ พ.ต.ท.วิรัตน์ แท่นทอง สว.(สอบสวน ) สภ.เมือง นครศรีธรรมราช เป็นพยาน จนเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันเดินทางกลับไป